โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ผู้นำเกาหลีใต้-เวียดนาม” นัดพบรอบ 2 ในไม่ถึงปี ดันชิป-AI เร่งเครื่องเศรษฐกิจขั้นสูง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 22 เม.ย. เวลา 13.40 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. เวลา 06.40 น.

“ผู้นำเกาหลีใต้-เวียดนาม” เจอกันรอบ 2 ในไม่ถึงปี ผนึกกำลังดันชิป-AI เร่งเครื่องเศรษฐกิจสู่ยุคเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมดึงลงทุนใหม่และลดพึ่งพาจีน

วันที่ 22 เมษายน 2569 เวลา 12.17 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เวียดนามเดินหน้าเร่งยกระดับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง โดยผู้นำเวียดนาม โต เลิม เตรียมให้การต้อนรับประธานาธิบดีเกาหลีใต้ อี แจ-มยอง ที่กรุงฮานอยในวันพุธนี้ นับเป็นการพบกันครั้งที่สองในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี ท่ามกลางความพยายามของเวียดนามในการดึงดูดการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีจากนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดของประเทศ

เวียดนาม ซึ่งเป็นฐานการผลิตสำคัญของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เช่น โทรศัพท์มือถือ กำลังพยายามขยับขึ้นห่วงโซ่มูลค่าไปสู่อุตสาหกรรมที่ซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจในระยะยาว

เกาหลีใต้ถือเป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุดในเวียดนามเมื่อพิจารณาจากมูลค่าการลงทุนสะสม โดยเฉพาะกลุ่มซัมซุง ซึ่งเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุด มีเม็ดเงินลงทุนรวมกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่กระจุกตัวในโรงงานผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่บริษัทชิปยักษ์ใหญ่อย่าง Samsung Electronics ก็มีบทบาทสำคัญในระบบการผลิตของเวียดนาม

ด้านเกาหลีใต้คาดว่าจะใช้โอกาสการเยือนครั้งนี้ เสนอบทบาทของบริษัทเกาหลีในโครงการขนาดใหญ่ของรัฐเวียดนาม ไม่ว่าจะเป็นโครงการพลังงานนิวเคลียร์ เมืองใหม่ดงนาม และสนามบินเจียบิน รวมถึงขยายตลาดสำหรับสินค้าเกษตรและวัฒนธรรมเกาหลีเข้าสู่เวียดนามมากขึ้น

นอกจากนี้ผู้นำทั้งสองประเทศยังเตรียมหารือเกี่ยวกับความร่วมมือในประเด็นสำคัญ เช่น ห่วงโซ่อุปทานโลก และแร่ธาตุสำคัญ ซึ่งกำลังกลายเป็นประเด็นยุทธศาสตร์ของเศรษฐกิจโลก

การเยือนครั้งนี้ของประธานาธิบดีเกาหลีใต้เกิดขึ้นหลังจากเดินทางเยือนอินเดีย พร้อมคณะนักธุรกิจขนาดใหญ่ และมีกำหนดหารือในเวียดนามเป็นเวลา 2 วัน โดยคาดว่าจะมีการลงนามข้อตกลงความร่วมมือระหว่างภาครัฐอย่างน้อย 12 ฉบับ และย้ำเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศให้แตะ 150,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2573

ในปีที่ผ่านมา มูลค่าการค้าระหว่างเวียดนามและเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น 9.6% สู่ระดับ 89,500 ล้านดอลลาร์ สะท้อนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ในด้านอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เวียดนามกำลังผลักดันความร่วมมือไปสู่ภาคส่วนที่มีมูลค่าสูงขึ้น โดยเอกอัครราชทูตเวียดนามประจำเกาหลีใต้ระบุว่า ทั้งสองประเทศควรเน้นความร่วมมือในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเป็นหัวใจของเศรษฐกิจยุคใหม่

ปัจจุบัน เวียดนามมีฐานการผลิตชิปในระดับปลายน้ำ (back-end) อยู่แล้ว โดยมีบริษัทข้ามชาติอย่าง Intel, Amkor และบริษัทอื่น ๆ ตั้งโรงงานประกอบ ทดสอบ และบรรจุชิป ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ใช้แรงงานเข้มข้น

อย่างไรก็ตาม ความพยายามของเวียดนามในการดึงดูดการลงทุนในโรงงานผลิตชิปขั้นสูง หรือที่เรียกว่า fabs ยังไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากต้องใช้เงินลงทุนสูง เทคโนโลยีซับซ้อน และบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทาง

นักวิเคราะห์จาก Korea Institute for International Economic Policy มองว่า บริษัทเกาหลีใต้สามารถมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาทุนมนุษย์ของเวียดนาม ผ่านโครงการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะแรงงาน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนเป้าหมายด้านอุตสาหกรรมของเวียดนามในระยะยาว

ในขณะเดียวกัน ความร่วมมือที่ลึกขึ้นยังช่วยให้เวียดนามสามารถพัฒนาอุตสาหกรรมชิ้นส่วนในประเทศ ลดการพึ่งพาการนำเข้า และเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทาน

ประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเวียดนามกำลังเผชิญแรงกดดันจากสหรัฐให้ลดการพึ่งพาชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากจีน โดยวอชิงตันได้เพิ่มการตรวจสอบอย่างเข้มงวดในช่วงที่ผ่านมา เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าจีนถูกส่งผ่านเวียดนามเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้า

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เวียดนามต้องเดินเกมอย่างระมัดระวัง โดยต้องรักษาสมดุลระหว่างการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ การพัฒนาอุตสาหกรรมภายในประเทศ และการบริหารความสัมพันธ์กับมหาอำนาจ

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบรั้วเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...