โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมื่อผู้บริโภค ‘คิดก่อนซื้อ’ มากขึ้น CMMU เผยคนไทย 90% หันใช้ AI เปรียบเทียบสินค้า รีวิวจริงครองความน่าเชื่อถือ

THE STANDARD

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
เมื่อผู้บริโภค ‘คิดก่อนซื้อ’ มากขึ้น CMMU เผยคนไทย 90% หันใช้ AI เปรียบเทียบสินค้า รีวิวจริงครองความน่าเชื่อถือ

แรงกดดันจากค่าครองชีพและภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนกำลังเร่งให้ผู้บริโภคไทยเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อสินค้าอย่างชัดเจน

ประเด็นสำคัญ

  • 5 มิติพฤติกรรมใหม่ของผู้บริโภคไทย
  • AI ครองบทบาทเด่นในเทคโนโลยี-ความงาม
  • Trust Hierarchy เปลี่ยน รีวิวจริงแซงโฆษณาแบรนด์
  • 7 กลยุทธ์ที่แบรนด์ต้องปรับเพื่อรับยุค Smartsumer

วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) เปิดผลวิจัย ‘THAI SMARTSUMER 2026 เมื่อผู้บริโภคฉลาดขึ้น เกมธุรกิจต้องเปลี่ยน’ ที่ระบุว่า ผู้บริโภคไทยกว่า 90% หันมาใช้ข้อมูลและเทคโนโลยี AI เป็นเครื่องมือหลักในการตัดสินใจซื้อ แทนการรับสารจากแบรนด์โดยตรง โดยรีวิวจากผู้ใช้จริงและประสบการณ์ตรงกลายเป็นปัจจัยชี้ขาด

ผลวิจัยชี้ว่าผู้บริโภคได้เปลี่ยนผ่านจากการตัดสินใจเชิงอารมณ์ (Emotional-driven) สู่การตัดสินใจบนพื้นฐานของเหตุผลและข้อมูล โดยเฉพาะการใช้ AI เป็นเครื่องมือวิเคราะห์และเปรียบเทียบก่อนซื้อ สะท้อนการก้าวเข้าสู่ยุค ‘Smartsumer’ หรือผู้บริโภคที่คิด, วิเคราะห์ และเลือกอย่างมีเหตุผลมากขึ้น

ปรากฏการณ์ดังกล่าวไม่จำกัดเฉพาะคนรุ่นใหม่ แต่เกิดขึ้นในผู้บริโภคทุกช่วงวัย ตั้งแต่ Baby Boomer, Gen X, Gen Y ไปจนถึง Gen Z สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของพฤติกรรมผู้บริโภคไทยในภาพรวม

5 มิติพฤติกรรมใหม่ของผู้บริโภคไทย

งานวิจัยฉบับนี้ใช้วิธี Mixed Method ทั้งการสัมภาษณ์เชิงลึกและแบบสอบถามกับผู้บริโภค 4 เจเนอเรชัน ครอบคลุม 5 หมวดสินค้า ได้แก่ Technology & Gadgets, Beauty & Personal Care, Fashion Apparel & Accessories, Home & Appliances และ FMCG & Daily Essentials

ผลสำรวจพบว่าผู้บริโภคไทย 90-97% ทุกช่วงวัยมีความพิถีพิถันในการซื้อสินค้า สะท้อนเป็น 5 มิติพฤติกรรม คือ Search & Compare, Maximize Value, Authentic Demand, Risk Reduction และ Timing & Patience

โดย Gen X ให้ความสำคัญกับ 5 มิตินี้สูงสุด ส่วน Gen Z แม้ให้น้ำหนักโดยรวมน้อยที่สุด แต่กลับโดดเด่นในมิติ Timing & Patience โดย 62% ของ Gen Z มีพฤติกรรมรอจังหวะราคาลดและโปรโมชันก่อนตัดสินใจซื้อ

ขณะที่ผู้บริโภคไทย 71% ใช้ AI ช่วยหาข้อมูลสินค้า สรุปรีวิว ตรวจสอบร้านค้า เปรียบเทียบราคา และคาดการณ์ราคา โดย Gen Z นำที่ 99% และ Gen Y ที่ 96%

