ไขทุกข้อสงสัย ‘ติดโซลาร์รูฟท็อป ลดภาษี 2 แสน’ ใช้อย่างไร-ใครได้สิทธิ์
หลังจากภาครัฐได้เดินหน้ามาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) ในบ้านอยู่อาศัย เพื่อจูงใจให้ครัวเรือนหันมาใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น พร้อมลดภาระค่าใช้จ่ายระยะยาวและเสริมความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ โดยเปิดให้บุคคลธรรมดาที่เป็นเจ้าของบ้าน สามารถนำค่าใช้จ่ายจากการติดตั้งมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 2 แสนบาท ครอบคลุมทั้งค่าอุปกรณ์และค่าติดตั้ง
ล่าสุด ‘เคทีซี’ จึงร่วมกับภาครัฐและเอกชน จัดเวทีเสวนาในหัวข้อ ‘โซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop): มาตรการใหม่คืนภาษี 2 แสนบาท พลิกเกมพลังงานบ้านไทย’ เพื่อสร้างความเข้าใจให้ประชาชนเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ต้นทุน และผลตอบแทนจากการติดตั้งอย่างครบถ้วน
‘จารุวรรณ พิพัฒน์พุทธพันธ์’ นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวออกแบบมาเพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์โดยตรง โดยเฉพาะครัวเรือนที่ต้องการลดค่าไฟและเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว พร้อมย้ำว่า การติดตั้งระบบขนาดประมาณ 5 กิโลวัตต์ สามารถช่วยประหยัดค่าไฟได้ราว 2,000-2,500 บาทต่อเดือน หรือคิดเป็นประมาณ 30-60% ต่อปี
เงื่อนไขมีอะไรบ้าง?
สำหรับเงื่อนไขการใช้สิทธิ์ ผู้ขอใช้สิทธิ์ต้องเป็นเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า และติดตั้งระบบโซลาร์แบบออนกริด (On-grid) ในที่อยู่อาศัยจริง โดยมีกำลังการผลิตรวมไม่เกิน 10 กิโลวัตต์พีก (kWp)
นอกจากนี้ ต้องซื้ออุปกรณ์จากผู้ประกอบการที่ออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) และต้องได้รับอนุญาตเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้า (การไฟฟ้านครหลวง หรือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) ก่อนจึงจะสามารถยื่นใช้สิทธิ์ในปีภาษีนั้นได้ โดยจำกัด 1 คนต่อ 1 สิทธิ์ และใช้ได้เพียงครั้งเดียว
ขั้นตอนใช้สิทธิ์
การใช้สิทธิ์เริ่มตั้งแต่การชำระค่าอุปกรณ์และติดตั้งระบบ จากนั้นยื่นขออนุญาตเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้า เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว จึงนำเอกสารทั้งหมดไปยื่นลดหย่อนภาษีในปีที่ได้รับการเชื่อมต่อ ที่สำคัญคือเอกสารต้องครบ โดยเฉพาะใบกำกับภาษีและเอกสารอนุญาตเชื่อมต่อไฟฟ้า เพื่อให้สามารถใช้สิทธิ์ได้อย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร
ดีมานด์ตลาดโซลาร์เพิ่ม 30-40%
‘เอกภัทร ปัญญาแก้ว’ ประธานบริหาร บริษัท เอโซลาร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ภายหลังการประกาศมาตรการ ความต้องการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปเพิ่มขึ้นประมาณ 30-40% โดยมีแรงหนุนจากทั้งสภาพอากาศที่ร้อนขึ้น และพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใช้พลังงานไฟฟ้าร่วมกับรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ทั้งนี้ ภาคครัวเรือนเริ่มปรับรูปแบบการใช้ไฟฟ้าไปสู่การผลิตใช้เองและสามารถเห็นผลประหยัดได้จริง ส่งผลให้ผู้บริโภคหันมามองโซลาร์รูฟท็อปในฐานะการลงทุนระยะยาวมากขึ้น
สอดคล้องกับที่ ‘ณัฐสิทธิ์ สุนทราณู’ ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต เคทีซี กล่าวว่า ภายหลังการออกมาตรการดังกล่าว การใช้จ่ายในหมวดโซลาร์เพิ่มขึ้น 110% ขณะที่จำนวนธุรกรรมเพิ่มขึ้น 40% ชี้ให้เห็นถึงความสนใจของผู้บริโภคที่ขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเริ่มมองโซลาร์รูฟท็อปเป็นเครื่องมือบริหารต้นทุนพลังงานในระยะยาว มากกว่าจะเป็นเพียงค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ในระยะสั้น
ด้าน ‘อัจฉรา ปู่มี’ ผู้ก่อตั้งและประธานบริหาร บริษัท แพค คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด มองว่า การติดตั้งโซลาร์เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านบ้านไทย จากการใช้พลังงานเพื่อความสะดวก ไปสู่การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเมื่อผสานเข้ากับเทคโนโลยีภายในบ้าน จะช่วยให้ครัวเรือนบริหารต้นทุนพลังงานได้ดีขึ้น และต่อยอดสู่การใช้ชีวิตอัจฉริยะ (Smart Living) จนถึงระดับที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น หรือสมาร์ตเตอร์ลิฟวิ่ง (Smarter Living) ได้อย่างเป็นรูปธรรม
มาตรการลดหย่อนภาษีโซลาร์รูฟท็อปจึงนับว่าเป็นกลไกหลักในการผลักดันให้ครัวเรือนไทยเข้าถึงพลังงานสะอาดได้มากขึ้น ท่ามกลางความผันผวนของต้นทุนพลังงานในปัจจุบัน
ทั้งนี้ หากประชาชนสามารถทำความเข้าใจเงื่อนไขและดำเนินการได้อย่างครบถ้วน การผลิตไฟฟ้าใช้เองจะกลายเป็นทางเลือกที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว และเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนให้ภาคครัวเรือนมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานที่ยั่งยืนของประเทศ