โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไขทุกข้อสงสัย ‘ติดโซลาร์รูฟท็อป ลดภาษี 2 แสน’ ใช้อย่างไร-ใครได้สิทธิ์

เดลินิวส์

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
เคทีซีจับมือภาครัฐ-เอกชน เปิดเวทีเสวนาสร้างความเข้าใจ ‘มาตรการลดหย่อนภาษีโซลาร์รูฟท็อป’ ดันบ้านไทยสู่พลังงานสะอาด

หลังจากภาครัฐได้เดินหน้ามาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) ในบ้านอยู่อาศัย เพื่อจูงใจให้ครัวเรือนหันมาใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น พร้อมลดภาระค่าใช้จ่ายระยะยาวและเสริมความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ โดยเปิดให้บุคคลธรรมดาที่เป็นเจ้าของบ้าน สามารถนำค่าใช้จ่ายจากการติดตั้งมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 2 แสนบาท ครอบคลุมทั้งค่าอุปกรณ์และค่าติดตั้ง

ล่าสุด ‘เคทีซี’ จึงร่วมกับภาครัฐและเอกชน จัดเวทีเสวนาในหัวข้อ ‘โซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop): มาตรการใหม่คืนภาษี 2 แสนบาท พลิกเกมพลังงานบ้านไทย’ เพื่อสร้างความเข้าใจให้ประชาชนเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ต้นทุน และผลตอบแทนจากการติดตั้งอย่างครบถ้วน

‘จารุวรรณ พิพัฒน์พุทธพันธ์’ นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวออกแบบมาเพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์โดยตรง โดยเฉพาะครัวเรือนที่ต้องการลดค่าไฟและเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว พร้อมย้ำว่า การติดตั้งระบบขนาดประมาณ 5 กิโลวัตต์ สามารถช่วยประหยัดค่าไฟได้ราว 2,000-2,500 บาทต่อเดือน หรือคิดเป็นประมาณ 30-60% ต่อปี

เงื่อนไขมีอะไรบ้าง?

สำหรับเงื่อนไขการใช้สิทธิ์ ผู้ขอใช้สิทธิ์ต้องเป็นเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า และติดตั้งระบบโซลาร์แบบออนกริด (On-grid) ในที่อยู่อาศัยจริง โดยมีกำลังการผลิตรวมไม่เกิน 10 กิโลวัตต์พีก (kWp)

นอกจากนี้ ต้องซื้ออุปกรณ์จากผู้ประกอบการที่ออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) และต้องได้รับอนุญาตเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้า (การไฟฟ้านครหลวง หรือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) ก่อนจึงจะสามารถยื่นใช้สิทธิ์ในปีภาษีนั้นได้ โดยจำกัด 1 คนต่อ 1 สิทธิ์ และใช้ได้เพียงครั้งเดียว

ขั้นตอนใช้สิทธิ์

การใช้สิทธิ์เริ่มตั้งแต่การชำระค่าอุปกรณ์และติดตั้งระบบ จากนั้นยื่นขออนุญาตเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้า เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว จึงนำเอกสารทั้งหมดไปยื่นลดหย่อนภาษีในปีที่ได้รับการเชื่อมต่อ ที่สำคัญคือเอกสารต้องครบ โดยเฉพาะใบกำกับภาษีและเอกสารอนุญาตเชื่อมต่อไฟฟ้า เพื่อให้สามารถใช้สิทธิ์ได้อย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร

ดีมานด์ตลาดโซลาร์เพิ่ม 30-40%

‘เอกภัทร ปัญญาแก้ว’ ประธานบริหาร บริษัท เอโซลาร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ภายหลังการประกาศมาตรการ ความต้องการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปเพิ่มขึ้นประมาณ 30-40% โดยมีแรงหนุนจากทั้งสภาพอากาศที่ร้อนขึ้น และพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใช้พลังงานไฟฟ้าร่วมกับรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ทั้งนี้ ภาคครัวเรือนเริ่มปรับรูปแบบการใช้ไฟฟ้าไปสู่การผลิตใช้เองและสามารถเห็นผลประหยัดได้จริง ส่งผลให้ผู้บริโภคหันมามองโซลาร์รูฟท็อปในฐานะการลงทุนระยะยาวมากขึ้น

สอดคล้องกับที่ ‘ณัฐสิทธิ์ สุนทราณู’ ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต เคทีซี กล่าวว่า ภายหลังการออกมาตรการดังกล่าว การใช้จ่ายในหมวดโซลาร์เพิ่มขึ้น 110% ขณะที่จำนวนธุรกรรมเพิ่มขึ้น 40% ชี้ให้เห็นถึงความสนใจของผู้บริโภคที่ขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเริ่มมองโซลาร์รูฟท็อปเป็นเครื่องมือบริหารต้นทุนพลังงานในระยะยาว มากกว่าจะเป็นเพียงค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ในระยะสั้น

ด้าน ‘อัจฉรา ปู่มี’ ผู้ก่อตั้งและประธานบริหาร บริษัท แพค คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด มองว่า การติดตั้งโซลาร์เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านบ้านไทย จากการใช้พลังงานเพื่อความสะดวก ไปสู่การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเมื่อผสานเข้ากับเทคโนโลยีภายในบ้าน จะช่วยให้ครัวเรือนบริหารต้นทุนพลังงานได้ดีขึ้น และต่อยอดสู่การใช้ชีวิตอัจฉริยะ (Smart Living) จนถึงระดับที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น หรือสมาร์ตเตอร์ลิฟวิ่ง (Smarter Living) ได้อย่างเป็นรูปธรรม

มาตรการลดหย่อนภาษีโซลาร์รูฟท็อปจึงนับว่าเป็นกลไกหลักในการผลักดันให้ครัวเรือนไทยเข้าถึงพลังงานสะอาดได้มากขึ้น ท่ามกลางความผันผวนของต้นทุนพลังงานในปัจจุบัน

ทั้งนี้ หากประชาชนสามารถทำความเข้าใจเงื่อนไขและดำเนินการได้อย่างครบถ้วน การผลิตไฟฟ้าใช้เองจะกลายเป็นทางเลือกที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว และเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนให้ภาคครัวเรือนมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานที่ยั่งยืนของประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...