ดาวโจนส์ปิดบวก 46 จุด รับกลุ่มสายการบิน-ท่องเที่ยวรีบาวด์, จับตาประชุมเฟด
ดาวโจนส์ปิดบวก 46 จุด รับกลุ่มสายการบิน-ท่องเที่ยวรีบาวด์, จับตาประชุมเฟด
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -18 มี.ค. 69 7:03: น.
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดแดนบวกในวันอังคาร (17 มี.ค.) โดยได้แรงหนุนจากหุ้น Delta Air Lines และหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวอื่นๆ ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ท่ามกลางความกังวลจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 46,993.26 จุด เพิ่มขึ้น 46.85จุด (+0.10%), ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,716.09 จุด เพิ่มขึ้น 16.71 จุด (+0.25%) และดัชนีแนสแดคปิดที่ 22,479.53 จุด เพิ่มขึ้น 105.35จุด (+0.47%)
หุ้นกลุ่มสายการบินและบริษัทท่องเที่ยวฟื้นตัว หลังจากร่วงลงในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาจากผลกระทบจากการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ และอิสราเอล รวมถึงราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น
ความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันที่อาจยืดเยื้อจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ราคาน้ำมันดิบทรงตัวใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และคาดว่าราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงจะเป็นประเด็นที่ถูกจับตาเป็นพิเศษในการประชุมครั้งนี้ ขณะที่ผู้กำหนดนโยบายของเฟดต้องประเมินทั้งแรงกดดันเงินเฟ้อและสัญญาณในตลาดแรงงานที่เริ่มอ่อนแอ
นักลงทุนคาดว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมรอบนี้ โดยข้อมูลจาก LSEG บ่งชี้ว่า ตลาดคาดว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% หนึ่งครั้งในช่วงปลายปี ลดลงจากเดิมที่คาดว่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ยประมาณสองครั้งก่อนเกิดสงคราม
รอสส์ เมย์ฟิลด์ นักกลยุทธ์การลงทุนจาก Baird Private Wealth Management กล่าวว่า สิ่งที่อาจเป็นปัญหาคือ หากธนาคารกลางมองว่าการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันเป็นแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ และเลือกใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น ส่วนกรณีที่ดีที่สุดคือ ธนาคารกลางจะส่งสัญญาณว่ากำลังติดตามสถานการณ์ แต่ยังคงยึดแนวทางเดิม คือพยายามมองข้ามผลกระทบจากราคาน้ำมันในระยะสั้น
ทางด้านธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน พร้อมเตือนถึงความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่มีนัยสำคัญจากสงครามในตะวันออกกลาง
ภาพรวมหุ้นรายตัว
- หุ้น 8 จาก 11 กลุ่มในดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้น นำโดยกลุ่มพลังงานที่เพิ่มขึ้น 1.02% ตามด้วยกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย เพิ่มขึ้น 1%
- หุ้นกลุ่มการเงินในดัชนี S&P 500 บวก 0.5% หลังจากการร่วงลงอย่างหนักในสัปดาห์ก่อน ซึ่งเกิดจากความกังวลเกี่ยวกับคุณภาพสินเชื่อภาคเอกชน โดยหุ้น Blackstoneพุ่งขึ้น 4.6%, หุ้น Apollo Globalพุ่งขึ้น 5.3% และหุ้น KKR ปรับขึ้น 3.3%
- หุ้น Delta Air Lines พุ่งขึ้นกว่า 6% ด้านหุ้น American Airlines Groupเพิ่มขึ้น 3.5% หลังทั้งสองบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ของไตรมาสปัจจุบัน ขณะที่หุ้น United Airlines เพิ่มขึ้น 3.2% ด้าน Norwegian Cruise ปรับขึ้นกว่า 2% และ Expedia Group พุ่งขึ้นมากกว่า 4%
- หุ้น Uber แอปเรียกรถโดยสาร พุ่งขึ้น 4.2% หลังประกาศแผนเปิดให้บริการรถแท็กซี่ไร้คนขับใน 28 เมือง ในปีหน้า โดยใช้ซอฟต์แวร์ขับขี่อัตโนมัติของ Nvidia
- หุ้นบริษัทพลังงาน Occidentalและ ConocoPhillips ปรับขึ้นราว 1% ตามทิศทางราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น
- หุ้น Honeywell Internationalลดลง 1.3% หลังบริษัทประเมินว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจกระทบรายได้ในไตรมาสแรก
- หุ้น Eli Lillyร่วงลงเกือบ 6% หลัง HSBC ปรับลดคำแนะนำหุ้นเป็น ลดน้ำหนักการลงทุน จากเดิม ถือ
ภาพรวมปริมาณการซื้อขาย
- ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ค่อนข้างเบาบาง โดยมีการซื้อขายอยู่ที่ 16,900 ล้านหุ้น ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วง 20 วัน ซึ่งอยู่ที่ 19,800 ล้านหุ้น
- ดัชนี S&P 500 มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ ในรอบ 52 สัปดาห์ จำนวน 21 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 2 ตัว โดยมีสัดส่วนมีหุ้นบวกมากกว่าหุ้นลบ ในสัดส่วน 1.73 ต่อ 1 หุ้น
- ดัชนีแนสแดคมีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 51 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 137 ตัว
ที่มา Reuters
รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