ใส่คำบรรยายภาพ‘สายไหมต้องรอด’ กับภาพสะท้อนความเชื่อมั่นภาครัฐในสายตาประชาชน
‘สายไหมต้องรอด’ กับภาพสะท้อนความเชื่อมั่นภาครัฐในสายตาประชาชน
——————
“กระบวนการกฎหมายบ้านเราเนี่ยดี แต่การเข้าถึงกฎหมายของประชาชนยังต้องปรับปรุง”
‘Survive-สายไหมต้องรอด’ เพจเฟซบุ๊กที่มีผู้ติดตามกว่า 3 แสนคน ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2563 ขณะเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย มีจุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือพี่น้องในพื้นที่สายไหม ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติการระบาดของโรคโควิด-19 แม้ว่าปัจจุบันสถานการณ์จะคลี่คลายไปแล้ว แต่สายไหมต้องรอดได้กลายเป็นอีกหนึ่งที่พึ่งของประชาชน ในการขอความช่วยเหลือเรื่องต่างๆ ทั้งปัญหาสังคม ครอบครัว เศรษฐกิจ และปากท้อง เป็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ของประชาชนตาดำๆ
นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจเฟซบุ๊กสายไหมต้องรอด ในฐานะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยกับ The Room 44 ว่า ปี 2566 ประชาชนได้ประสานเข้ามาขอให้สายไหมต้องรอดช่วยเหลือราว 300-400 ราย ต่อวัน โดยปัญหาเด่นๆ ที่ประชาชนประสานมาขอให้ช่วยเหลือปีนี้ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเงินกู้นอกระบบ แก๊งคอลเซนเตอร์ และการถูกฉ้อโกง ซึ่งเรื่องนี้มีการร้องมาเฉลี่ย 30 รายต่อวัน รวมถึงปัญหาที่ดินทำกิน และปัญหาปากท้องยิ่งสำคัญ
นอกจากนี้ ประชาชนต่างจังหวัด ประชาชนชายขอบ เข้าถึงกฎหมายได้ยาก ยกตัวอย่าง เคสต่างจังหวัด ประชาชนเข้าไปแจ้งความ แต่พนักงานสอบสวนบอกว่าจะมาแจ้งทำไม ไล่กลับไปไกล่เกลี่ยกันเอง สายไหมต้องรอดจึงเป็นอีกที่พึ่งของประชาชนเหล่านี้ โดยเคสส่วนใหญ่ที่ประสานเข้ามา ประชาชนไปร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหมดแล้ว แต่ไม่ได้รับการช่วยเหลือ
“อย่าไปมองว่าต้องสายไหมต้องรอดเท่านั้น อยากให้มองว่าสายไหมต้องรอดเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยเจ้าหน้าที่ของรัฐทำงาน” นายเอกภพ กล่าว
อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่าเหตุผลหลักที่ทำให้ประชาชนหันมาพึ่งพาหน่วยงานช่วยเหลือจากเพจฯ ต่างๆ บนช่องทางออนไลน์มากกว่าหน่วยงานรัฐในปัจจุบัน สะท้อนปัญหาสังคมถึงเรื่องความเชื่อมั่นต่อภาครัฐ และสะท้อนการทำงานของเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ
ดังนั้น เรื่องนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นวิกฤติความเชื่อมั่น ที่ภาครัฐเองคงต้องมานั่งจับเข่าคุยกัน หาวิธีการ หาแนวทางว่าจะทำอย่างไรต่อไป เพื่อกู้ศรัทธาประชาชน และทำให้ประชาชนเข้าถึงกฎหมายได้อย่างทั่วถึง และครอบคลุม