เกิดมาไม่เคยเจอ! น้ำมันแพงขนาดนี้ ชาวนาน้ำตาซึม ตัดใจเลิกทำนาเหตุต้นทุนพุ่ง
เมื่อวันที่ 6 เม.ย. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณบ้านทุ่งไอ้หุ หมู่ที่ 7 ตำบลน้ำซึม อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี หลังได้รับการเปิดเผยจากนางจำรูญ เก่งธัญกรรม อายุ 70 ปี ชาวนาที่ทำนากว่า 20 ไร่ ซึ่งกำลังเผชิญวิกฤติต้นทุนการผลิตพุ่งสูงอย่างหนัก
โดยนางจำรูญ พาผู้สื่อข่าวลงไปดูนาข้าวที่กำลังออกรวงและเหลือเวลาเพียง 7–8 วันก็จะถึงช่วงเก็บเกี่ยว แต่สภาพรวงข้าวกลับไม่สมบูรณ์ เมล็ดลีบและมีขนาดเล็ก เนื่องจากขาดน้ำและการบำรุงอย่างเพียงพอ หลังได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงทะลุลิตรละ 50 บาท ทำให้ไม่สามารถซื้อน้ำมันมาใช้กับเครื่องสูบน้ำได้ เพราะต้นทุนจะยิ่งเพิ่มขึ้น อีกทั้งก่อนหน้านี้ยังเจอปัญหาน้ำมันขาดแคลน ปั๊มน้ำมันไม่จำหน่ายให้ผู้ที่นำถังหรือแกลลอนไปซื้อ ทำให้ไม่สามารถสำรองน้ำมันไว้ใช้งานได้ทัน ส่งผลให้ข้าวในนาไม่ได้รับน้ำอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกันราคาปุ๋ยก็ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก จากเดิมกระสอบละประมาณ 800 บาท ปัจจุบันพุ่งเกือบ 1,300 บาท ทำให้ใส่ปุ๋ยได้เพียงครั้งเดียวในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น หลังจากนั้นต้องปล่อยตามสภาพ ส่งผลให้รวงข้าวไม่สมบูรณ์ จากเดิมที่เคยมีเมล็ดข้าวกว่า 200 เมล็ดต่อรวง ปัจจุบันเหลือเพียงประมาณ 20 เมล็ดเท่านั้น และยังไม่แข็งแรง เพียงใช้มือจับก็ร่วงหล่น ปกตินาข้าว 20 ไร่ จะให้ผลผลิตประมาณ 25 เกวียน แต่ในปีนี้คาดว่าจะได้ไม่ถึง 8 เกวียน ขณะที่ราคาข้าวปัจจุบันอยู่ที่ประมาณเกวียนละ 5,800 บาท ซึ่งไม่คุ้มกับต้นทุนที่ลงทุนไป
นอกจากนี้ ค่าจ้างรถเกี่ยวข้าวยังปรับขึ้นจากไร่ละ 500 บาท เป็น 600 บาท และยังมีเงื่อนไขเพิ่มเติมว่าผู้ว่าจ้างต้องเตรียมน้ำมันสำรองให้ โดยรถเกี่ยวจะมาแบบเติมน้ำมันเต็มถังและเมื่อเกี่ยวเสร็จ ชาวนาจะต้องเติมน้ำมันคืนให้เต็มถังอีกครั้ง ยิ่งเพิ่มภาระต้นทุนเข้าไปอีก
นางจำรูญกล่าวด้วยความน้อยใจว่า "ตนสืบทอดอาชีพทำนามาจากครอบครัว ทำมาตลอดชีวิต แม้จะเหนื่อยแต่ก็ภูมิใจ เพราะรักในอาชีพนี้ แต่จากสถานการณ์ปัจจุบันทำให้ต้องตัดสินใจหยุดทำนาหลังจากเก็บเกี่ยวครั้งนี้ ทั้งที่ไม่อยากเลิก เกิดมาทั้งชีวิตไม่เคยเจอน้ำมันแพงขนาดนี้ ทำต่อก็ไม่ไหวแล้ว
ทั้งนี้หลังเก็บเกี่ยวข้าวในรอบนี้อาจต้องปล่อยพื้นที่นาให้รกร้างชั่วคราว หรือพิจารณาปรับเปลี่ยนไปทำอาชีพอื่นแทน โดยหวังว่าสถานการณ์ราคาสินค้าและต้นทุนการผลิตจะดีขึ้นในอนาคต"