เด็กไทยเกิดต่ำ-เกิดมาจน ทรัพยากรเด็กคือ ‘สิ่งล้ำค่า’ ‘ศุภนิมิตฯ’ ชี้ลงทุนในเด็กกำไร 6 เท่า
สถานการณ์เด็กไทยในปัจจุบันเข้าขั้นวิกฤตหนัก ประเทศไทยประสบกับปัญหาเด็กเกิดต่ำมาอย่างต่อเนื่อง และยังมีอัตราเด็กเกิดใหม่น้อยกว่าคนเสียชีวิต ส่งผลให้ประชากรวัยทำงานเป็นลดลงจำนวนมาก
ซ้ำร้าย ประชากรในวัยเรียนกว่า 1 ใน 3 เกิดมาพร้อมความยากจน ส่งผลลบต่อคุณภาพชีวิตเมื่อเติบโต ก็จะเป็นกลุ่มเปราะบาง
เมื่อเด็กไทยเกิดน้อย แถมเกิดมาจน เด็กแต่ละคนจึงที่มีเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ามากต่อสังคม การลงทุนพัฒนาประชากรรุ่นใหม่จึงเป็นเรื่องที่สังคมต้องเร่งให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เพื่อรับมือกับความท้าทายของโลกแห่งอนาคต
สำนักข่าวทูเดย์ ได้มีโอกาสพูดคุยกับ แอนดริว มอร์เล่ ประธานและผู้บริหาร ศุภนิมิตสากล ถึงความน่ากังวลของสถานการณ์เด็กไทยในปัจจุบัน รวมไปถึงภารกิจของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย กับภารกิจดูแลเด็กไทยให้ไม่ตกหล่นจากระบบการศึกษา
[สำรวจเด็กไทย เกิดน้อย-ตายมาก เกิดแล้วยากจน]
ปี 2568 ประเทศไทยมีอัตราการเด็กเกิดใหม่ต่ำสุดในรอบ 75 ปี อยู่ที่ 416,574 คน และมีอัตราการเสียชีวิตมากกว่าเด็กเกิดใหม่ติดต่อกันเป็นปีที่ 5 คาดการณ์ว่าในปี 2593 ไทยจะมีสัดส่วนวัยทำงานเพียงแค่ 50% ของจำนวนประชากรทั้งหมด
สอดคล้องกับข้อมูลจาก กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) พบว่าในปี 2567 เด็กไทยวัยเรียนระดับก่อนประถมศึกษาและการศึกษาภาคบังคับ (อายุ 3–14 ปี) จำนวนกว่า 3 ล้านคนอาศัยอยู่ในครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน หรือมีรายได้ ไม่เกิน 3,043 บาทต่อเดือน คิดเป็น 1 ใน 3 ของประชากรวัยเรียนทั้งประเทศ
แอนดริว มอร์เล่ ผู้บริหารศุภนิมิตสากลระบุว่า นับตั้งแต่วิกฤตโควิด-19 เป็นต้นมา โลกต้องเผชิญกับวิกฤตความเหลื่อมล้ำที่รุนแรงขึ้นจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ทำให้มีเด็กจำนวนมากกลายเป็นกลุ่มเปราะบาง สำหรับประเทศไทยนั้น มูลนิธิศุภนิมิตฯ พบว่า ครอบครัวที่มีฐานะยากจนมีเพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงการย้ายถิ่นฐานของพ่อแม่เด็กเพื่อหางานทำก็มีมากขึ้นด้วย
การแก้ไขปัญหาความเปราะบางในเด็ก จึงจำเป็นเร่งด่วนและยิ่งต้องให้ความสำคัญ เพราะเป็นที่ชัดเจนว่า วิกฤตโครงสร้างประชากร ทำให้เด็กที่เกิดน้อย ยิ่งมีคุณค่าต่อสังคมมากๆ ในฐานะกำลังหลักพัฒนาประเทศในอนาคต
[เลงทุนในเด็ก 1 บาท ได้กำไร 6 เท่า]
ภาพรวมสถานการณ์เด็กไทย แอนดริว มองว่าเมื่อเด็กเกิดน้อยลง เด็กแต่ละคนที่เกิดมาจึง ‘ล้ำค่า’ คือต้องมีคุณภาพเพียงพอทดแทนกับปริมาณที่หายไป
แต่ถึงอย่างนั้น การลงทุนพัฒนาเด็ก ยังเป็นเรื่องสำคัญของสังคมที่ถูกมองข้าม
เขาเปรียบเปรยว่า การลงทุนในเด็ก 1 บาท จะให้ผลตอบแทนกลับมา 6 บาท หรือ 6 เท่า ซึ่งผลตอบแทนที่เกิดขึ้นถึง 6 เท่า นั้นเกิดขึ้นจากการพัฒนาทั้งสภาพแวดล้อมของเด็กทั้งหมด ทำให้ไม่ใช่แค่ตัวเด็กเท่านั้นที่ได้ประโยชน์ แต่ผู้ใหญ่รอบข้างตัวเด็กก็รับผลพลอยได้นั้นด้วย
