โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ชาวนา 58 จังหวัดนัดถก ปัญหาขาดน้ำมัน-ปุ๋ยขึ้นราคา ชี้ยืดเยื้อกระทบข้าวนาปี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 23 มี.ค. เวลา 00.21 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. เวลา 00.21 น.

สมาคมชาวนา 58 จังหวัดนัดประชุมถกปัญหาน้ำมันหายาก หวั่นพิษสงครามกระทบเกี่ยวข้าวนาปรัง ยาวไปถึงฤดูปลูกข้าวนาปี ชี้ปัจจุบันใช้เครื่องจักรหมดแล้ว จำเป็นต้องมีน้ำมัน บ่นปุ๋ยเริ่มขึ้นราคาแล้ว กระสอบละ 70 บาท แต่ยังเชื่อมั่นพาณิชย์เอาอยู่ แถมปัญหาข้าวตกต่ำก็รุมเร้า ตอนนี้เหลือตันละ 5,500-6,700 บาท ต่ำกว่าต้นทุน ร้อง ก.เกษตรฯดูแลด่วน พร้อมแก้ปัญหาแหล่งน้ำรับแล้งให้ด้วย

นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย กล่าวกับ“ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์ปัญหาน้ำมันในเวลานี้เริ่มวิกฤตเพราะชาวนาเริ่มหาซื้อน้ำมันไม่ค่อยได้ ขณะนี้กำลังเข้าสู่ฤดูเกี่ยวข้าวนาปรัง ซึ่งภาครัฐต้องเร่งหามาตรการเข้ามาช่วยเหลือก่อนที่ข้าวจะสุก ไม่เช่นนั้นชาวนาจะไม่สามารถหารถเกี่ยวข้าวได้ ต้องยอมรับว่าปัจจุบันชาวนาไม่ได้ใช้มือเกี่ยวข้าวแล้ว

ส่วนใหญ่อาศัยรถเกี่ยวข้าว รวมไปถึงการสูบน้ำเข้านา ไถนา ซึ่งใช้น้ำมันทั้งสิ้น ขณะที่เรื่องของราคาปุ๋ยเริ่มมีสัญญาณที่จะขึ้นราคา ส่วนปริมาณนั้นกระทรวงพาณิชย์มีการรายงานว่าเพียงพอ แต่ชาวนาเองก็ไม่ค่อยมั่นใจ

“ล่าสุดพบว่าราคาปุ๋ย โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรียปรับขึ้นราคาแล้วกระสอบละ 70 บาท แต่ก็เชื่อว่ากรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ น่าจะเอาอยู่ แต่ด้วยช่วงนี้ยังไม่ใช่ฤดูกาลปลูกข้าวก็อาจจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แต่ก็ต้องติดตามช่วงนาปีที่มีความต้องการมาก รัฐก็ต้องวางแผนเพื่อรองรับด้วย ส่วนเรื่องราคาน้ำมันหากจะขึ้นราคา ชาวนาเองพร้อมแบกรับราคาได้ แต่ขอให้มีปริมาณน้ำมันให้สามารถหาซื้อได้ เพราะหากไม่มี เราทำนาไม่ได้เลย ปัจจุบันการซื้อน้ำมันก็ยังถูกจำกัดอยู่”

สำหรับผลผลิตข้าวนาปรังนั้นกำลังเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวแล้ว โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลาง พื้นที่ใกล้เขตชลประทาน และเมื่อดูต้นทุนในการเกี่ยวข้าวต่อครั้งอยู่ที่ 6,500-7,000 บาท และจากมาตรการไม่ให้เผาต่อซังข้าว ทำให้ชาวนาต้องหารถอัดฟางเข้ามาจัดการ ซึ่งก็ต้องใช้น้ำมันทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่าไร่ละ 500 บาท

