โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บางกอกแอร์เวย์ส ดีเดย์ 1 เม.ย. ขึ้นค่าตั๋ว 15-20% รับน้ำมันพุ่ง จ่อทบทวนเป้าปี 69

Khaosod

อัพเดต 27 มี.ค. เวลา 10.08 น. • เผยแพร่ 27 มี.ค. เวลา 10.08 น.

บางกอกแอร์เวย์ส ชี้ต้นทุนน้ำมันทะยาน 170-180 ดอลลาร์/บาร์เรล กดดันธุรกิจการบิน เร่งปรับราคาบัตรโดยสารเริ่ม 1 เม.ย. พร้อมเก็บ Fuel Surcharge เส้นทางต่างประเทศ เดินหน้าเฮดจิ้ง 30% ประคองต้นทุน จับตาสถานการณ์ใกล้ชิด หากยืดเยื้ออาจต้องปรับแผนทั้งปี พร้อมดันลงทุนสนามบิน-ขยายฝูงบินรองรับการเติบโตระยะยาว

นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เปิดเผยว่าในวันที่ 1 เม.ย. บริษัทเตรียมปรับราคาบัตรโดยสารในประเทศเพิ่มขึ้น 15-20% เพื่อสะท้อนต้นทุนที่จากผลกระทบราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น แต่ทั้งนี้ยืนยันว่าการปรับราคาจะยังอยู่ภายใต้เพดานราคา (Ceiling) ที่ได้รับอนุมัติจากหน่วยงานรัฐ

ในขณะที่เส้นทางต่างประเทศ เช่น มัลดีฟส์ บริษัทได้เริ่มเก็บค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง (Fuel Surcharge) ไปแล้ว ตั้งแต่ 50-60 เหรียญสหรัฐ พร้อมยอมรับต้นทุนน้ำมันและเศรษฐกิจโลกกระทบความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว โดยบริษัทเตรียมมอนิเตอร์สถานการณ์อย่างใกล้ชิดรายสัปดาห์

อย่างไรก้ดี จากสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงขึ้นแตะระดับ 170-180 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยบริษัทได้มีการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงด้านราคาน้ำมัน (Hedging) ไว้ประมาณ 30% ที่ราคา 80-90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งช่วยเฉลี่ยต้นทุนได้ทั้งปี

ทั้งนี้นายพุฒิพงศ์ กล่าวว่าภาพรวมธุรกิจการบินในช่วงต้นปียอมรับว่าดูดีมาก แต่เหตุการณ์ความผันผวนในช่วงปลายเดือนก.พ.ทำให้ต้องกลับมาพิจารณาเป้าหมายการเติบโตใหม่ หากสถานการณ์ยืดเยื้ออีก 2-3 เดือน อาจต้องปรับเป้าหมายประจำปี เนื่องจากน้ำมันเป็นต้นทุนหลักอันดับต้นๆ หรือคิดเป็นสัดส่วน 16% ของต้นทุนการดำเนินงานทั้งหมดในปี 2568

"บริษัทต้องมอนิเตอร์สถานการณ์ทุก 1-2 สัปดาห์ พร้อมใช้เครื่องมือ Hedging เพื่อป้องกันความเสี่ยงไว้ประมาณ 30% ที่ราคา 80-90 ดอลลาร์ เพื่อช่วยประคองต้นทุน แต่หากราคาน้ำมันตลาดโลกค้างอยู่ที่ระดับสูงนานๆ อาจจำเป็นต้องปรับโครงสร้างต้นทุนใหม่หรือขอผ่อนผันเพดานราคาค่าโดยสารกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.)"

นายพุฒิพงศ์ กล่าวและว่าในส่วนของสถานการณ์การเดินทางในเดือนเม.ย.ซึ่งเป็นช่วงสงกรานต์ ยอดจองล่วงหน้ายังคงเป็นปกติและไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ดีในฐานะนายกสมาคมสายการบินประเทศไทย (AAT) ได้ยื่นข้อเสนอต่อภาครัฐเพื่อขอพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบิน จากปัจจุบันที่เก็บอยู่ประมาณ 5 บาทต่อลิตร เพื่อช่วยลดภาระของผู้บริโภค

