ฟ้าผ่ากลางแดด “ราเชน” เปิดใจ ปมถูกเด้งพ้น อธิบดีกรมฝนหลวงฯ
เหลือเวลาอีก 5 เดือน “ราเชน ศิลปะรายะ” อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ก็จะเกษียณอายุราชการ แต่มติครม.เมื่อวันที่ 28 เม.ย.2569 เหมือน “ฟ้าผ่ากลางแดด” หลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2 คน ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง โดยให้“วิทยา แก้วมี” ผู้ตรวจราชการกระทรวง ฯเป็น อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร สลับให้ “ราเชน”เป็น ผู้ตรวจราชการกระทรวง มีผลให้อดีตอธิบดีกรมฝนหลวง ตัดสินใจเขียนใบลาออกทันที และจะเข้ายื่นในสัปดาห์หน้า เพื่อให้มีผลเดือนมิ.ย.นี้
ถือเป็นการ “เด้งเงียบ” แบบไร้สัญญาณนัดหมาย อดีตอธิบดีกรมฝนหลวงฯ เปิดเผยในรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ เมื่อวันที่ 29 เม.ย.2569 ว่า หลังจากนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เข้ามารับตำแหน่งได้มอบนโยบายให้แก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 เพื่อช่วยเหลือประชาชน ซึ่งกรมฝนหลวงทำอยู่แล้ว โดยไม่มีวันหยุด และเคยพบรัฐมนตรีเพียงครั้งเดียว
เมื่อถามว่าอยู่เด้งทำไม …ผมพูดตรง ๆ มีโทรศัพท์อ้างว่า เป็นอดีตซีอีโอของสายการบิน นามสกุล จ. ประสานมาว่าจะขอพบ พอถึงวันมาก็มีบุคคล 3 คนมาขอพบ เพื่อขอช่วยดูงานด้านซ่อมอากาศยาน ซึ่งวันนั้นผมต้องไปราชการ จึงแจ้งว่า ไม่ได้นัดกับพวกท่าน แต่ได้นัดกับคนที่กล่าวมาแล้ว จึงขอโทษเขา เพราะไม่ทราบว่าเขาจะเป็นมิจฉาชีพหรืออะไรหรือไม่ จึงขอโทษ
และอีกครั้งช่วงเดือนก.พ.หรือมี.ค. มีการโทรมาหาที่หน้าห้อง อ้างว่าเป็นเครือญาติของผู้ใหญ่มาขอพบ ซึ่งช่วงนั้นกำลังแก้ปัญหาฝุ่นอยู่ที่หัวหิน ยังไม่สะดวก เพราะไปทำงาน ก็ยังไม่ได้พบ ครั้งล่าสุดไปแก้ปัญหาฝุ่นที่จ.เชียงใหม่ เขาก็ติดต่อมาที่หน้าห้องอีกครั้ง คราวนี้อ้างว่าเป็นหลานเลย คราวนี้ ผมก็ติดภารกิจจริง ๆ ไม่ได้ไปเบี่ยงอะไรต่าง ๆ นาๆ เพราะงานต้องไปดูกับน้อง ๆนักบิน และนักวิทยาศาสตร์ที่ทำงาน
แม้กระทั่งช่วงสงกรานต์ ผู้บริหารของกระทรวงฯเดินทางไปต่างประเทศ มีเหตุไฟไหม้ที่วัดภูก้อน จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 14 เม.ย.ก็เดินทางไปกับนายวัชรพล ขาวขำ รมช.เกษตรฯ ก็ไปทำงานอยู่ที่นั่น ไม่ได้มีวันหยุด เพราะลงพื้นที่ทำเอง
น้อมรับคำตัดสินใจของผู้บังคับบัญชา…เกิดเหตุก็ไม่ได้โทรไปหาใคร น้อมรับการตัดสินใจของผู้มีอำนาจ ทำไปแล้วก็ไม่ว่ากัน ตนเป็นข้าราชการมืออาชีพ อยู่ที่ไหนก็อยู่ได้ หากอยู่ไม่ได้ก็ลาออก ก็เท่านั้นเอง
