'ษัษฐรัมย์'ฝากรมว.แรงงานคนใหม่ดัน'สูตรCARE'-ย้ำไม่มีใครได้เงินบำนาญลดลงแน่นอน
เมื่อวันที่ 1 เมษายน นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุตรดี คณะกรรมการ ประกันสังคมฝ่ายผู้ประกันตน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์และการแสดงความคิดเห็นของบุคคลบางส่วนว่าการนำสูตรคำนวณบำนาญแบบ CARE มาใช้ อาจทำให้ผู้ประกันตนจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ได้รับเงินบำนาญลดลง ว่า ข้อกังวลดังกล่าวเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และเกิดจากการนำตัวเลขสมมติไปคำนวณโดยไม่สอดคล้องกับหลักการของสูตรจริง ต้องยืนยันชัดเจนว่า ผู้ที่ได้รับบำนาญอยู่ในปัจจุบัน จะไม่ได้รับเงินลดลงแม้แต่รายเดียว ไม่มีแม้แต่ครึ่งคนที่จะได้รับบำนาญน้อยลงจากการปรับสูตร CARE โดยย้ำหลักการสำคัญของสูตร CARE ไม่ใช่การนำค่าจ้างในแต่ละช่วงเวลามาเฉลี่ยแบบตรงไปตรงมา แต่เป็นการปรับมูลค่าเงินย้อนหลังให้สะท้อนสภาพเศรษฐกิจในแต่ละช่วงเวลา หรือที่เรียกว่า Revaluation ซึ่งจะช่วยให้ค่าจ้างในอดีตมีมูลค่าใกล้เคียงกับปัจจุบันมากขึ้น
นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า ยกตัวอย่างกรณีการปรับเพดานค่าจ้างเป็น 17,500 บาท สูตร CARE จะไม่ได้นำตัวเลขค่าจ้างในอดีตที่เคยอยู่ในระดับ 15,000 บาทมาคิดแบบเดิม แต่จะมีการปรับให้สะท้อนมูลค่าที่เหมาะสมในปัจจุบัน ส่งผลให้ผู้ประกันตนได้รับความเป็นธรรมมากขึ้น หรือแม้แต่ผู้ที่ส่งเงินสมทบเต็มเพดานมาตลอด ก็ยังได้รับประโยชน์จากการปรับมูลค่าเงิน ไม่ใช่ว่าจะเสียประโยชน์อย่างที่มีการกล่าวอ้าง ซึ่งการกล่าวอ้างว่าจะมีผู้ได้รับบำนาญลดลงจำนวนมากนั้น เป็นการคาดการณ์บนสมมติฐานที่ไม่สามารถเกิดขึ้นจริงได้ เนื่องจากไม่สามารถคาดการณ์รายได้ในช่วง 5 ปีสุดท้ายก่อนเกษียณของผู้ประกันตนได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะในสภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนสูง
“การจะบอกว่าใครจะได้มากหรือน้อย เป็นการตั้งสมมติฐานล่วงหน้าทั้งหมด ซึ่งในความเป็นจริงไม่มีใครสามารถรู้ได้ว่าเงินเดือนในอนาคตจะเป็นอย่างไร” นายษัษฐรัมย์ กล่าว
นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า ข้อมูลเชิงตัวเลขยังได้สะท้อนถึงผลกระทบจากความล่าช้าในการผลักดันสูตร CARE ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกันตนโดยตรง โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่อยู่ในระบบบำนาญแล้ว ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนมากกว่า 570,000 คน และมีผู้เสียชีวิตในกลุ่มนี้ปีละกว่าหมื่นคน หรือเฉลี่ยประมาณวันละ 50 คน ผู้เสียชีวิตบางส่วนเป็นผู้ที่ควรได้รับประโยชน์จากการปรับสูตรบำนาญใหม่ แต่กลับไม่ได้รับสิทธิ เนื่องจากกระบวนการยังไม่แล้วเสร็จ ยิ่งล่าช้าเท่าไร ก็ยิ่งมีคนเสียโอกาสมากขึ้น เพราะมีผู้ประกันตนจำนวนหนึ่งเสียชีวิตไปก่อนที่จะได้รับบำนาญในสูตรที่เป็นธรรมกว่า
นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า เรื่องบำนาญสูตร CARE ขณะนี้เหลือเพียงขั้นตอนการเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสุดท้าย เนื่องจากเป็นการปรับแก้ในระดับกฎกระทรวง ไม่ใช่การออกกฎหมายใหม่ หากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานมีความตั้งใจและเร่งรัดกระบวนการ ก็สามารถผลักดันเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ได้โดยเร็ว และหากได้รับความเห็นชอบ ก็สามารถดำเนินการประกาศใช้ได้ในระยะเวลาไม่นาน
“เรื่องนี้ไม่ได้มีความซับซ้อนในเชิงกฎหมาย เป็นเพียงการแก้ไขกฎกระทรวง ซึ่งหากเสนอเข้า ครม. ก็สามารถพิจารณาได้ทันที” นายษัษฐรัมย์ กล่าวและว่า ตนเชื่อหากมีการเร่งรัดกระบวนการอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในกรณีที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนใหม่เข้ามารับตำแหน่งในช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ ก็มีความเป็นไปได้ที่มาตรการดังกล่าวจะสามารถผลักดันให้มีผลใช้ได้ทันช่วงวันแรงงาน 1 พฤษภาคม หรืออย่างช้าภายในระยะเวลาประมาณ 30 วันหลังจาก ครม. เห็นชอบ
นายษัษฐรัมย์ ยังระบุถึงความคาดหวังต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนใหม่ว่า ควรเร่งดำเนินการใน 2 ประเด็นสำคัญควบคู่กัน ได้แก่ การผลักดันสูตรบำนาญ CARE และการจัดการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม เพื่อให้การปฏิรูปเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม หากรัฐมนตรีคนใหม่เข้ามาแล้วสามารถผลักดันทั้งสองเรื่องนี้ได้ทันที จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ค้างคามานาน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ษัษฐรัมย์’ฝากรมว.แรงงานคนใหม่ดัน’สูตรCARE’-ย้ำไม่มีใครได้เงินบำนาญลดลงแน่นอน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th