นายพุฒิพงศ์ กล่าวต่อว่าสำหรับยอดการสำรองที่นั่งล่วงหน้าของบริษัทฯ ณ วันที่ 16 มี.ค. 2569 สำหรับการเดินทางตั้งแต่เดือนเม.ย.-ก.ย. 2569 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1% โดยอัตราการจองบัตรโดยสารล่วงหน้าไตรมาสที่ 2 ลดลง 3% ขณะที่ไตรมาสที่ 3 เติบโต 9%

อย่างไรก็ดีในปี 2568 ตลาดนักท่องเที่ยวจากยุโรปมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นประมาณ 11% ขณะที่แนวโน้มอุตสาหกรรมการบินในปี 2569 จากข้อมูลของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ณ เดือนมกราคม 2569 การขนส่งปริมาณผู้โดยสาร (RPK) ทั่วโลกเพิ่มขึ้นประมาณ 3.8% โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เติบโตที่ 4.4%

แต่จากสถานการณ์ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบัน อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางระหว่างประเทศในระยะนี้ บริษัทจึงยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมปรับกลยุทธ์การดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง เพื่อให้การดำเนินงานและการให้บริการแก่ผู้โดยสารเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

ในด้านการยกระดับศักยภาพโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ฯ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างโครงการปรับปรุงสนามบินสมุยในไตรมาส 2 ปี 2569 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร 6 ล้านคนต่อปี พร้อมเพิ่ม Boarding Gates จาก 7 เป็น 11 ขยายพื้นที่เชิงพาณิชย์เป็น 4,000 ตารางเมตร และเพิ่มเคาน์เตอร์เช็กอินพร้อมเครื่องเช็กอินด้วยตนเองอัตโนมัติรวม 40 จุด โดยมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2573

ขณะเดียวกัน สนามบินตราดได้ขยายทางวิ่ง (Runway) เป็นความยาว 2,000 เมตรเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการก่อสร้างทางขับเคลื่อนอากาศยาน (Taxiway) และลานจอดอากาศยานจำนวน 3 จุด เพื่อรองรับอากาศยานแบบไอพ่น อาทิ แอร์บัส A320 โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในระยะเวลา 1 ปี

ด้านการบริหารจัดการฝูงบิน ในปีนี้สายการบินบางกอกแอร์เวย์สคาดว่าจะมีเครื่องบินจำนวน 22 - 26 ลำ ซึ่งฝูงบินปัจจุบันประกอบด้วย เครื่องบินแบบ แอร์บัส A320 จำนวน 1 ลำ แอร์บัส A319 จำนวน 11 ลำ และ ATR 72-600 จำนวน 10 ลำ โดยมีแผนสั่งซื้อเครื่องบินแบบ ATR 72-600 ใหม่จำนวน 12 ลำ ซึ่งจะรับมอบ 2 ลำแรกในไตรมาส 4 ปีนี้ และทยอยรับมอบไปจนถึงปี 2571

ขณะที่นางสาวลีฬภัทร ลีฬหวณิช รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการเงิน บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงภาพรวมผลการดำเนินงานด้านการเงินของบริษัทในปี 2568 ว่า บริษัทฯ มีรายได้รวม 26,067 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 3,580.3 ล้านบาท

สำหรับธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้องในปี 2568 มีการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยธุรกิจให้บริการอาหารบนเครื่องบินจากบริษัท ครัวการบินกรุงเทพ จำกัด หรือ BAC มีรายได้รวม 1,289 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากปี 2568 ให้บริการมื้ออาหาร 7.19 ล้านมื้อ

สำหรับธุรกิจบริการภาคพื้นซึ่งดำเนินงานโดยบริษัท บริการภาคพื้นการบินกรุงเทพ เวิลด์ไวด์ไฟลท์เซอร์วิส จำกัด หรือ BFS Ground มีรายได้รวม 3,481 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการให้บริการกว่า 77,123 เที่ยวบิน และธุรกิจบริการคลังสินค้าระหว่างประเทศ โดยบริษัท ดับบลิวเอฟเอสพีจีคาร์โก้ จำกัด หรือ BFS Cargo มีรายได้รวม 2,795 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากปริมาณสินค้าที่ให้บริการรวมกว่า 508,784 ตัน

