“วีระพงษ์” ยื่นใบลาออก รอง หน.พรรค ปชป. คาดร่วมทีมคณะที่ปรึกษา “ศุภจี” นั่งเก้าอี้ผู้แทนการค้าไทย
“วีระพงษ์” ส่งแชตไลน์กลุ่มผู้บริหารพรรค ปชป. เผยยื่นใบลาออกจาก รอง หน.พรรคแล้ว คาดร่วมทีมคณะที่ปรึกษา “ศุภจี” นั่งเก้าอี้ผู้แทนการค้าไทย ยก3 เหตุผล ไขก็อกจาก ปชป. ร่ายยาว ระบุบทบาทไหนไม่สำคัญเท่ากับการพาไทยพ้นช่วงวิกฤตซ้อนวิกฤต
วันที่ 12 เม.ย. 2569 นายวีระพงษ์ ประภา หรือ อาร์ท รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ด้านภารกิจ ได้ส่งข้อความในกลุ่มไลน์ ยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์ แจ้งสมาชิกในกลุ่มซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ ว่า ได้ยื่นใบลาออกจากการเป็นรองหัวหน้าพรรคแล้ว หลังได้รับการเชิญเข้าร่วมคณะที่ปรึกษาของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์(รมว.พาณิชย์)ซึ่งคาดว่าจะได้รับตำแหน่งผู้แทนการค้าไทยด้วย
โดยระบุว่า เรียนทุกท่านที่เคารพ ผมได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคต่อท่านหัวหน้าอภิสิทธิ์เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ ผมขอกราบขอบพระคุณพี่น้องชาวพรรคประชาธิปัตย์ทุกท่าน สำหรับมิตรภาพและการทำงานร่วมกันที่ผ่านมา ผมขอให้ทุกท่านประสบความสุข ความเจริญ และความสำเร็จในทุกภารกิจครับ ขอบคุณมากครับ อาร์ท วีระพงษ์ ประภา
“วีระพงษ์” ยก3 เหตุผล ไขก็อกจาก ปชป. ร่ายยาว ระบุบทบาทไหนไม่สำคัญเท่ากับการพาไทยพ้นช่วงวิกฤตซ้อนวิกฤต
นายวีระพงษ์ ประภา อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ด้านภารกิจ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ชี้แจงถึงการลาออกจากตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค ปชป. ว่า สวัสดีครับ ทุกท่าน วันนี้ผมมีเรื่องสำคัญอยากจะเรียนว่า ผมได้ลาออกจากการเป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ความจริง กระบวนการทั้งหมดตรงไปตรงมากับทุกฝ่าย แต่เนื่องจากที่ปรากฏในสื่อ มีการตีความคาดเดาไปมากมาย ผมจึงอยากจะขอเรียนชี้แจ้งข้อเท็จจริง ดังนี้ครับ ข้อแรก เหตุผลที่ผมลาออก เพราะผมได้รับการทาบทามให้ไปดำรงตำแหน่งผู้แทนการค้าไทย โดยรับผิดชอบงานเจรจาการค้ากับสหภาพยุโรป งานนี้ผมทำมาตั้งแต่เป็นผู้แทนการค้าไทยในรัฐบาลที่แล้ว และอยากจะทำต่อเนื่องให้สำเร็จ เพราะผมเชื่อว่าจะเกิดประโยชน์กับคนไทยได้มาก การเจรจานี้ดำเนินการมาหลายรัฐบาล ความต่อเนื่องจึงมีความสำคัญมากครับ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้แทนการค้าไทยขับเคลื่อนงานให้รัฐบาล จึงอาจไม่สอดคล้องกับบทบาทของพรรคประชาธิปัตย์ที่ปัจจุบันอยู่ในฐานะตรวจสอบรัฐบาล ผมจึงขอลาออกจากการเป็นรองหัวหน้าพรรค เพื่อให้การทำงานมีความโปร่งใส และตรงไปตรงมาครับ
“ข้อสอง แม้บทบาทจะเปลี่ยนไป แต่อุดมการณ์ผมไม่เคยเปลี่ยน ผมเข้าร่วมพรรคประชาธิปัตย์ เพราะผมประทับใจและเห็นตรงกับความคิดของท่านอภิสิทธิ์ที่อยากจะพัฒนาเศรษฐกิจไทยด้วยการเจรจาการค้าที่ทันโลก เที่ยงธรรม และเกิดผลจริง ผมยึดถืออุดมการณ์นี้มาโดยตลอด ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ในช่วงหาเสียงที่ผ่านมา ผมได้ให้สัญญาไว้ว่าจะร่วมผลักดันการเจรจาการค้าให้สำเร็จ เมื่อผมได้มีโอกาสเข้าไปทำให้สัญญากลายเป็นความจริง ผมจึงตัดสินใจรับทำงานนี้ และวันนี้ไปในฐานะคนทำงาน ไม่ได้ยึดโยงกับพรรคการเมืองใด สำหรับผู้ที่สนับสนุนผมในบทบาทของพรรคประชาธิปัตย์ ถ้าท่านสนับสนุนผม เพราะเห็นว่าผมเป็นคนรุ่นใหม่ที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศนี้ได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ผมยังยืนยันว่า ผมยังเป็นอาร์ทคนเดิม ไม่เคยเปลี่ยนแปลงครับ” นายวีระพงษ์ ระบุ
นายวีระพงษ์ ระบุต่อว่า ข้อสาม เรื่องกระบวนการซึ่งเป็นที่กล่าวถึงกันเป็นพิเศษ ผมขอเรียนว่า เมื่อผมได้รับการทาบทามอย่างเป็นทางการจากท่านศุภจี ผมในฐานะรองหัวหน้าพรรคได้รีบเรียนหารือกับท่านอภิสิทธิ์โดยไม่รอช้า ถึงการตอบรับและกระบวนการภายในพรรค โดยมีการติดต่อประสานงานอย่างต่อเนื่องและตรงไปตรงมา เพื่อความโปร่งใสและเป็นการเคารพในหน้าที่บทบาทของทุกฝ่าย ผมมั่นใจว่าทุกท่านต่างรักษากติกามารยาททางการเมือง โดยมีผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลักยึดที่สำคัญครับ สุดท้ายนี้ ผมต้องขอขอบคุณท่านหัวหน้าอภิสิทธิ์ที่ให้การสนับสนุนการทำงานด้วยดีเสมอมา วิสัยทัศน์ ความสามารถ และความซื่อสัตย์สุจริตของท่านเป็นสิ่งที่ผมยึดเป็นแบบอย่าง นอกจากนี้ ผมขอบคุณกรรมการบริหารพรรค สมาชิกพรรค และผู้สนับสนุนทุกท่านที่ให้พลังใจกับผมมาโดยตลอดครับ ในวันนี้ แม้ผมจะไม่ได้ทำหน้าที่รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แล้ว แต่ผมหวังว่าทุกท่านจะร่วมเดินทางกับผมต่อไป เพราะบทบาทไหนก็ไม่สำคัญเท่ากับการพาประเทศไทยเดินหน้าไปให้ได้ในภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤตเช่นนี้ครับ