ฝั่งความอ่อนไหวต่อราคา ผู้บริโภคเริ่มถูกกระตุ้นให้ตัดสินใจซื้อเมื่อราคาลดลง 11-20% และทนการขึ้นราคาได้ในช่วง 21-30% ยกเว้นหมวด FMCG ที่ทนการขึ้นราคาได้เพียง 11-20% เมื่อราคาเกินจุดรับได้ พฤติกรรมหลักที่ตามมาคือรอโปรโมชัน, หาข้อมูลเพิ่ม และเปลี่ยนแบรนด์ทันที

AI ครองบทบาทเด่นในเทคโนโลยี-ความงาม

เมื่อแยกพฤติกรรมรายหมวดสินค้า หมวดที่ AI เข้ามามีบทบาทสูงสุดคือ Technology & Gadgets โดยผู้บริโภค 90% เชื่อถือ AI เป็นเครื่องมือค้นหาและเปรียบเทียบข้อมูล ส่วนใหญ่มีรอบการซื้อทุก 6-12 เดือน (75.5%) และใช้เวลาตัดสินใจ 1-4 สัปดาห์ (60.3%)

ในหมวด Beauty & Personal Care ผู้บริโภค 72-86% ให้ความสำคัญกับคุณภาพและผลลัพธ์จริง โดยกว่า 30% ใช้ AI 2 ระบบควบคู่กัน ทั้ง ChatGPT และ Google Gemini เพื่อวิเคราะห์ส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ สะท้อนการเปลี่ยนจาก Brand Image-driven สู่ Ingredient-conscious และ AI-assisted Analysis

ส่วนหมวด Fashion Apparel & Accessories ยังเป็นหมวดที่ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อจาก ‘ความอยากได้’ เป็นหลัก แต่หันมาใช้ AI เป็นแหล่งข้อมูลแซงหน้าโซเชียลอย่าง TikTok ขณะที่ Official Store มีบทบาทน้อยที่สุดในทุกหมวดที่ 68.5% ส่งผลให้แบรนด์ต้องเร่งพัฒนากลยุทธ์แบบหลายช่องทางอย่างไร้รอยต่อ

หมวด Home & Appliances เป็นกลุ่มที่ผู้บริโภคใช้เวลาตัดสินใจนานที่สุด โดย 85.5% ค้นหาข้อมูลก่อนซื้อ และ 90-97% ศึกษาข้อมูลเชิงลึก ใช้เวลาเฉลี่ย 1-4 สัปดาห์ เนื่องจากเป็นสินค้าที่เน้นความทนทานและคุ้มค่าระยะยาว

ที่น่าสนใจในหมวดนี้ YouTube กลายเป็นแหล่งค้นหาข้อมูลอันดับ 1 สะท้อนว่าคอนเทนต์ Video Review และการสาธิตการใช้สินค้ามีอิทธิพลสูงสุด สินค้ายอดนิยมในหมวดนี้ได้แก่ เครื่องดูดฝุ่นและหุ่นยนต์ดูดฝุ่น

ส่วนหมวด FMCG & Daily Essentials เป็นกลุ่มที่ซื้อผ่านออนไลน์สูงสุด พฤติกรรมเปลี่ยนสู่ Smart Choice ผู้บริโภคเปรียบเทียบราคาและโปรโมชันก่อนตัดสินใจ ทำให้เป็นกลุ่มที่อ่อนไหวต่อราคาสูงที่สุด หากแบรนด์ปรับราคาขึ้น 11-20% ผู้บริโภคพร้อมเปลี่ยนแบรนด์ทันที

น่าสนใจว่ากลุ่ม Baby Boomer พิถีพิถันในหมวดนี้มากที่สุดที่ 96% สะท้อนการเปลี่ยนจากการซื้อแบบเคยชินสู่การซื้อแบบไตร่ตรอง

Trust Hierarchy เปลี่ยน รีวิวจริงแซงโฆษณาแบรนด์

ผลวิจัยเชิงคุณภาพยังพบว่าผู้บริโภคปรับพฤติกรรมตามระดับราคาอย่างชัดเจน

สินค้าราคาต่ำกว่า 1,000 บาทใช้อารมณ์ตัดสินใจ เช่น FMCG, อาหาร และเครื่องสำอางราคาถูก, ระดับ 1,000-10,000 บาทเริ่มเปรียบเทียบคุณภาพและดูรีวิว เช่น แกดเจ็ต, รองเท้า และเสื้อผ้า

