โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯ ประชุมสุดยอดอาเซียน เน้นย้ำความร่วมมือ เสริมมั่นคงพลังงาน-อาหาร-ความปลอดภัย

Khaosod

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
นายกฯ ประชุมสุดยอดอาเซียน เน้นย้ำความร่วมมือ เสริมมั่นคงพลังงาน-อาหาร-ความปลอดภัย

นายกฯ ประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 เน้นย้ำความร่วมมืออาเซียน มองไปข้างหน้าร่วมกัน เสริมความมั่นคงทางพลังงาน อาหาร ความปลอดภัย รับมือความท้าทายระดับโลก

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 พ.ค. 2569 (ตามเวลาท้องถิ่นฟิลิปปินส์ ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง) ณ Hall 2-3 ชั้น 1 ศูนย์การประชุมมักตัน (Mactan Expo) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย และภริยา เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 โดยมีผู้นำและผู้แทนประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วม

จากนั้นเวลา 10.15 น. ณ Hall 1 ศูนย์การประชุมมักตัน นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมและกล่าวถ้อยแถลงในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 48 แบบเต็มคณะ โดยมีผู้นำและผู้แทนประเทศสมาชิกอาเซียน เลขาธิการอาเซียน และประธานธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank - ADB) ในฐานะแขกของประธานอาเซียนฯ เข้าร่วม

ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญของถ้อยแถลง ดังนี้

นายกฯ กล่าวแสดงความยินดีต่อฟิลิปปินส์ในโอกาสการเป็นประธานอาเซียน และแสดงความยินดีกับนายกรัฐมนตรี เล มิญ ฮึง ของเวียดนาม ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง พร้อมขอบคุณผู้นำประเทศสมาชิกสำหรับการแสดงความยินดีในโอกาสการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของไทยอีกครั้ง

โดยนายกฯ ยืนยันความมุ่งมั่นของไทยที่จะทำงานร่วมกับประเทศสมาชิกอาเซียนทุกประเทศอย่างเต็มที่ เพื่อให้อาเซียนยังคงเป็นเสาหลักของสันติภาพ เสถียรภาพ และความรุ่งเรืองของภูมิภาค

นายกฯ กล่าวว่า การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้เป็นครั้งที่สองในฐานะนายกรัฐมนตรีของไทย และจัดขึ้นในช่วงเวลาที่โลกมีความไม่แน่นอนเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม อาเซียนเคยเผชิญวิกฤตมาแล้วหลายครั้ง และทุกครั้งสามารถก้าวผ่านและเติบโตอย่างเข้มแข็งยิ่งขึ้น โดยเชื่อมั่นว่าอาเซียนจะสามารถรับมือกับความท้าทายครั้งนี้ได้อีกครั้ง

ทั้งนี้ อาเซียนจำเป็นต้องคงความเป็นเอกภาพ ปรับตัวได้ และมองไปข้างหน้า โดยหัวข้อการประชุม “Navigating Our Future, Together” มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นว่า การสร้างความพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในยุคนี้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน

นายกฯ กล่าวว่า ความเข้มแข็งของอาเซียนกำลังถูกทดสอบจากสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน ความมั่นคงทางอาหาร และวิถีชีวิตของประชาชนในภูมิภาค จึงเสนอแนวทางให้อาเซียนเสริมสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้นเพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว ดังนี้

1.ด้านความมั่นคงทางพลังงาน ความไม่ต่อเนื่องของเส้นทางคมนาคมทางทะเลที่สำคัญ ได้สะท้อนถึงความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานโลก และชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการรักษาความมั่นคงทางทะเลและเสรีภาพในการเดินเรือ

อาเซียนควรเร่งเสริมสร้างความร่วมมือในเชิงปฏิบัติ อาทิ การผลักดันโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) การใช้ประโยชน์จากความตกลงด้านความมั่นคงปิโตรเลียมอาเซียน (ASEAN Petroleum Security Agreement) ตลอดจนการเพิ่มการลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และเชื้อเพลิงชีวภาพ

