โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้

ทันหุ้น

อัพเดต 19 มี.ค. เวลา 02.29 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. เวลา 02.28 น.

#ทันหุ้น – บล.ฟินันเซียไซรัส ประเมินแนวโน้มตลาดวันนี้ คาด SET Index จะแกว่งตัวในแดนลบหากรอบ 1,410-1,430 จุด โดยถูกกดดันจากสถานการณ์สงครามที่ตึงตัวและเริ่มเห็นการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในแต่ละประเทศมากขึ้น หนุนราคาน้ำมันดีดตวขึ้น

ล่าสุด Brent อยู่ที่ราว US$110 ต่อบาร์เรล ขณะที่ด้านตัวเลขเศรษฐกิจ PPI เดือน ก.พ. สหรัฐฯออกมาสูงกว่าคาดมาก (+0.7% m-m, +3.4% y-y) สะท้อนความเสี่ยงด้านต้นทุนที่สูงขึ้น ส่วนการประชุม Fed เมื่อคืนที่ผ่านมาคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 3.50-3.75% ตามคาด แต่มองความไม่แน่นอนของสงครามอาจทำให้เงินเฟ้อปรับตัวขึ้นและกระทบต่อเศรษฐกิจได้

ด้านประมาณการเศรษฐกิจมีการปรับ GDP ขึ้นเล็กน้อย รวมถึงปรับคาดการณ์เงินเฟ้อขึ้น ขณะที่ Dot Plot ยังมองโอกาสลดดอกเบี้ย 1 ครึ้งในปีนี้เช่นเดิม ปัจจัยทั้งหมดส่งผลให้ Dollar Index และ Bond Yield สหรัฐฯดีดตัวขึ้น ซึ่งกดดันสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกรวมถึงตลาดหุ้นเอเชียวันนี้ โดยวันนี้ติดตามการประชุมของ BoJ ECB BoE สำหรับไทยวานนี้ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องปมบาร์โค้ดเลือกตั้งไว้พิจารณา ซึ่งเรามองเป็น Noise ระยะสั้น

ส่วนวันนี้สภาฯจะโหวตเลือกนายกฯซึ่งคาดว่าจะผ่านไปอย่างราบลื่น ด้านราคาน้ำมันในประเทศติดตามว่าจะขยับเพิ่มราคาขึ้นเร็วมากน้อยเพียงใดสู่เพดานน้ำมันดีเซลที่ 33 บาท โดยหากราคาน้ำมันดิบยังปรับตัวขึ้นและยืนสูงต่อเนื่อง จะเป็นความเสี่ยงเศรษฐกิจในประเทศอย่างมีนัยยะจากภาวะ Stagflation ยังเน้นเก็งกำไรในกลุ่มพลังงานต้นน้ำและพักเงินในกลุ่ม Consumer Staple และ Defensive Play

กลยุทธ์ : เน้นลงทุนในหุ้นที่มีกระทบจำกัดต่อความเสี่ยงราคาน้ำมันและเงินเฟ้อจากผลของสงคราม
หุ้นเด่นเดือน มี.ค. : BDMS, CPALL, CPF, MTC, NSL
FSSIA Portfolio : BA, BDMS, CPALL, CPF, ERW, KTB, MTC, OSP, WHAUP

หุ้นเด่นวันนี้ : PTTEP
• แนะนำ “เก็งกำไร” ราคาเป้าหมายเฉลี่ยจาก Bloomberg Consensus 146.93 บาท
• ประเด็นสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านที่ดูตึงตัวขึ้นในแง่การโจมตีไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั้งในอิหร่าน กาตาร์ UAE เป็นต้น เป็นประเด็นความเสี่ยงที่จะหนุนราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุด Brent ขยับขึ้นสู่ระดับ US$110 ต่อบาร์เรล หนุนหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำต่อเนื่อง
• ราคาพลังงานพุ่งขึ้นและมีแนวโน้มยืนในระดับสูงต่อเนื่องจะทำให้แนวโน้มกำไรในช่วง 1H26-2026 มี Upside โดยเบื้องต้นราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้นทุกๆ US$1 ต่อบาร์เรล จะหนุนกำไรของ PTTEP เพิ่มขึ้นราว 1.5%+-
• แนวรับ 143.50//140 บาท แนวต้าน 149.50-150//155 บาท

ด้าน บล.ดาโอ คาดดัชนีฯ จะปรับตัวลงตามตลาดอื่นๆ หลังอิหร่านจะตอบโต้ประเทศอื่นๆ หลังแหล่ง Gas ถูกโจมตีไปเมื่อวานนี้ ราคาน้ำมันดิบและราคา Gas ในตลาดโลกพุ่งขึ้น ด้านของไทยนักลงทุนบางส่วนอาจชะลอการลงทุนเพื่อประเมินผลตัดสินของศาลฯ และรอดูความสำเร็จในการตั้งรัฐบาลในวันนี้ปัจจัยในประเทศ