ทางด้านนายคมกริช งามวงศ์วิโรจน์ ผู้อำนวยการแผนกลูกค้ารายใหญ่และผลิตภัณฑ์รายได้เสริม เปิดเผยแผนด้านการขายและการตลาดในปีนี้ว่า บริษัท ฯ ตั้งเป้ารายได้จากการจำหน่ายบัตรโดยสาร โดยคาดการณ์สัดส่วนการขายจากช่องทางเว็บไซต์ 26% และช่องทางอื่น ๆ 74% (BSP Agent, Online Travel Agent, Call Center, Codeshare เป็นต้น) โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ บริษัทฯ จะมุ่งเน้นการทำงานร่วมกับพันธมิตรสายการบินและเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายเป็นสำคัญ

หากจำแนกตามภูมิภาคตลาดยุโรปจะเป็นลูกค้ากลุ่มหลัก ซึ่งสร้างรายได้สูงสุด 40.3% อันดับสองคือตลาดไทยและอาเซียน 33.5% อันดับสาม ภูมิภาคอเมริกามีสัดส่วนที่ 8.2% ตามด้วยภูมิภาคเอเชียเหนือ 6.7% ออสตราเลเชีย 4.6% เอเชียใต้ 3.6% และภูมิภาคตะวันออกกลาง เอเชียกลาง และแอฟริกา คิดเป็น 2.6%

นายคมกริช กล่าวถึงกลยุทธ์การขายตามเป้าหมายในปี 2569 ได้แก่ การขายเชิงรุกในตลาดต่างประเทศ เนื่องจากยังมีความต้องการเดินทางเข้าไทยสูง และเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ ประกอบกับผลพวงความได้เปรียบจากอัตราแลกเปลี่ยน ส่งผลให้ราคาบัตรโดยสารเฉลี่ยปรับตัวในระดับที่สูงขึ้นด้วยเช่นกัน กลุ่มตลาดที่มีศักยภาพสูงและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการเดินทางและท่องเที่ยว อาทิ รัสเซีย ตะวันออกกลาง และยุโรป รวมถึงตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูง เช่น คาซัคสถาน ซาอุดีอาระเบีย และกลุ่มประเทศฟรีวีซ่าอย่าง จีน และอินเดีย

ขยายการเชื่อมต่อตรงผ่านระบบกลุ่ม API, NDC และ Direct Connect ให้มากขึ้น เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาซื้อบัตรโดยสารผ่านเว็บไซต์เปรียบเทียบราคา (Metasearch) และตัวแทนจำหน่ายตั๋วออนไลน์ (OTA) เพิ่มขึ้น เพื่อช่วยให้บริษัท ฯ กระจายการขายสู่ตลาดทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเดินหน้ากิจกรรมการตลาดและจัดแคมเปญร่วมกับ OTA อย่างต่อเนื่อง รวมถึง ขยายความร่วมมือกับแพลตฟอร์ม Kayak พันธมิตรทางธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องมือค้นหาการเดินทางชั้นนำ เพื่อเพิ่มการมองเห็นและต่อยอดโอกาสทางการขายสู่กลุ่มลูกค้าของ Kayak

ขณะเดียวกันยังเดินหน้าความร่วมมือกับสายการบินพันธมิตรซึ่งได้เปิดเส้นทางใหม่จากต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคยุโรป อาทิ Thai Airways, LOT Polish Airlines และ Condor เพื่อขยายโอกาสทางการตลาดและการขายจากเมืองต้นทางสู่จุดหมายปลายทางของบริษัท โดยเน้นการเชื่อมต่อที่สะดวกสบายให้กับผู้โดยสารและสัมภาระ

นอกจากนี้ บริษัท ฯ ได้บรรลุข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรชั้นนำ ได้แก่ บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และอลิอันซ์ พาร์ทเนอร์ส (ประเทศไทย) ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยการเดินทางและบริการประกันภัยอื่น ๆ แบบครบวงจร โดยผู้โดยสารสามารถเลือกรับความคุ้มครองที่อุ่นใจไปพร้อมกับการสำรองที่นั่งผ่านช่องทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ ได้โดยตรง

สำหรับกิจกรรมส่งเสริมการตลาดไฮไลต์ในปีนี้ บริษัท ฯ ยังคงเดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาผ่านกิจกรรม Bangkok Airways Boutique Series 2026 การแข่งขันวิ่งฮาล์ฟมาราธอนที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 โดยปีนี้จัดใน 4 เส้นทางท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ ตราด สมุย สุโขทัย และ เชียงใหม่

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บางกอกแอร์เวย์ส ดีเดย์ 1 เม.ย. ขึ้นค่าตั๋ว 15-20% รับน้ำมันพุ่ง จ่อทบทวนเป้าปี 69

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...