โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หุ้นค้าปลีกลุ้นปีนี้กำไรฟื้น ปีก่อนแย่-”เศรษฐกิจ-การเมือง” ตัวฉุด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 มี.ค. เวลา 09.59 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. เวลา 10.37 น.

หุ้นค้าปลีกไทยในปี 2568 ที่ผ่านมา ต้องเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัยทั้งเศรษฐกิจในประเทศ ความไม่แน่นอนทางการเมือง ตลอดจนสถานการณ์โลกที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นและกำลังซื้อของผู้บริโภค ส่งผลให้ผลประกอบการของผู้ประกอบการส่วนใหญ่ชะลอตัว ขณะที่แนวโน้มปี 2569 นักวิเคราะห์มองว่าภาคค้าปลีกอาจเริ่มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป หากมีแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและเสถียรภาพทางการเมืองที่ชัดเจนมากขึ้น

สารพัดปัจจัยลบฉุดกำไรหุ้นค้าปลีก Q4/68

นางสาวจินดานุช ประเวศโชตินันท์ ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ผลประกอบการของกลุ่มค้าปลีกในช่วงไตรมาส 4 และตลอดปี 2568 ของบริษัทที่อยู่ในการติดตามหลัก 7 บริษัท ได้แก่ บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC), บมจ.ซีพี ออลล์ (CPALL), บมจ.ซีพี แอ็กซ์ตร้า (CPAXT), บมจ.เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น (CRC), บจม.ดูโฮม (DOHOME), บมจ.สยามโกลบอลเฮ้าส์ (GLOBAL) และ บมจ.โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO) ออกมาไม่ค่อยสดใสนัก โดยกำไรของผู้ประกอบการส่วนใหญ่ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (YOY) โดยมีเพียง CPALL เพียงรายเดียวที่กำไรปี 2568 ยังเติบโต

“ปัจจัยหลักที่ทำให้ผลประกอบการอ่อนแอมาจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวม ประกอบกับสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่มีเสถียรภาพในบางช่วงของปี รวมถึงปัจจัยลบอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดปี เช่น ความตึงเครียดด้านสงครามการค้าในช่วงไตรมาส 2/2568 เหตุแผ่นดินไหวที่ส่งผลให้นักท่องเที่ยวชะลอตัว ปัญหาน้ำท่วม รวมถึงสถานการณ์อื่น ๆ ที่เข้ามากดดันกำลังซื้อ ทำให้ทั้งกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลงตลอดปีที่ผ่านมา”

ทั้งนี้ แม้ยอดขายของกลุ่มค้าปลีกโดยรวมจะปรับตัวลดลงค่อนข้างมาก แต่ผู้ประกอบการหลายรายยังสามารถประคองกำไรได้ในระดับหนึ่ง จากการปรับปรุงอัตรากำไรผ่านการเพิ่มสัดส่วนสินค้า Private Brand หรือสินค้าที่บริษัทนำเข้าหรือผลิตเอง ซึ่งโดยทั่วไปจะมีอัตรากำไรสูงกว่าสินค้าทั่วไป จึงช่วยลดแรงกดดันจากยอดขายที่ลดลง

กลุ่มวัสดุก่อสร้างกระทบหนักสุด

นางสาวจินดานุชกล่าวอีกว่า สำหรับกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือกลุ่ม Home Improvement หรือกลุ่มวัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้าน เนื่องจากภาคอสังหาริมทรัพย์ยังไม่ฟื้นตัว ยอดขายบ้านใหม่ไม่ได้เพิ่มขึ้น ขณะที่ผู้บริโภคมีข้อจำกัดด้านกำลังซื้อ ส่งผลให้การซ่อมแซมหรือปรับปรุงที่อยู่อาศัยลดลง ทำให้กำไรของกลุ่ม Home Improvement ในปี 2568 ลดลงเฉลี่ยมากกว่า 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งถือว่าลดลงมากกว่ากลุ่มค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค

“อีกปัจจัยที่ส่งผลต่อผลประกอบการในไตรมาส 4 คือฐานเปรียบเทียบที่สูงในปีก่อน เนื่องจากในปี 2567 มีมาตรการ Digital Wallet ที่ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภค แต่ในปี 2568 ไม่มีมาตรการดังกล่าว ทำให้แรงซื้อในระบบลดลง และส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการค้าปลีกบางราย เช่น CPAXT และ BJC ที่เคยได้รับแรงหนุนจากมาตรการดังกล่าว”

จับตาสงครามเดือดความเสี่ยงปี’69

สำหรับแนวโน้มในปี 2569 ฝ่ายวิจัยของหยวนต้ามองว่า การเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) มีโอกาสฟื้นตัวเล็กน้อย โดยคาดว่าจะอยู่ในช่วงประมาณ 0.5-1.5% ซึ่งถือว่าเป็นการฟื้นตัวในระดับจำกัด ขณะที่กำไรของกลุ่มค้าปลีกโดยรวมคาดว่าจะเติบโตประมาณ 5-10% YOY จากการบริหารต้นทุนและการปรับปรุงอัตรากำไรที่ดีขึ้น โดยสมมุติฐานดังกล่าวตั้งอยู่บนความคาดหวังว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ รวมถึงเสถียรภาพทางการเมืองที่ดีขึ้น จะช่วยสนับสนุนกำลังซื้อและยอดขายของผู้ประกอบการค้าปลีกในระยะต่อไป