2.ด้านความมั่นคงทางอาหาร เป็นประเด็นที่ผู้นำอาเซียนทุกประเทศกล่าวถึงในถ้อยแถลง โดยนายกฯ เห็นว่า ภูมิภาคอาเซียนกำลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานและปุ๋ยที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อการผลิตและราคาสินค้า

อาเซียนจึงควรต่อยอดรูปแบบความร่วมมือที่มีอยู่แล้ว เช่น ความตกลงการค้าข้าวระหว่างไทย–สิงคโปร์ ซึ่งช่วยสร้างความมั่นคงด้านอุปทานในช่วงวิกฤต และพิจารณาขยายแนวทางดังกล่าวไปยังสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นอื่น ๆ เพื่อเสริมสร้างความพร้อมร่วมกันของภูมิภาค

ขณะเดียวกัน ไทยในฐานะหนึ่งในผู้ผลิตอาหารสำคัญของโลก พร้อมมีบทบาทสนับสนุนและเสริมสร้างความร่วมมือของอาเซียนด้านความมั่นคงทางอาหารอย่างเต็มที่

3.การคุ้มครองคนชาติอาเซียน เป้าหมายสูงสุดของอาเซียนคือการดูแลและคุ้มครองประชาชน โดยในช่วงสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ผ่านมา นายกฯ ได้เป็นประธานศูนย์ปฏิบัติการเพื่อประสานการอพยพคนไทยหลายพันคนกลับประเทศ แม้เป็นภารกิจที่ท้าทาย แต่ได้สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของความร่วมมือในอาเซียน

นายกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความท้าทายในปัจจุบันมีความเชื่อมโยงกันมากขึ้น ทั้งด้านพลังงาน อาหาร และความมั่นคงของมนุษย์ อาเซียนจึงจำเป็นต้องพัฒนาแนวทางการสร้างประชาคมให้สอดคล้องกับบริบทโลก

ทั้งนี้ แถลงการณ์ผู้นำอาเซียนต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของประเทศสมาชิกในการรับมือกับความท้าทายอย่างเป็นระบบ โดยประเทศไทยพร้อมทำงานร่วมกับทุกประเทศสมาชิกเพื่อผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อให้อาเซียนยังคงมีบทบาทสำคัญและมีความเข้มแข็งท่ามกลางโลกที่มีความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น

ในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 แบบเต็มคณะ ที่ประชุมได้ตกลงเอกสารพิธีสารเซบูเพื่อแก้ไขกฎบัตรสมาคมแห่งประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงได้ (CEBU Protocol To Amend the Charter of the Association of Southeast Asian Nations) เพื่อแก้ไขกฎบัตรอาเซียนให้ตอบรับกับการเป็นสมาชิกอาเซียนของติมอร์-เลสเต พร้อมร่วมกันรับรองแถลงการณ์ 4 ฉบับ ได้แก่

1.ปฏิญญาผู้นำอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือทางทะเล (ASEAN Leaders' Declaration on Maritime Cooperation)

2.แถลงการณ์ผู้นำอาเซียนว่าด้วยการดำเนินการสำคัญ เพื่อความเข้มแข็งของภูมิภาคในการรับมือกับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางต่อภูมิภาค (ASEAN Leaders' Statement on Priority Actions for Regional Resilience in Response to the Implications of the Situation in the Middle East on the Region)

3.แถลงการณ์ผู้นำอาเซียนว่าด้วยความร่วมมืออาเซียนในการตอบโต้ภัยพิบัติ: พิธีสารเชิงยุทธศาสตร์อาเซียนสำหรับการจัดการภาวะฉุกเฉิน และการเปลี่ยนแปลงรอบด้าน (ASEAN Leaders' Statement on the ASEAN Convergence on Disaster Response: The ASEAN Strategic Protocol for Emergency and Comprehensive Transformation (ASPECT) Framework

4.ปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยการเสริมพลังเยาวชนในการดำเนินการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการสร้างความเข้มแข็งด้านการรับมือภัยพิบัติ (The ASEAN Declaration on the Empowerment of Youth in Climate Action and Disaster Resilience)

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นายกฯ ประชุมสุดยอดอาเซียน เน้นย้ำความร่วมมือ เสริมมั่นคงพลังงาน-อาหาร-ความปลอดภัย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...