  • ศาลรับคำร้องบัตรเลือกตั้ง: ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องกรณีการใช้บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งที่อาจละเมิดความลับในการลงคะแนน ซึ่งสร้างความเสี่ยงต่อการที่ผลการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะและอาจส่งผลกระทบต่อการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยศาลได้สั่งให้คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) และผู้ที่เกี่ยวข้องจัดทำคำชี้แจงและส่งพยานหลักฐานภายใน 15 วันเพื่อพิจารณาวินิจฉัยต่อไป ซึ่งตรงกับช่วงที่จะมีการโปรดเกล้าฯ ครม. ชุดใหม่หากการโหวตเลือกนายกฯ ในวันนี้ดำเนินไปตามปกติ …. ตลาดอาจรอดูผลการวินิจฉัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อใกล้วันตัดสิน วันนี้ จับตาการประชุมสภาฯ เพื่อตั้งรัฐบาล
  • ค่าเงินบาท: ปิดตลาดที่ระดับ 32.36 บาท/ดอลลาร์ นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงรอดูท่าทีและประเมินถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ เพื่อดูแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยเป็นหลัก
  • กระแส Fund Flow: นักลงทุนต่างชาติ ในตลาดหุ้น ขายสุทธิ 1,603 ล้านบาท (รวมตลาด SET และ MAI)
    ในตลาดตราสารหนี้ นักลงทุนต่างชาติมี ยอดซื้อสุทธิ 2,599 ล้านบาท

ปัจจัยต่างประเทศ

  • อิหร่านอ้างว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลได้โจมตีแหล่งก๊าซ South Pars ซึ่งหากได้รับการยืนยัน จะถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มสงครามที่โครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิตต้นน้ำ (Upstream) ถูกล็อกเป้า ข่าวนี้ผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ดีดตัวขึ้นทะลุ 105 ดอลลาร์/บาร์เรล ในช่วงสั้นๆ
  • โรงงาน LNG กาตาร์เสียหายหนัก: แหล่งผลิตและส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างศูนย์อุตสาหกรรม Ras Laffan ในกาตาร์ (ซึ่งเคยครองสัดส่วน 20% ของซัพพลายโลก) ถูกขีปนาวุธอิหร่านโจมตีจนเกิดเพลิงไหม้และได้รับ “ความเสียหายอย่างกว้างขวาง” เหตุการณ์นี้ส่งผลให้กาตาร์สั่งขับไล่เจ้าหน้าที่ทูตทหารและฝ่ายความมั่นคงของอิหร่านออกนอกประเทศภายใน 24 ชั่วโมง….ผู้เชี่ยวชาญจาก Wood Mackenzie และ Columbia University ประเมินว่านี่คือสิ่งที่ตลาดก๊าซโลกหวาดกลัวที่สุด และคาดว่ากาตาร์อาจไม่สามารถกลับมาผลิตและส่งออก LNG สู่ตลาดโลกได้ทันก่อนช่วงกลางปีนี้ (Middle of the year) ซึ่งจะกระทบอย่างหนักต่อเอเชียและยุโรปที่พึ่งพาก๊าซเพื่อผลิตไฟฟ้า
  • ผลการประชุม FOMC: Fed มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% …… Fed คงดอกเบี้ยตามคาด และยังคง median forecast ที่บ่งชี้การลดดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้ พร้อมยอมรับว่าความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลาง
  • การประชุม BOJ: ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีแนวโน้มจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 0.75% ดังเดิม เนื่องจากสงครามอิหร่านที่มีผลกระทบต่อราคาพลังงาน และทิศทางเศรษฐกิจโลกอยู่ในขณะนี้ ขณะที่นายกฯ ทาคาอิจิ พบปธน. ทรัมป์ ณ กรุงวอชิงตัน หารือเรื่องการส่งเรือรบไปช่องแคบฮอร์มุซและความมั่นคง ซึ่งญี่ปุ่นปฏิเสธ ทำให้ทรัมป์วิจารณ์ญี่ปุ่นในประเด็นดังกล่าว ….. ญี่ปุ่นค่อนข้างระมัดระวังในการแสดงจุดยืนสนับสนุนสงคราม เนื่องจากจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นอย่างมาก เพราะมีการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเป็นหลัก

Technical : BCH, KAMART

ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event

  • EC – ECB Main Refinancing Rate; (คาดการณ์: 2.15%, ครั้งก่อน: 2.15%)
  • JN – BOJ Target Rate; (คาดการณ์: 0.75%, ครั้งก่อน: 0.75%)
  • TH – การประชุมรัฐสภาลงมติโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 33