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะสถานการณ์สงครามตะวันออกที่อาจยืดเยื้อ แม้จะไม่ได้กระทบต่อประเทศไทยโดยตรง แต่ก็อาจส่งผลต่อบรรยากาศการใช้จ่ายของผู้บริโภค หากความไม่แน่นอนเพิ่มสูงขึ้น ผู้บริโภคอาจชะลอการใช้จ่าย ส่งผลให้ยอดขายของกลุ่มค้าปลีกได้รับผลกระทบ

“ฝ่ายวิจัยได้ประเมินว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อกำไรของกลุ่มค้าปลีกอาจมีความเสี่ยงปรับลดลงประมาณ 10% จากประมาณการเดิม ภายใต้สมมุติฐานราคาน้ำมันที่ระดับ 85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และค่าไฟฟ้าเฉลี่ย 4 บาทต่อหน่วย ซึ่งอาจทำให้ราคาเป้าหมายของหุ้นในกลุ่มถูกปรับลดลงในสัดส่วนใกล้เคียงกัน”

อย่างไรก็ตาม นางสาวจินดานุชกล่าวว่า ฝ่ายวิจัยของหยวนต้ายังจัดให้กลุ่มค้าปลีกเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางค่อนข้างจำกัด โดยคาดว่าหลังจากสถานการณ์การเมืองในประเทศมีความชัดเจนมากขึ้น ตลาดจะกลับมาให้ความสำคัญกับปัจจัยภายในประเทศมากขึ้น ส่งผลให้หุ้นกลุ่ม Domestic Play มีแนวโน้มเคลื่อนไหวตามปัจจัยในประเทศ และได้รับผลกระทบจากข่าวสงครามลดลง

ไม่มี “Easy e-Receipt” ฉุด SSSG

ด้านบทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า แนวโน้ม SSSG เดือน ก.พ. 2569 พบว่าอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า (MOM) เนื่องจากผลกระทบจากการสิ้นสุดมาตรการสิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยเฉพาะโครงการ Easy e-Receipt ในปีก่อน

โดยผลกระทบดังกล่าวเห็นได้ชัดในกลุ่มค้าปลีกวัสดุตกแต่งบ้าน ซึ่งมี SSSG เฉลี่ยลดลงประมาณ 9.7% ขณะที่กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยลดลงประมาณ 2% อย่างไรก็ตาม กลุ่มสินค้าจำเป็นมีความยืดหยุ่นมากกว่า โดยได้รับแรงหนุนจากเทศกาลตรุษจีนและการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว

จากผู้ค้าปลีก 10 รายที่อยู่ในการวิเคราะห์ของ บล.กสิกรไทย พบว่า CPALL เป็นบริษัทเดียวที่รายงาน SSSG เป็นบวกในเดือน ก.พ. โดยได้รับประโยชน์จากผลกระทบจำกัดจากมาตรการภาษีในปีก่อน การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว และสภาพอากาศที่ร้อนขึ้น ส่วน HMPRO มีแนวโน้มรายงาน SSSG อ่อนแอที่สุด เนื่องจากฐานที่สูงในปีก่อน รวมถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังอ่อนตัว

เมื่อพิจารณาภาพรวม SSSG แยกตามกลุ่มสินค้า พบว่า SSSG ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ประมาณ -3.1% ซึ่งดีกว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2568 ที่อยู่ที่ -3.4%

สำหรับกลุ่มสินค้าจำเป็น SSSG เฉลี่ยปรับดีขึ้นจาก -3.0% เป็น -1.1% จากการพลิกเป็นบวกของ CPALL ขณะที่กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยปรับดีขึ้นเล็กน้อยจาก -0.5% เป็น -0.4% จาก SSSG ที่ดีขึ้นของ MOSHI และ MRDIYT

ส่วนกลุ่มวัสดุตกแต่งบ้านยังคงอ่อนแอ โดย SSSG คาดว่าจะหดตัวเพิ่มเป็น -8.8% จาก -7.8% ในไตรมาสก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจาก SSSG ที่ติดลบในระดับสูงของ HMPRO

ทั้งนี้ แม้ SSSG ในช่วงต้นปี 2569 ยังอยู่ในระดับติดลบ แต่ บล.กสิกรไทย ยังคงประมาณการทั้งปีเดิม โดยคาดว่า SSSG จะอยู่ในช่วงเติบโตประมาณ 1-2% และมีแนวโน้มเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2569

โดย บล.กสิกรไทย มองว่า ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวคือฐานเปรียบเทียบที่ต่ำในปีก่อน ซึ่งได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักในช่วงเดียวกัน ทำให้มีโอกาสเห็นการฟื้นตัวของยอดขายในระยะต่อไป โดยคงมุมมองที่เป็นกลางต่อกลุ่มค้าปลีก หุ้นเด่น ได้แก่ CPALL, บมจ.โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น (MOSHI) และ บมจ.มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) (MRDIYT)

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หุ้นค้าปลีกลุ้นปีนี้กำไรฟื้น ปีก่อนแย่-”เศรษฐกิจ-การเมือง” ตัวฉุด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...