ระดับเกิน 10,000 บาทใช้เวลาค้นหาข้อมูล 1-3 เดือนจากหลายแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น สมาร์ทโฟน, โน้ตบุ๊ก และเครื่องใช้ไฟฟ้า, ส่วนระดับเกิน 100,000 บาท ผู้บริโภคใช้เวลาไตร่ตรองนานหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เช่น ยานยนต์และเฟอร์นิเจอร์

อีกประเด็นสำคัญคือ ‘ลำดับชั้นความไว้วางใจ’ (Trust Hierarchy) ของผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ คำแนะนำจากเพื่อนและรีวิวผู้ใช้จริงกลายเป็นแหล่งข้อมูลน่าเชื่อถือสูงสุด ขณะที่โฆษณาจากแบรนด์มีอิทธิพลลดลง

โดย Gen Z ใช้ TikTok และแพลตฟอร์ม E-commerce แทน Search Engine แบบเดิม พฤติกรรม Showrooming หรือทดลองสินค้าหน้าร้านก่อนซื้อออนไลน์ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยผู้บริโภคใช้หน้าร้านเป็นพื้นที่ทดลองสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อออนไลน์ สะท้อนการเปลี่ยนบทบาทของร้านค้าสู่การเป็นศูนย์กลางประสบการณ์มากกว่าจุดขายสินค้า

7 กลยุทธ์ที่แบรนด์ต้องปรับเพื่อรับยุค Smartsumer

ผลวิจัยยังเสนอ 7 แนวทางที่แบรนด์และร้านค้าปลีกต้องปรับตัว เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่

  • AI-Ready Content พัฒนาข้อมูลที่มีโครงสร้างชัดเจน ทั้งรายละเอียดสินค้า, คุณสมบัติ, ราคา, รีวิว และคำอธิบายที่ครบถ้วน เพื่อให้ AI สามารถค้นหา แนะนำ และเปรียบเทียบสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • Sincerity Marketing เปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส โดยเฉพาะหมวด Beauty และ FMCG ที่ผู้บริโภคต้องการข้อมูลเชิงลึก เช่น ส่วนผสม, ใบรับรอง, แหล่งที่มา และผลการทดสอบ พร้อมพัฒนาคอนเทนต์ที่สะท้อนประสบการณ์จริงของผู้ใช้
  • Value-Based Pricing ให้น้ำหนักความคุ้มค่าโดยรวม ครอบคลุมทั้งคุณภาพ, อายุการใช้งาน และตอบโจทย์การใช้งานจริง มากกว่าการแข่งราคาเพียงอย่างเดียว
  • Promotion Strategy ใช้โปรโมชันอย่างมีกลยุทธ์ โดยส่วนลดระดับ 11-20% เป็น Sweet Spot ที่กระตุ้นการตัดสินใจซื้อได้ดีที่สุด ควบคู่กับกลยุทธ์เสริม เช่น 1 แถม 1, Bundle Deal, คูปองส่วนลด หรือฟรีค่าขนส่ง
  • Video Content ทำคอนเทนต์รีวิวและเปรียบเทียบสินค้าจากประสบการณ์ผู้ใช้จริงบน YouTube ส่งผลดีต่อหมวด Home & Appliances ที่ต้องการความเข้าใจในการใช้งาน
  • Omni-Channel เชื่อมโยงทุกช่องทางแบบไร้รอยต่อให้ตรงกับพฤติกรรมผู้บริโภค พร้อมใช้ TikTok และ Marketplace เป็นพื้นที่สร้างการรับรู้ ทดลองตลาด และกระตุ้นการตัดสินใจแบบเรียลไทม์
  • Smart Personal Shopping Assistant พัฒนาผู้ช่วยซื้อสินค้าอัจฉริยะที่ทำงานครบวงจร ตั้งแต่เปรียบเทียบราคาข้ามแพลตฟอร์มแบบเรียลไทม์, สรุปรีวิว, แจ้งเตือนโปรโมชัน, ตรวจสอบความแท้ของสินค้า ไปจนถึงแนะนำสินค้าที่เหมาะกับงบประมาณ

ทั้งนี้ Pain Point สำคัญของผู้บริโภคในยุคที่มีข้อมูลจำนวนมาก คือการขาดเครื่องมือช่วยตัดสินใจที่เชื่อถือได้ ขณะที่ความกังวลเรื่องสินค้าปลอมและความน่าเชื่อถือของร้านค้ายังคงเป็นอุปสรรคหลักของการซื้อออนไลน์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...