โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

รู้จัก “BIFs” 3 ชาติเศรษฐกิจใหญ่ เผชิญวิกฤตความเชื่อมั่นตลาดพันธบัตร

การเงินธนาคาร

อัพเดต 22 เม.ย. เวลา 16.07 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. เวลา 09.07 น.

สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และอิตาลี ถูกจับตาในฐานะกลุ่ม “BIFs” หลังนักลงทุนเริ่มตั้งคำถามต่อความน่าเชื่อถือด้านการคลัง ส่งผลให้ต้นทุนกู้ยืมพุ่งและส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตรขยายตัว

วันที่ 22 เมษายน 2569 เวลา 15.36 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า นักลงทุนในตลาดพันธบัตรกำลังกดดัน 3 เศรษฐกิจใหญ่ของยุโรปอย่างหนัก หลังเผชิญวิกฤตความเชื่อมั่น ท่ามกลางความขัดแย้งในอิหร่านที่ทำให้ประเด็นหนี้รัฐบาลกลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง

Craig Inches หัวหน้าฝ่ายอัตราดอกเบี้ยและเงินสดของ Royal London Asset Management ระบุว่า สหราชอาณาจักร อิตาลี และฝรั่งเศส กำลังเผชิญกับภาวะที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (bond yield spreads) เมื่อเทียบกับประเทศแกนหลัก เช่น สหรัฐ และเยอรมนี ขยายตัวขึ้น สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อเงินเฟ้อและความสามารถในการบริหารปัญหาหนี้ของแต่ละประเทศ

ทั้งสามประเทศถูกเรียกรวมกันว่า“BIFs” ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบกับกลุ่ม “PIIGS” ที่เคยเป็นศูนย์กลางวิกฤตหนี้ยุโรปในปี 2554 โดยแม้วิกฤตในอดีตจะเน้นปัญหาความสามารถในการชำระหนี้ (solvency) แต่สถานการณ์ปัจจุบันกลับเป็นวิกฤตความเชื่อมั่นที่นักลงทุนเริ่มมองว่าประเทศเหล่านี้มีความเสี่ยงด้านนโยบายการคลังเพิ่มขึ้น

ข้อมูลล่าสุดสะท้อนแรงกดดันดังกล่าว โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีของสหราชอาณาจักรอยู่ที่ประมาณ 4.86% ฝรั่งเศสอยู่ที่ 3.64% และอิตาลีอยู่ที่ 3.77% ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีอยู่ที่ราว 4.29% และเยอรมนีอยู่ที่ประมาณ 3% ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่า

Inches ชี้ว่า แต่ละประเทศมีปัญหาเฉพาะตัว โดย ฝรั่งเศส เผชิญความไม่แน่นอนทางการเมืองหลังการเลือกตั้งปี 2567 ส่งผลให้รัฐบาลขาดเสถียรภาพและยากต่อการผลักดันนโยบายปฏิรูปเชิงโครงสร้าง

ด้าน อิตาลี แม้รัฐบาลของ Giorgia Meloni จะมีเสถียรภาพมากขึ้นเมื่อเทียบกับอดีต แต่ยังเผชิญข้อจำกัดจากระดับหนี้ต่อ GDP ที่สูงมาก ทำให้แทบไม่สามารถเพิ่มภาระหนี้ได้ ขณะที่การขาดดุลงบประมาณยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ส่วน สหราชอาณาจักร แม้มีอัตราหนี้ต่อ GDP ต่ำกว่าประเทศอื่นในกลุ่ม และรัฐบาลของ Keir Starmer มีเสียงข้างมากในรัฐสภา แต่กลับเผชิญปัญหาความเชื่อมั่นจากนักลงทุน โดยเฉพาะโครงสร้างการใช้จ่ายที่ส่วนใหญ่ถูกใช้ไปกับดอกเบี้ยหนี้และสวัสดิการ ทำให้เกิดคำถามต่อประสิทธิภาพในการบริหารงบประมาณ

ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังซ้ำเติมสถานการณ์ โดยทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นปรับตัวสูงขึ้นจากความกังวลเงินเฟ้อระยะใกล้ อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์ชี้ว่าปัจจัยเชิงโครงสร้างของทั้งสามประเทศจะส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมระยะยาวยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไป

โดยปกติ หากเศรษฐกิจชะลอตัว นักลงทุนมักคาดว่าอัตราดอกเบี้ยในอนาคตจะลดลง ส่งผลให้พันธบัตรระยะยาวมีอัตราผลตอบแทนลดลง แต่ในกรณีนี้กลับพบว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวยังคงปรับสูงขึ้น สะท้อนความกังวลต่อความเสี่ยงเชิงโครงสร้างของประเทศเหล่านี้

เพื่อลดแรงกดดันดังกล่าว รัฐบาลในกลุ่ม BIFs พยายามปรับกลยุทธ์การกู้ยืม โดยลดการออกพันธบัตรระยะยาว และหันไปเน้นพันธบัตรระยะสั้นมากขึ้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงเรียกร้องส่วนชดเชยความเสี่ยง (term premium) ที่สูงขึ้น

Inches เตือนว่า หากประเทศเหล่านี้ไม่สามารถเติบโตทางเศรษฐกิจเพื่อแก้ปัญหาหนี้ หรือใช้เงินเฟ้อช่วยลดภาระหนี้ได้ ในอนาคตการออกพันธบัตรใหม่อาจต้องเสนออัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้น เพื่อดึงดูดนักลงทุน

อ้างอิง : www.cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...