Strategy

  • ตลาดกลับมากังวลกับการที่อิหร่านถูกโจมตีแหล่ง Gas ‘South Pars’ และอาจมีการตอบโต้ที่ตามมาจากทางอิหร่าน ขณะที่ตลาดจะรอดูผลการวินิจฉัยของศาลฯ ในเรื่องบัตรเลือกตั้ง นักลงทุนบางส่วนอาจชะลอการลงทุนเพื่อรอดูผล ทั้งนี้ เราประเมินว่า หากมีการตั้งรัฐบาลเสร็จแล้ว(น่าจะวันนี้) โอกาสที่จะมีการตัดสินให้เลือกตั้งใหม่ จะเป็นไปได้ค่อนข้างยาก
  • กลยุทธ์ลงทุน ยังมีความไม่แน่นอนในเรื่องสงคราม แต่สำหรับนักเก็งกำไร สามารถเรามาลงทุนในกรอบเวลาสั้นๆได้
  • ผลจากการที่แหล่ง Gas ของอิหร่านถูกโจมตี ควรระวังหุ้นที่จะถูกกระทบจากราคา Gas ที่สูงขึ้น คือ หุ้นโรงไฟฟ้า ขณะเดียวกัน หุ้นกลุ่มปิโตรเคมี จะเป็นผู้ได้ประโยชน์จากกำลังการผลิตปิโตรเคมีของตะวันออกกลางที่จะลดลง รวมไปถึง PTTEP ที่ได้ประโยชน์ทางตรงจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นด้วย
  • นในพอร์ตแนะนำ: เรานำ AOT ออก หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย BDMS(20%), SCB(10%), ADVANC(10%)

Technical : KKP, AAI

ขณะที่ บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี 1,420 – 1,430 แนวต้าน 1,450 คาดดัชนี SET ถูกกดดันจากราคาน้ำมันดิบตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้น หลังกิดเหตุการโจมตีแหล่งน้ำมัน & ก๊าซระหว่างกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง บ่งชี้สถานการณ์มีโอกาสยืดเยื้อ แนะนำทยอยซื้อเมื่อดัชนีอ่อนตัวในกลุ่ม Value เช่น ADVANC,TRUE,SCB,KTB,GULF / เก็งกำไรกลุ่มเกษตร CPF, GFPT, BTG,S TA, NER จากแนวโน้มราคาขายมีโอกาสปรับสูงขึ้นตามต้นทุนน้ำ

HANA* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 24.40 บาท) ช่วงสั้นมีปัจจัยหนุนจากค่าเงินบาทที่กลับมาอ่อนค่า ด้านแนวโน้มผลการดำเนินงานผ่านจุดต่ำสุดมาแล้วจากการทยอยปรับโครงสร้างลดต้นทุนลดขนาดธุรกิจ แม้ภาพของตัวธุรกิจเดิมยังไม่เห็นสัญญาณฟื้นตัวชัดโดยเฉพาะโรงงานในจีนและธุรกิจ SiC และก็มีความหวังจากการเซ็นสัญญาร่วมกับ Phononic ที่เป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยี Solid State Cooling System คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้เข้ามาใน 2H69 และเติบโตขึ้นในปี 70 สอดคล้องกับความต้องการในอุตสาหกรรม AI Data Center ที่ต้องใช้พลังงานสูงและต้องการระบบ Cooling GPU อิงจาก consensus ตลาดคาดกำไรปี 69-70 อยู่ที่ 843 ล้านบาท +26%YoY และ 1.16 พันล้านบาท +38%YoY

BCH (ซื้อ/ ราคาเป้าหมาย 14.20บาท) สำหรับภาพรวมการดำเนินงานปี2569 คาดหวังรายได้ประกันสังคมโรคมีความเสถียรมากขึ้น รวมถึงการเติบโตของผู้ป่วยต่างชาติหากสงครามในตะวันออกกลางไม่รุนแรงยืดเยื้อ โดยเฉพาะการกลับมาของผู้ป่วยคูเวต ส่วนกำไรสุทธิในช่วง 1Q69 นี้ เราคาดว่าจะเห็นการ +QoQ ได้แม้มีปัจจัยกดดันตามฤดูกาลหลัง 4Q68 มีแรงกดดันจากรายการพิเศษและปิดร.พ.ที่อรัญประเทศราว 2 สัปดาห์ ขณะที่ภาพ YoY คาดทรงตัว โดยมีแรงกดดันจากผู้ป่วยไทยเนื่องจากการระบาดของโรคท้องถิ่นน้อยลง YoY แต่พอ Offset ได้ด้วยกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เข้ามารักษาแผลเบาหวานจากตะวันออกกลางตั้งแต่ต้นปี

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...