รู้จัก “BIFs” 3 ชาติเศรษฐกิจใหญ่ เผชิญวิกฤตความเชื่อมั่นตลาดพันธบัตร
สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และอิตาลี ถูกจับตาในฐานะกลุ่ม “BIFs” หลังนักลงทุนเริ่มตั้งคำถามต่อความน่าเชื่อถือด้านการคลัง ส่งผลให้ต้นทุนกู้ยืมพุ่งและส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตรขยายตัว
วันที่ 22 เมษายน 2569 เวลา 15.36 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า นักลงทุนในตลาดพันธบัตรกำลังกดดัน 3 เศรษฐกิจใหญ่ของยุโรปอย่างหนัก หลังเผชิญวิกฤตความเชื่อมั่น ท่ามกลางความขัดแย้งในอิหร่านที่ทำให้ประเด็นหนี้รัฐบาลกลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง
Craig Inches หัวหน้าฝ่ายอัตราดอกเบี้ยและเงินสดของ Royal London Asset Management ระบุว่า สหราชอาณาจักร อิตาลี และฝรั่งเศส กำลังเผชิญกับภาวะที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (bond yield spreads) เมื่อเทียบกับประเทศแกนหลัก เช่น สหรัฐ และเยอรมนี ขยายตัวขึ้น สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อเงินเฟ้อและความสามารถในการบริหารปัญหาหนี้ของแต่ละประเทศ
ทั้งสามประเทศถูกเรียกรวมกันว่า“BIFs” ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบกับกลุ่ม “PIIGS” ที่เคยเป็นศูนย์กลางวิกฤตหนี้ยุโรปในปี 2554 โดยแม้วิกฤตในอดีตจะเน้นปัญหาความสามารถในการชำระหนี้ (solvency) แต่สถานการณ์ปัจจุบันกลับเป็นวิกฤตความเชื่อมั่นที่นักลงทุนเริ่มมองว่าประเทศเหล่านี้มีความเสี่ยงด้านนโยบายการคลังเพิ่มขึ้น
ข้อมูลล่าสุดสะท้อนแรงกดดันดังกล่าว โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีของสหราชอาณาจักรอยู่ที่ประมาณ 4.86% ฝรั่งเศสอยู่ที่ 3.64% และอิตาลีอยู่ที่ 3.77% ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีอยู่ที่ราว 4.29% และเยอรมนีอยู่ที่ประมาณ 3% ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่า
Inches ชี้ว่า แต่ละประเทศมีปัญหาเฉพาะตัว โดย ฝรั่งเศส เผชิญความไม่แน่นอนทางการเมืองหลังการเลือกตั้งปี 2567 ส่งผลให้รัฐบาลขาดเสถียรภาพและยากต่อการผลักดันนโยบายปฏิรูปเชิงโครงสร้าง
ด้าน อิตาลี แม้รัฐบาลของ Giorgia Meloni จะมีเสถียรภาพมากขึ้นเมื่อเทียบกับอดีต แต่ยังเผชิญข้อจำกัดจากระดับหนี้ต่อ GDP ที่สูงมาก ทำให้แทบไม่สามารถเพิ่มภาระหนี้ได้ ขณะที่การขาดดุลงบประมาณยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
ส่วน สหราชอาณาจักร แม้มีอัตราหนี้ต่อ GDP ต่ำกว่าประเทศอื่นในกลุ่ม และรัฐบาลของ Keir Starmer มีเสียงข้างมากในรัฐสภา แต่กลับเผชิญปัญหาความเชื่อมั่นจากนักลงทุน โดยเฉพาะโครงสร้างการใช้จ่ายที่ส่วนใหญ่ถูกใช้ไปกับดอกเบี้ยหนี้และสวัสดิการ ทำให้เกิดคำถามต่อประสิทธิภาพในการบริหารงบประมาณ
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังซ้ำเติมสถานการณ์ โดยทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นปรับตัวสูงขึ้นจากความกังวลเงินเฟ้อระยะใกล้ อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์ชี้ว่าปัจจัยเชิงโครงสร้างของทั้งสามประเทศจะส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมระยะยาวยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไป
โดยปกติ หากเศรษฐกิจชะลอตัว นักลงทุนมักคาดว่าอัตราดอกเบี้ยในอนาคตจะลดลง ส่งผลให้พันธบัตรระยะยาวมีอัตราผลตอบแทนลดลง แต่ในกรณีนี้กลับพบว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวยังคงปรับสูงขึ้น สะท้อนความกังวลต่อความเสี่ยงเชิงโครงสร้างของประเทศเหล่านี้
เพื่อลดแรงกดดันดังกล่าว รัฐบาลในกลุ่ม BIFs พยายามปรับกลยุทธ์การกู้ยืม โดยลดการออกพันธบัตรระยะยาว และหันไปเน้นพันธบัตรระยะสั้นมากขึ้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงเรียกร้องส่วนชดเชยความเสี่ยง (term premium) ที่สูงขึ้น
Inches เตือนว่า หากประเทศเหล่านี้ไม่สามารถเติบโตทางเศรษฐกิจเพื่อแก้ปัญหาหนี้ หรือใช้เงินเฟ้อช่วยลดภาระหนี้ได้ ในอนาคตการออกพันธบัตรใหม่อาจต้องเสนออัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้น เพื่อดึงดูดนักลงทุน
อ้างอิง : www.cnbc.com