โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

รวบแล้ว! ที่แท้ลูกจ้างโรงพยาบาล ขโมยเครื่องช่วยหายใจ 35 เครื่องไปขาย พบนำเครื่องไปขายให้เอกชนแห่งหนึ่ง

ข่าวช่อง8

เผยแพร่ 19 มี.ค. เวลา 11.16 น. • RS PCL
รวบแล้ว! ที่แท้ลูกจ้างโรงพยาบาล ขโมยเครื่องช่วยหายใจ 35 เครื่องไปขาย พบนำเครื่องไปขายให้เอกชนแห่งหนึ่ง

จากกรณีวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.เมืองเลย รับแจ้งจากชาวบ้านลงหาปลาในแม่น้ำเลย บริเวณสะพานบ้านใหม่ เชื่อมกับบ้านฟากเลย ต.กุดป่อง อ.เมืองเลย ว่าพบชิ้นส่วนอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์อยู่ในน้ำ เมื่อนำขึ้นมาตรวจสอบพบเป็นชิ้นส่วนเครื่องช่วยหายใจที่หายไปจากโรงพยาบาลเลย ขณะเดียวกันยังได้พบชิ้นส่วนลักษณะเดียวกันอยู่ที่บริเวณสะพานบ้านขอนแดง รวมเป็น 5 ชุด

ต่อมาเจ้าหน้าที่รับแจ้งพบชิ้นส่วนอุปกรณ์เครื่องช่วยหายใจ ทิ้งอยู่บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำฮวย ริมถนนมะลิวรรณ ต.นาโป่ง อ.เมืองเลย อีก 9 ชุด

ตำรวจ สภ.เมืองเลย ยังรับแจ้งจากประชาชนพบชิ้นส่วนอุปกรณ์เครื่องช่วยหายใจเพิ่มอีก 2 ตัว บริเวณสะพานข้ามลำห้วย บ้านแหล่งควาย ต.นาอาน อ.เมืองเลย รวม 17 เครื่อง จากทั้งหมด 35 เครื่องที่หายไป โดยมีผู้ที่รับซื้อได้ติดต่อขอคืนเครื่องช่วยหายใจแล้ว 4 เครื่อง

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 19 มี.ค.2569 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองเลย จับกุมนายชินวัตร อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาได้ที่บ้านพักในพื้นที่ ต.ห้วยส้ม อ.ภูกระดึง จ.เลย ขณะกำลังเตรียมจะหลบหนี หลังจากนั้นนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.เมืองเลย โดยมีพล.ต.ต.วีระเดช เลขะวรกุล ผบก.ภ.จว.เลย พ.ต.อ.วรชัย บางยี่ขัน ผกก.สภ.เมืองเลย และนพ.นพดล พิษณุวงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลย ร่วมกันสอบสวน

พล.ต.ต.วีระเดช เปิดเผยหลังการสอบสวนว่า เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง แต่จำนวนเครื่องมือทางการแพทย์ที่ขโมยไปนั้น ผู้ต้องหาให้การยอมรับเป็นบางส่วน ขณะที่ของกลางที่มีผู้ซื้อไปนั้น มีบางคนติดต่อขอส่งคืนมาแล้ว 4 ราย ส่วนที่เหลือตำรวจจะดำเนินคดีข้อหารับของโจร หลังจากนี้จะทำการสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การว่าก่อเหตุเพียงคนเดียว

ด้าน นพ.นพดล เปิดเผยว่า เริ่มได้รับทราบเรื่องนี้เมื่อประมาณเดือนม.ค.2569 หลังการตรวจสอบอุปกรณ์พัสดุตามปกติ พบมีอุปกรณ์ทางการแพทย์บางส่วนหายไป จึงเปิดภาพจากกล้องวงจรปิด พบผู้ก่อเหตุเป็นลูกจ้างในโรงพยาบาลเอง ก่อเหตุเพียงคนเดียว จึงมอบหมายให้นิติกรของโรงพยาบาลเข้าแจ้งความดำเนินคดี เมื่อลูกจ้างรายนี้ทราบเรื่อง กลัวความผิด จึงนำขาและส่วนประกอบเครื่องช่วยหายใจไปทิ้ง เพื่อทำลายหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ก่อเหตุนำเครื่องไปขายให้เอกชนแห่งหนึ่ง ส่วนมูลค่าความเสียหายขณะนี้อยู่ระหว่างการประเมิน ซึ่งเครื่องช่วยหายใจที่ถูกขโมยไปรวมกว่า 35 เครื่อง ส่วนใหญ่เป็นเครื่องสำหรับการเคลื่อนที่ หรือติดตั้งในรถฉุกเฉิน จึงไม่มีผลกระทบต่อการให้บริการผู้ป่วยทั้งในและนอกของโรงพยาบาลเลย ยังคงให้บริการได้ตามปกติ หลังจากนี้จะมีมาตรการป้องกันและตรวจสอบการใช้เครื่องมือทางการแพทย์อย่างเข้มงวดมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขึ้นอีก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...