เมื่อถามว่า คิดจะลาออกหรือไม่ นายราเชน กล่าวว่าจริง ๆ ตั้งใจจะลาออกวันที่ 7 ส.ค.2569 มันเป็นวันครบอายุ 60 ปี ซึ่งได้แจ้งกับน้อง ๆ เขาก็ทราบอยู่แล้ว แต่พอมีเรื่องนี้มาก็ทำให้ตัดสินใจเร็ว เพราะเมื่อวานนี้ (28 เม.ย.2569) พอทราบข่าวก็ทำใบลาออกไว้แล้ว เดี๋ยวสัปดาห์หน้าจะไปยื่น ขอให้มีผลวันที่ 1 ส.ค.นี้
“ในเมื่อผมอาจจะบกพร่องในสายตา หรือมุมมองของผู้ใหญ่ แต่ถ้าผมผิดตั้งกรรมการสอบผมก็ยินดี แต่อันนี้น้อมรับคำสั่ง ผมเป็นข้าราชการที่ต้องมีวินัย ไปอยู่ไหนก็อยู่ได้..เขียนใบลาออกไว้แล้ว โดยให้มีผลเดือนมิ.ย.นี้ ไม่ต้องรอให้ถึงเดือนกรกฎาคม หรือสิงหาคม”
มีอีกหลายเรื่อง ให้เล่าให้ฟังไหมล่ะ ช่วงต้นเดือนเม.ย.ก็มีโทรศัพท์ลึกลับโทรเข้ามา ให้เอาคำขอตั้งงบประมาณปี 2570 ไปพบผู้ใหญ่อยู่ชั้น 4 ของพรรคซึ่งอยู่แถวๆรัชดา ก็โดนเรียกไปทุกกรม ผมก็ไป ทำความเข้าใจชี้แจงทำความว่าการตั้งงบประมาณเป็นอย่างนี้ เขาก็ขอไว้ชุดหนึ่ง…. วันนั้น ผมไปเป็นหน่วยงานที่สอง หน่วยงานแรก คือ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ส่วนกรมฝนหลวงก็ช่วงบ่าย หลังจากนั้นก็สำนักงานสปก.มีเลขา รองเลขาฯไป ทุกกรมถูกสั่งให้ไปเพื่อขอดูตั้งงบอะไรไว้บ้าง
เป็นเหตุการณ์ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์ขอซ่อมเครื่องบิน? …เขามองว่า ผมเป็นเด็กของพรรคการเมืองพรรคเดิมได้ร่วมรัฐบาล จริง ๆ แล้ว ผมทำงานผ่านมา 3 รัฐมนตรีแล้ว ก่อนหน้านั้น เป็นหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรีของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน พอผู้กอง (ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า) เข้ามา เขามองผม เป็นเด็กการเมือง พอเขาเข้ามา เห็นว่าผมทำงานได้ เขาก็ตั้งเป็นอธิบดี ส่วนใหญ่จะโดนตลอด ว่า เป็นคนของพรรคนั้น พรรคนี้ แต่เราเป็นข้าราชการมืออาชีพ มีหน้าที่ขับเคลื่อนงาน แค่นั้นเอง
“ไม่เป็นไร ไปก็คือไป ทำให้ตัดสินใจได้เร็วขึ้น ที่ผ่านมา ทำงานไม่ค่อยได้มีวันหยุดอยู่กับครอบครัว ลูกๆ เลย แต่อันนี้ลาออก ไปดูแลครอบครัวดีกว่า”
อ่านข่าว
ยธ.ประชุมพิจารณาพักโทษ "ทักษิณ" ลุ้นติดกำไล EM หรือไม่
กพช.ไฟเขียวค่าไฟ 200 หน่วยแรก จ่ายไม่เกิน 3 บาท รับซื้อไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ 2.20 บาท
ราคาทองคำ เช้านี้ -350 บาท แนวโน้มปรับฐานระยะสั้น ลุ้นประชุมกนง.บ่ายนี้