ทะเลาะบานปลาย พ่อเมาคว้าเหล็กตีหัว ลูกหยิบอีโต้ฟันสวนดับคาที่ คาดแบ่งเงินขายวัวไม่ลงตัว
ทะเลาะบานปลาย พ่อเมาคว้าเหล็กตีหัว ลูกหยิบอีโต้ฟันสวนดับคาที่ คาดแบ่งเงินขายวัวไม่ลงตัว
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 1 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.มหาสารคาม พ.ต.อ.สุมิตร นันสถิตย์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรวาปีปทุม พร้อมพนักงานสอบสวน สภ.วาปีปทุม ได้รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายจนมีผู้เสียชีวิต จึงประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านพัก บ้านหนองดู่ หมู่ที่ 7 ต.หนองแสน อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม ภายในบริเวณใต้ยุ้งฉางข้าว พบศพ นายประพันธ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 81 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณข้างห้องน้ำ สภาพศพไม่สวมเสื้อ มีบาดแผลถูกอาวุธมีดฟันบริเวณศีรษะลงลำคอ เป็นแผลฉกรรจ์ ใกล้กันพบอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ คือ มีดอีโต้ และท่อนเหล็กยาวประมาณ 1 เมตร ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นบุตรชายของผู้เสียชีวิต ชื่อ นายวิพจน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี ซึ่งได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะแตกจำนวน 2 แผล และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษา ภายหลังการชันสูตรพลิกศพ เจ้าหน้าที่ได้มอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนาต่อไป
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปตรวจปัสสาวะ ไม่พบสารเสพติดในร่างกาย เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า “ทำร้ายบุพการีจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย” ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นางทองใบ (สงวนนามสกุล) อายุ74 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิตและแม่ของผู้ก่อเหตุ เล่าว่า ในช่วงเกิดเหตุ ผู้ตายได้กลับมาจากทุ่งนาเพื่ออาบน้ำ ขณะที่บุตรชายซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุเพิ่งกลับจากการไปช่วยงานศพ เมื่อมาถึงบ้าน บุตรชายได้กล่าวตำหนิผู้เป็นพ่อในลักษณะว่ามักใช้งานผู้เป็นแม่อยู่บ่อยครั้ง ก่อนจะเกิดการโต้เถียงและมีปากเสียงกัน ต่อมาผู้เป็นพ่อได้ใช้ท่อนเหล็กตีบุตรชายก่อน ส่งผลให้บุตรชายใช้อาวุธมีดอีโต้ฟันพ่อ ทั้งนี้ ขณะเกิดเหตุตนไม่ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เนื่องจากได้เดินหลีกออกมา
นางทองใบ กล่าวต่อว่า โดยปกติแล้วผู้เป็นพ่อและบุตรชายมักมีปากเสียงทะเลาะกันเป็นประจำ ทั้งเรื่องเล็กน้อยและเรื่องใหญ่ แต่ไม่เคยรุนแรงถึงขั้นนี้ สำหรับประเด็นเรื่องการขายวัวนั้น ผู้ตายได้นำเงินมาให้ตนเก็บไว้ จึงเชื่อว่าไม่น่าจะเป็นสาเหตุหลักของความขัดแย้ง อาจเป็นเพียงปัญหาเล็กน้อยประกอบกับทั้งสองฝ่ายมีอาการมึนเมาจากการดื่มสุรา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องที่รุนแรงเกินคาด
นางจินตนา (สงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี ญาติข้างบ้าน มีศักดิ์เป็นน้าผู้ก่อเหตุก่อ เล่าว่า ผู้ก่อเหตุและผู้ตายซึ่งเป็นพ่อลูกกัน มักมีปากเสียงและทะเลาะกันอยู่บ่อยครั้งเป็นปกติ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ในอดีตไม่เคยรุนแรงถึงขั้นทำให้เสียชีวิต ในวันเกิดเหตุญาติคนอื่น ๆ ได้ออกไปช่วยงานศพของญาติอีกรายหนึ่ง ทำให้ภายในบ้านเหลือบุคคลอยู่เพียงสามคน ได้แก่ ผู้ตาย ภรรยาของผู้ตาย และบุตรชายซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุ
นางจินตนาให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า แม้ปกติทั้งสองฝ่ายจะมีปากเสียงกันอยู่เสมอ แต่ครั้งนี้คาดว่าเป็นการทะเลาะกันอย่างรุนแรง ประกอบกับมีการดื่มสุราจนเกิดอาการมึนเมา จึงอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เหตุการณ์บานปลาย จนนำไปสู่การเสียชีวิตของผู้เป็นพ่อในที่สุด
ด้านพ.ต.อ.สุมิตร นันสถิตย์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรวาปีปทุม ได้สอบถามผู้ต้องหาเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้ต้องหาให้การว่า พ่อเป็นคนใจร้อน ไม่ฟังคน เอาอารมณ์เองเป็นใหญ่ ในช่วงเวลาดังกล่าว บิดาได้ใช้เหล็กยาวประมาณเกือบสองเมตรตีเข้าที่ศีรษะของตนประมาณสามครั้ง ตนจึงกล่าวกับบิดาว่า “จะทำให้ผมตายเลยหรือ” ก่อนที่จะใช้มีดฟันตอบโต้กลับไป
ผู้ต้องหาให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า บิดามักมีพฤติกรรมใช้อารมณ์รุนแรงเป็นประจำ อีกทั้งยังเคยมีปัญหาขัดแย้งกันมาก่อน โดยเฉพาะกรณีการขายวัวและการแบ่งเงิน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสาเหตุของความบาดหมางสะสม
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาอ้างว่า บิดาเป็นฝ่ายเริ่มทำร้ายก่อน และการกระทำของตนเป็นไปเพื่อป้องกันตัวจากอันตรายที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปตรวจปัสสาวะ ไม่พบสารเสพติดในร่างกาย เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า “ทำร้ายบุพการีจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย” ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทะเลาะบานปลาย พ่อเมาคว้าเหล็กตีหัว ลูกหยิบอีโต้ฟันสวนดับคาที่ คาดแบ่งเงินขายวัวไม่ลงตัว
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th