3 ตระกูลไทย ติดโผรวยสุดในเอเชียปี 2026 ชี้ AI ช่วยขับเคลื่อนความรวย
Bloomberg เปิด 20 อันดับตระกูลที่มั่งคั่งที่สุดเอเชียปี 2026 ทรัพย์สินรวมแตะ 6.47 แสนล้านดอลลาร์ พบ 3 ตระกูลไทย "เจียรวนนท์-อยู่วิทยา-จิราธิวัฒน์" ผงาดท็อปโลก AI เครื่องยนต์ใหม่ขับเคลื่อนความรวย
13 เม.ย. 2569 สำนักข่าว Bloomberg รายงาน 20 อันดับตระกูลที่มั่งคั่งที่สุดในเอเชีย โดยระบุว่า แม้กระแสความกังวลเรื่อง "ฟองสบู่วัตกรรม AI" จะเริ่มหนาหูขึ้น แต่ความมั่งคั่งของตระกูลมหาเศรษฐีที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเอเชียกลับพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยอาศัยจังหวะการเติบโตของเทคโนโลยีระดับโลก ส่งผลให้ทรัพย์สินรวมของ 20 ตระกูลที่รวยที่สุดในภูมิภาคแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 6.47 แสนล้านดอลลาร์
รายงานจาก Bloomberg ระบุว่า อาณาจักรธุรกิจครอบครัวในเอเชีย ตั้งแต่ Samsung ไปจนถึง Reliance กำลังโกยกำไรมหาศาลไม่ใช่จากการสร้างตัวซอฟต์แวร์ AI โดยตรง แต่เป็นการทำหน้าที่เป็น "กระดูกสันหลัง" ให้กับเทคโนโลยีนี้ ผ่านการจัดหาวัตถุดิบจำพวกโลหะ, ชิปประมวลผล และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่ากระแส AI ไม่เพียงแต่สร้างเศรษฐีหน้าใหม่ แต่ยังช่วยปฏิรูปและขยายความมั่งคั่งให้แก่ตระกูลเก่าแก่ได้อย่างมหาศาล
ทั้งนี้ทรัพย์สินรวมของ 20 ตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดพุ่งขึ้นถึง 16% ภายในปีเดียว ซึ่งถือเป็นการเติบโตรายปีที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการจัดอันดับในปี 2562 แม้ว่าตลาดหุ้นทั่วโลกจะเผชิญกับการปรับฐาน และความตึงเครียดจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านที่เขย่าขวัญนักลงทุนก็ตาม
สำหรับผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดในรอบปีคือ ตระกูล Zhang แห่ง China Hongqiao Group โดยราคาหุ้นของบริษัทพุ่งขึ้นเกือบ 200% ในปีที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนแห่เข้าซื้อหุ้นกลุ่มอะลูมิเนียม ซึ่งเป็นโลหะที่มีความทนทาน น้ำหนักเบา และกันสนิม กลายเป็นวัสดุที่ขาดไม่ได้ในการสร้างเซิร์ฟเวอร์, ศูนย์ข้อมูล (Data Center) ระบบพลังงานสำหรับ AI รวมถึงยานยนต์ไฟฟ้าและอุปกรณ์พลังงานหมุนเวียน
Marleen Dieleman ศาสตราจารย์จาก IMD Business School ในสิงคโปร์ ให้ความเห็นว่า ในยุคที่รัฐบาลชาติต่างๆ เริ่มเน้นนโยบาย "ชาตินิยม" มากขึ้น โดยต้องการให้การผลิตและศูนย์ข้อมูลตั้งอยู่ภายในประเทศของตน ตระกูลมหาเศรษฐีเก่าแก่เหล่านี้ซึ่งมีรากฐานและสายสัมพันธ์ที่เข้มแข็งในท้องถิ่น จึงอยู่ในจุดที่ได้เปรียบอย่างมากในการตอบโจทย์ความต้องการของภาครัฐ
ทั้งนี้ ทาง Bloomberg ระบุว่าตระกูลมหาเศรษฐีที่ปรากฏในรายงานต่างปฏิเสธที่จะให้ความเห็นหรือไม่ได้ตอบรับคำขอสัมภาษณ์ในประเด็นดังกล่าว
อ้างอิง : bloomberg.com