โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ยอดจองรถ Motor Show 2026 ถล่มทลาย แต่ SCB EIC คาดว่าอาจส่งมอบจริงได้แค่ 70% เพราะสินเชื่อโหดขึ้นกว่าเดิม

TODAY

อัพเดต 18 เม.ย. เวลา 08.22 น. • เผยแพร่ 18 เม.ย. เวลา 08.22 น. • TODAY

งานมอเตอร์โชว์ครั้งล่าสุด กับภาพรวมเศรษฐกิจประเทศไทยกำลังบอกอะไรเรา? จากบทสรุปของ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB EIC ชี้ว่า แม้ในปีนี้ยอดจองรถยนต์จะสูงเป็นประวัติการณ์ 132,951 คัน เพิ่มขึ้น 71.8% แต่มุมการเติบโตของเศรษฐกิจไทยยังมีความน่ากังวลซ่อนอยู่

[ EV จีนมาแรงเกินจะฉุด ครอง 65% ปีนี้ ]

จากผลกระทบเรื่องราคาน้ำมัน มีผลโดยตรงต่อการตัดสินใจในงานมหกรรม Motor Show 2026 โดยมียอดจองทุบสถิติเป็นประวัติการณ์ 1.32 แสนคัน แบ่งเป็นค่ายรถสัญชาติจีน 65%, รถสัญชาติญี่ปุ่น 27%, รถยุโรป 4% และอื่นๆ อีก 4%

ต้องพูดว่ากระแสความตื่นตัวต่อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ถูกเร่งด้วยราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากผลพวงความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ขณะเดียวกัน พฤติกรรมการซื้อรถของผู้บริโภคไทยก็เปลี่ยนไปเช่นกัน โดยหันมาให้ความสำคัญกับ “ความคุ้มค่าและครบครันของเทคโนโลยี” มากกว่าการยึดติดกับแบรนด์เดิม

นอกจากนี้ การที่รถ EV มักถูกเลือกเป็น ‘รถยนต์คันที่ 2’ ของบ้าน ถือเป็นข้อได้เปรียบของรถแบรนด์ใหม่ๆ หรือรุ่นใหม่ในการเข้ามาทำตลาดในไทย โดยเฉพาะรถยนต์ EV จากจีนที่มีตัวเลือกมาก หลากหลายยี่ห้อ โดยจะเห็นว่าช่วงหลังๆ เข้ามาในตลาดไทยอย่างรวดเร็ว

เปิด 5 อันดับค่ายรถยนต์ที่มียอดจองมากที่สุดภายในงาน ดังนี้

  • BYD/DENZA จำนวน 18,057 คัน เพิ่มขึ้น 74% (YOY)
  • TOYOTA จำนวน 15,750 คัน เพิ่มขึ้น 60% (YOY)
  • OMODA & JEACOO จำนวน 15,088 คัน เพิ่มขึ้น 488% (YOY)
  • MG จำนวน 10,537 คัน เพิ่มขึ้น 78% (YOY)
  • CHANGAN (DEETAL/AVATAR) จำนวน 8,573 คัน เพิ่มขึ้น 30%

[ มีรอยร้าวซ่อน หลังยอดจองรถพุ่ง ]

สถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่มีความไม่แน่นอนสูง ทำให้ SCB EIC วิเคราะห์ต่อว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นจริงอยู่ที่หลังจบงานและได้รับยอดจองรถยนต์จากงานมากกว่า

โดยแบ่งเป็น 3 ประเด็นที่ต้องติดตามหลังงาน ก็คือ

(1) การส่งมอบจริงอาจน้อยกว่า:SCB EIC ประเมินว่าอัตราการส่งมอบรถจริงอาจจะอยู่ที่ 70% ของยอดจองทั้งหมด จากเดิมอยู่ที่เฉลี่ย 75% – 80% ระหว่างปี 2022-2025 เหตุผลสำคัญเลยก็คือ กระบวนการอนุมัติสินเชื่อที่ยังอยู่ในเกณฑ์ ‘เข้มงวดมาก’ โดยเฉพาะในกลุ่มรถ EV ที่มักมีเงื่อนไขเงินดาวน์สูงและระยะเวลาผ่อนชำระสั้น

รวมถึงกลุ่มรถ EV ขึ้นแท่นเป็นประเภทรถที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษจากสถาบันการเงิน เพราะราคารถมือสองยังไม่นิ่ง ทำให้แบงก์ต้องประเมินความเสี่ยงสูงขึ้น

ยังมีความเป็นไปได้ของการยกเลิกการจองจากผู้บริโภคเอง เพราะมีโอกาสที่ระยะการส่งมอบอาจยาวนานเกินรอ รวมไปถึง ระหว่างการรอนั้นมีรถรุ่นใหม่ๆ เปิดตัวและมีความน่าสนใจมากกว่า

(2) รถขายดีแต่เศรษฐกิจไม่โตตาม: พูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ รถที่คนไทยจองกันอย่างล้นหลามที่ผ่านมานั้นล้วนเป็นรถยนต์นำเข้าทั้งสิ้น เงินที่ซื้อรถจึงไหลออกมากกว่าจะเป็นเงินหมุนเวียนในประเทศ

SCB EIC ใช้คำว่า “อานิสงส์ต่อมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจยังจำกัด” เพราะถึงแม้ว่ายอดจองรถยนต์จะเพิ่มขึ้นมหาศาล สะท้อนดีมานด์ของคนต้องการซื้อรถได้ แต่เศรษฐกิจไทยก็อาจไม่ได้รับประโยชน์อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยนั่นเอง

(3) มีต้นทุนแฝงจากรถ EV: ความพร้อมของห่วงโซ่อุปทานในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอุปทานชิ้นส่วนยานยนต์ โครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง โดยเฉพาะประกันภัย อาจจะเติบโตไม่ทันการขยายตัวของรถ EV

อย่างเช่น อะไหล่รถ EV ที่นำเข้าใช้เวลารอนาน, สถานีชาร์จรถมีจำนวนไม่เพียงพอต่อจำนวนรถที่คนไทยซื้อเพิ่ม ส่วนประกันภัยชั้น 1 ของรถ EV มีราคาเบี้ยประกันแพงกว่ารถสันดาป และรถไฮบริดเกือบเท่าตัว

เราเห็นดีมานด์การจับจองรถ EV ขนาดนี้ คำถามก็คือ ไทยจะขยับมา ‘คนทำ’ อุตสาหกรรมรถ EV เมื่อไหร่ การส่งเสริมการลงทุนเพื่อสร้างฐานการผลิต EV ในประเทศควรดำเนินควบคู่ไปกับการยกระดับสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศด้วย

โดยดึงโรงงานผลิตชิ้นส่วนไทยเข้าสู่ระบบใหม่ และสร้างกติกาให้ค่ายรถเดิมกับค่าย EV สู้กันได้แบบแฟร์ๆ เพื่อให้เงินหมุนในไทยากขึ้น ไม่ใช่ไหลออกนอกประเทศไปเรื่อยๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...