ผู้บริหารศุภนิมิตสากล ยกตัวอย่างการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่ดีให้แก่เด็ก จะทำให้เด็กกลายเป็นสมาชิกที่มีประสิทธิภาพของสังคม มีโอกาสเอาตัวรอดในสังคม ลดการพึ่งพาครอบครัวและสวัสดิการของรัฐ
สำหรับในประเทศไทย ศุภนิมิตสากลโดยการดำเนินงานของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย มีโครงการหลักของมูลนิธิคือ โครงการอุปการะเด็ก หรือ Child Sponsorship ที่จะจัดหาทุนบริจาคสำหรับกลุ่มเด็กเปราะบาง โดยไทยมีเด็กในความอุปการะจำนวน 37,796 ในพื้นที่ดำเนินงาน 32 จังหวัดทั่วประเทศ
โครงการอุปการะเด็กของศุภนิมิตฯ ไม่ใช่แค่การนำเงินบริจาคไปให้แก่เด็กเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการนำทุนบริจาคไปพัฒนาเด็กผ่านความร่วมมือระหว่าง เด็ก ครอบครัว ชุมชน โรงเรียน และหน่วยงานรัฐในท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เด็กมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเติบโต
ความช่วยเหลือที่เกิดขึ้น เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในชุมชน ส่งเสริมศักยภาพครอบครัวและชุมชนให้สามารถเลี้ยงดูตัวเองได้ ลดความเสี่ยงที่เด็กจะหลุดจากระบบการศึกษา พร้อมทั้งสร้างสภาวะปลอดภัยให้เด็กเพื่อให้พวกเขาสามารถเติบโตได้อย่างเต็มที่
นี่ทำให้ทุนบริจาค ไม่ได้เพียงแค่สร้างโอกาสให้กับเด็ก แต่ยังพัฒนาครอบครัวและชุมชนรอบข้างของเด็กไปด้วย
[‘ความรุนแรง’ ผลลัพธ์จากความยากจน ส่งผลต่อเด็กตลอดชีวิต]
ปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ผันผวน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ปัญหาความเหลื่อมล้ำยากจน ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงหลังวิกฤตโควิด-19
ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้เกิดการโยกย้ายถิ่นฐานครั้งใหญ่จากภัยสงคราม ภัยพิบัติทางธรรมชาติ และพิษเศรษฐกิจ
กลุ่มเปราะบางกลายเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เด็กหลายล้านคนเสี่ยงพบเจอกับความรุนแรงที่เกิดจากความเหลื่อมล้ำยากจนมากขึ้น
รายงานจากศุภนิมิตสากล พบว่ามีเด็กราว 1,000 ล้านคนทั่วโลก ได้รับผลกระทบจากความรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็กเปราะบาง อาทิ เด็กยากจน เด็กไร้สัญชาติ หรือเด็กข้ามชาติ ทำให้เด็กกลุ่มนี้มักตกอยู่ในวงกรความยากจน ผลมากจากบาดแผลในวัยเด็ก
การแก้ไขและป้องกันปัญหาความรุนแรงในเด็ก ต้องอาศัยกลไกในหลายระดับและภาคส่วนที่จะต้องบูรณาการร่วมกันอย่างมีประสิทธิภา
ผู้บริหารสูงสุดของศุภนิมิตสากลกล่าวว่า ศุภนิมิตฯ พยายามผลักดันให้สังคมมองว่า เด็กทุกคนคือเด็ก ที่สมควรได้รับโอกาสในการใช้ชีวิตในวัยเด็กอย่างมีความสุข
เขายังกล่าวต่อมา เด็กต้องมีพื้นที่ปลอดภัย แม้กระทั่งเด็กในค่ายผู้ลี้ภัยที่ทางมูลนิธิศุภนิมิตเข้าไปจัดตั้งพื้นที่เป็นมิตรสำหรับเด็ก เพื่อลดทอนความโหดร้ายที่เด็กๆ ต้องเจอในค่ายผู้ลี้ภัย เป็นต้น