โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พรรคประชาชนเปิด 3 ทางออกรับมือวิกฤตพลังงาน แฉกลไกกองทุนฯ

The Bangkok Insight

อัพเดต 17 มี.ค. เวลา 09.08 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. เวลา 09.08 น. • The Bangkok Insight

พรรคประชาชนเปิด 3 ทางออกรับมือวิกฤตพลังงาน แฉกลไกกองทุนฯ ทำตลาดป่วนจนเกิดการกักตุน

วันนี้ (17 มี.ค.) ณ อาคารอนาคตใหม่ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย นายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ ร่วมกันแถลงข่าวถึงวิกฤตการบริหารจัดการพลังงานท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

พรรคประชาชน

โดยนายวีระยุทธระบุว่า ความปั่นป่วนและความตื่นตระหนกของประชาชนในขณะนี้ เป็นผลจากการที่รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พยายามย้ำแต่เพียงว่าน้ำมันสำรองมีเพียงพอ หรือมีสูงที่สุดในอาเซียน ซึ่งข้อมูลดังกล่าวไม่ตรงกับสิ่งที่ประชาชนอยากรู้ในชีวิตประจำวันว่า ทำไมไปที่สถานีบริการแล้วน้ำมันหมด และจะสามารถเติมน้ำมันได้ที่ไหน ซึ่งหากรัฐบาลยังตอบคำถามง่าย ๆ นี้ไม่ได้ ความกังวลของสังคมก็จะยังคงดำรงอยู่ต่อไป

ในด้านการบริหารจัดการ นายวีระยุทธชี้ให้เห็นถึงปัญหาสำคัญ 2 ประการ โดยประการแรกคือแนวทางการทำงานของกองทุนน้ำมันที่ประกาศพยุงราคาเป็นเวลา 15 วัน ซึ่งสร้างแรงจูงใจให้ผู้ค้าส่งรายใหญ่และผู้ที่อยู่ในซัพพลายเชนมีแนวโน้มกักตุนน้ำมันเพื่อเก็งกำไรในระยะสั้น ขณะที่ฝั่งผู้ซื้อต่างก็เร่งตุนน้ำมันเพราะทราบว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงราคา จนเกิดความต้องการเทียมและช่องว่างในตลาดที่ทำให้เกิดความโกลาหล

ประการต่อมาคือการเรียกประชุมด่วนของศูนย์ ศบก. ที่รับฟังเสียงเพียงบริษัทน้ำมันรายใหญ่ 5-6 แห่ง แต่กลับละเลยเสียงของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวนมาก เช่น ปั๊มน้ำมันขนาดเล็กที่แบกรับต้นทุนสูงจนต้องหยุดกิจการ รวมถึงกลุ่มชาวนาที่อยู่ในช่วงเก็บเกี่ยว กลุ่มชาวประมงที่กระทบจากราคาน้ำมันเขียว และผู้ประกอบการขนส่งรายย่อยที่ไม่ได้รับความใส่ใจอย่างเพียงพอ

การบริหารจัดการน้ำมันครั้งนี้จึงเป็นบทพิสูจน์สำคัญของ "บ้านใหญ่และเทคโนแครต" ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย ว่าจะให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชนได้เพียงใด โดยเฉพาะเมื่อ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.ศบก. มีกิจการครอบครัวอยู่ในอุตสาหกรรมน้ำมัน ท่ามกลางปัญหาราคาน้ำมันหน้าปั๊มถูกกว่าราคาส่ง จนเกิดการแย่งชิงน้ำมันจากประชาชนทั่วไป

นอกจากนี้ในระดับท้องถิ่นยังพบปัญหาเครือข่ายอิทธิพลบ้านใหญ่แซงคิวเติมน้ำมันตัดหน้าคนตัวเล็กตัวน้อยจนน้ำมันหมด ซึ่งรัฐบาลต้องแสดงให้เห็นว่าจะเลือกกู้ชีพประชาชนหรือช่วยเครือข่ายอิทธิพล และฝ่ายเทคโนแครตอย่างนายเอกนิติจะสร้างความโปร่งใสผ่านระบบดิจิทัลด้วยการทำ "แดชบอร์ดข้อมูล" แสดงปริมาณน้ำมันรายวันตามสถานีต่างๆ ให้ประชาชนวางแผนชีวิตได้จริงหรือไม่

นอกจากนี้ นายวีระยุทธยังแสดงความกังวลถึงผลกระทบในภาคธุรกิจที่ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รับผิดชอบดูแล โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่เผชิญเคราะห์ซ้ำกรรมซัดจากทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หายไป และคนไทยที่ไม่กล้าเดินทางไกลเพราะไม่มั่นใจว่าจะเติมน้ำมันได้ที่ไหน ขณะที่ซัพพลายเชนอุตสาหกรรมอื่น เช่น เม็ดพลาสติก ปุ๋ยไนโตรเจน สี และปูน เริ่มได้รับผลกระทบเป็นลูกโซ่

ดังนั้นพรรคประชาชนจึงขอเสนอ 3 ทางออกเร่งด่วน คือความชัดเจนเรื่องข้อมูลและการปรับแนวทางกองทุนน้ำมันให้ช่วยเหลือแบบยุทธศาสตร์เฉพาะกลุ่มเปราะบางหรือธุรกิจขนส่งต้นน้ำ พร้อมทั้งขอให้รัฐบาลบังคับใช้มาตรการลดอัตราค่าไฟสำหรับกลุ่มเปราะบางทันทีตามที่เคยหาเสียงไว้ และเพิ่มโควตารับซื้อไฟฟ้าโซลาร์เซลล์เพื่อลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติ โดยทางพรรคจะใช้กลไกรัฐสภาติดตามการประชุม ครม. และความชัดเจนของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด หากมีความจำเป็นเร่งด่วนจะเสนอเข้าสู่วาระสำคัญของสภาฯ ในสัปดาห์ถัดไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...