โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สิ้นหวัง! ช้างป่า อาละวาดหนัก บุกพังสวน รายวัน

อีจัน

อัพเดต 18 มี.ค. เวลา 17.15 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. เวลา 10.15 น. • อีจัน

หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนจาก พี่ดา นายกฯ อบต.ทุ่งมหาเจริญ เรื่องที่ช้างป่าลงจากเขามากินพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้าน จนทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน

ล่าสุดทีมข่าวไปพูดคุยกับ นางสมทรง หงเซ่ง อายุ 70 ปี เจ้าของสวนผลไม้ในพื้นที่ ต.ทุ่งมหาเจริญ อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว ทางด้านของนางสมทรง เปิดใจว่า ตนเองมาซื้อที่อยู่ตรงนี้ตั้งแต่ช่วงปี 2553 ที่ผ่านมา ซึ่งก่อนจะมาซื้อที่บริเวณนี้ ทางด้านของนางสมทรง เล่าให้ฟังว่ามีการสอบถามกับชาวบ้านว่ามีช้างไหม ซึ่งตอนนั้นชาวบ้านยืนยันว่าไม่มี และตลอดระยะเวลา 12 ปีที่อาศัยอยู่ที่นี่ก็ไม่เคยเจอช้างเลย

จนกระทั่งช่วงประมาณ 3-4 ปีหลัง เริ่มมีช้างเข้ามาในหมู่บ้าน โดยตัวแรกที่เข้ามาคือในส่วนของ “พลายแก้ว”ซึ่งพลายแก้วเป็นช้างนิสัยดี ไม่เคยทำร้ายใคร และอยู่กับชาวบ้านได้ แต่หลังจากนั้นเริ่มมีช้างป่าเข้ามาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บางครั้งเข้ามามากถึง 30 ตัว แต่หลังจากที่ทางด้านของเจ้าหน้าที่ย้ายพลายแก้วไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ช้างป่าก็เริ่มเขามามากขึ้น และมาแบบดุร้าย ทำลายต้นไม้ พืชผลทางการเกษตรของชาวบ้าน

โดยเฉพาะที่สวนของตนจะมีช้างเข้ามาทุกวัน เมื่อก่อนเคยปลูกต้นมะม่วงไว้ 200 ต้น ก็โดนช้างป่าเข้ามาโค่นต้นจนหมด ตอนนี้ก็เหลือแต่ตนมะยงชิด และมะปรางหวาน ซึ่งปีนี้ช้างก็มีการมาโค่นต้นมะยงชิด ทำให้เสียหายไปหลายต้น โดยเฉพาะวันนี้ที่เข้ามาที่สวนก็พังต้นมะยงชิดตนไป 5 ต้น ซึ่งหลังจากนี้ตนเองตั้งใจว่าจะเปลี่ยนมาปลูกต้นยูคาลิปตัสแทนผลไม้ เพราะช้างไม่กินต้นยูคาลิปตัส

ตนอยากให้เจ้าหน้าที่ดูแลเรื่องของความเรียบร้อยของช้าง อยากให้ผลักดันช้างให้อยู่ในป่า ไม่อยากให้ออกมากินพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้าน ส่วนเรื่องเงินเยียวยาตนก็อยากให้เจ้าหน้าที่รีบจัดการจ่ายให้กับชาวบ้านที่เดือดร้อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...