หุ้นไทย ปิดลบ 18.39 จุด กังวลตะวันออกกลางยังตึงเครียดแม้ขยายเวลาหยุดยิง-แรงขายหุ้นใหญ่กดดัน
หุ้นไทย ปิดวันนี้ 23 เม.ย. ที่ระดับ 1,461.35 จุด ลดลง 18.39 จุด มูลค่าซื้อขาย 66,513 ล้านบาท หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอน ทำให้ตลาดมีความกังวล และราคาน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่มขึ้น แม้ว่าจะหนุนต่อหุ้นกลุ่มน้ำมัน แต่มีแรงขายหุ้นใหญ่อื่น ๆ ออกมากดดัน
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันที่ 23 เมษายน 23 เมษายน ปิดที่ระดับ 1,461.35 จุด ลดลง 18.39 จุด (-1.24%) มูลค่าการซื้อขาย 66,513.61 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 3,062.59 ล้านบาท กองทุนขายสุทธิ 1,832.28 ล้านบาท
วันนี้มีการซื้อขายหลักทรัพย์บนกระดานใหญ่ (BIG LOT) 11 หลักทรัพย์ 11 รายการ พบ SCB มีมูลค่าสูงสุด 264 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 132 บาท
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม กรรมการบริหาร บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลง จากบรรยากาศของปัจจัยภายนอกที่ยังไม่ค่อยดี หลังจากสถานการณ์ในตะวันออกลางยังคงมีความไม่แน่นอน แม้ว่าจะมีการขยายระยะเวลาการหยุดยิงออกไปอย่างไม่มีกำหนด แต่ก็ยังมีข่าวการโจมตีเรือบรรทุกสินค้าบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ตลาดยังคงมีความกังวลจากสถานการณ์ที่ยังมีความตึงเครียด
โดยความตึงเครียดในตะวันออกลางส่งผลมาที่ราคาน้ำมันดิบที่กลับมาปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งก็เป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นในกลุ่มน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นในวันนี้ แต่ตลาดหุ้นไทยยังเผชิญแรงกดดันจากแรงขายหุ้นใหญ่อื่นๆที่กระจายตัว เช่น SCC SCB GULF และ DELTA เป็นต้น ทำให้เป็นปัจจัยที่กดดันต่อดัชนีตลาดหุ้นไทยในวันนี้
แนวโน้มพรุ่งนี้ (24 เม.ย. 2569) คาดว่าแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยที่ยังต้องติดตามต่อเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางว่าจะเป็นอย่างไร ประกอบกับยังติดตามการรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/69 ของบริษัทจดทะเบียนในประเทศ โดยให้แนวต้าน 1,470 จุด แนวรับ 1,450 จุด
5 หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด
- SCB มูลค่าการซื้อขาย 4,908.81 ล้านบาท ปิดที่ 131.50 บาท ลดลง 3.00 บาท
- KBANK มูลค่าการซื้อขาย 4,583.06 ล้านบาท ปิดที่ 191.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท
- PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 4,452.58 ล้านบาท ปิดที่ 147.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท
- DELTA มูลค่าการซื้อขาย 3,360.69 ล้านบาท ปิดที่ 293.00 บาท ลดลง 8.00 บาท
- SCC มูลค่าการซื้อขาย 3,321.51 ล้านบาท ปิดที่ 214.00 บาท เพิ่มขึ้น 19.00 บาท