ถอดรหัสพฤติกรรมคนไทย ยอมทิ้ง ‘ความสบาย’ เพื่อ ‘ความอยู่รอด’ เมื่อค่าครองชีพพุ่งแตะระดับวิกฤต
ในยุคที่การขยับตัวแต่ละครั้งหมายถึงค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ‘สติ’ จึงกลายเป็นอาวุธสำคัญในการใช้เงิน ข้อมูลจากรายงาน Thailand Cost Pressure Pulse โดย Rakuten Insight สะท้อนภาพชัดเจนว่า คนไทยมีความกังวลเรื่องค่าครองชีพสูงเฉลี่ยที่ 8.09 จากคะแนนเต็ม 10 และกว่า 56% เชื่อว่าสถานการณ์การเงินในบ้านจะ ‘ดิ่งลง’ อีกใน 3 เดือนข้างหน้า
น้ำมันแพงจุดเปลี่ยนพฤติกรรม
จากเดิมที่เคยห่วงเรื่องค่าอาหาร แต่ตอนนี้ ‘ค่าน้ำมันและค่าเดินทาง’ กลายเป็นความกังวลอันดับ 1 เนื่องจากคนไทยกว่า 87% พึ่งพารถส่วนตัว และเมื่อต้นทุนการเดินทางสูงขึ้น วิถีชีวิตจึงต้องเปลี่ยนไป
-43% ลดการกินนอกบ้าน หรือแวะคาเฟ่ หันมาซื้อของสดทำอาหารเองและเน้นกินข้าวที่บ้านเพื่อประหยัด
-33% ลดใช้บริการ Food Delivery เนื่องจากความสะดวกกลายเป็น ‘ของฟุ่มเฟือย’ เพราะค่าส่งที่เคยยอมจ่าย ถูกมองว่าเป็นต้นทุนที่ต้องตัดทิ้ง
-22% ชะลอการซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ (เครื่องใช้ไฟฟ้า/เฟอร์นิเจอร์) เนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
-27% งดซื้อสินค้าแฟชั่น เพราะมองว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยมากขึ้นในสายตาผู้บริโภคยุคนี้
เมื่อเงินในกระเป๋าจำกัด ความภักดีต่อแบรนด์จึงลดลง
จากผลสำรวจระบุว่า
51% เลือกของที่ถูกที่สุด
44% มองความคุ้มค่าระยะยาว ซื้อครั้งเดียวต้องใช้ได้นาน
16% เท่านั้นที่แคร์ความสะดวก: ผู้บริโภคยอมลำบากขึ้นอีกนิดเพื่อให้ได้ของที่ถูกกว่า
ทางรอดของแบรนด์ จึงเป็น ‘เพื่อน’ ไม่ใช่แค่ ‘ผู้ขาย’ โดยในวันที่ผู้บริโภคระมัดระวังตัว แบรนด์ต้องปรับกลยุทธ์เพื่อครองใจลูกค้า เช่น เลิกขาย ‘ประสบการณ์’ แต่ขาย ‘ความคุ้มค่า’ หากเป็นธุรกิจท่องเที่ยวควรเน้นแคมเปญ ‘เที่ยวใกล้บ้าน’ เพื่อลดภาระค่าเดินทางให้ลูกค้า
สิ่งที่น่าสนใจคือ คนไทยเลือกจะหารายได้เพิ่ม มากกว่า ‘กู้ยืม’ โดยมีถึง 48% ที่มองหาอาชีพเสริม เพื่อเพิ่มรายได้ และมีเพียง 2% เท่านั้นที่เลือกใช้บัตรเครดิตในการพยุงสภาพคล่อง
สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการรักษาเสถียรภาพทางการเงินด้วยตัวเองอย่างสุดความสามารถ
สรุป: ปี 2026 คือปีแห่งความท้าทายที่แบรนด์ต้องเข้าใจและพร้อมยืนหยัดอยู่เคียงข้างลูกค้าในวันที่ยากลำบาก ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญที่สร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ
ที่มา
https://insight.rakuten.com/thai-cost-pressure-pulse-wave1/