ส่วนราคาข้าวในขณะนี้อยู่ที่เฉลี่ย 5,500-6,700 บาทต่อตัน ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนที่อยู่ประมาณ 6,500-7,000 บาท/ไร่ ซึ่งก็ต้องฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งเข้ามาติดตามดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม รวมไปถึงแหล่งน้ำ เพราะหากไม่เข้ามาแก้ไข ชาวนาก็อยู่ไม่ได้

นายปราโมทย์กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา สมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ข้าวไทย ได้มีการประชุมสามัญประจำปี ซึ่งที่ประชุมมีมติเร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดหาแหล่งน้ำ การหาเมล็ดพันธุ์ใหม่ การดูแลต้นทุนการผลิต การดูแลราคาข้าว โดยต้องการให้รัฐบาลเข้ามาติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งก็คาดหวังว่าราคาข้าวจะอยู่ที่ 8,000 บาทต่อตัน ซึ่งเป็นราคาที่ชาวนาอยู่ได้ แม้จะเข้าใจกลไกของการส่งออกข้าว แต่ตอนนี้ราคาข้าวก็ถือว่าตกต่ำมาก พร้อมกันนี้ วันที่ 25-26 เมษายน 2569 สมาคมจะมีการจัดประชุมใหญ่ที่พระนครศรีอยุธยา

โดยเป็นการรวมกลุ่มตัวแทนชาวนาทั้ง 58 จังหวัด เข้ามาพูดคุยหารือกับปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมกันนี้จะเชิญรัฐมนตรีว่ากระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมรับฟังปัญหาของชาวนาด้วย

ส่งออกข้าวขาวค้างเติ่ง

โรงสีวอนอาหารสัตว์ช่วย

นายนิพนธ์ สมิทธาพิพัฒน์ อุปนายกสมาคมโรงสีข้าวไทย และผู้ประกอบการข้าวถุง เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กลุ่มผู้ประกอบการโรงสีเป็นห่วงเรื่องของราคานํ้ามันเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นต้นทุนในเรื่องของการขนส่งข้าว เพราะหากไม่มีนํ้ามันหรือราคานํ้ามันแพงจะเป็นต้นทุนต่อราคาข้าว และต้นทุนของเวลาในการทำงาน ซึ่งผู้ประกอบการไม่ว่าจะอุตสาหกรรมไหน ก็อาจจะมีแนวโน้มลดเวลาในการทำงานลงได้

ส่วนต้นทุนของการขนส่งข้าวตอนนี้ยังไม่มีการปรับขึ้นราคา แต่ปัญหาอยู่ที่ไม่มีนํ้ามันให้ซื้อ ส่วนตัวหากมีการปรับราคาก็พร้อมยอมรับได้ แต่ก็ต้องปรับค่อยเป็นค่อยไป และเป็นไปตามกลไกและใกล้เคียงกับราคาตลาด และจะต้องมีนํ้ามันให้สามารถหาซื้อ-ขายได้ง่าย

“การปรับราคาน้ำมันใกล้เคียงราคาตลาด มองว่าจะเป็นผลดีมากกว่า หากราคาแพงคนก็จะซื้อน้อยลง แต่ก็ยังมีน้ำมันให้หาซื้อได้ และตอนนี้พบว่า นอกเขตกรุงเทพฯเริ่มหาซื้อน้ำมันยากขึ้น อีกทั้งชาวนาก็เริ่มต้องเข้าไปจองคิวเพื่อไปซื้อน้ำมันแล้ว”

ขณะที่การรับซื้อข้าวของผู้ประกอบการโรงสีในตอนนี้ หากเป็นการซื้อ-ขายในพื้นที่ ซึ่งเกษตรกรเอาข้าวเข้ามาขายหน้าโรงสีเอง ก็ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไร แต่ในกรณีที่โรงสีต้องออกไปรับซื้อข้าวของชาวนานอกพื้นที่ ถ้าหากโรงสีไม่มีเงินซื้อน้ำมันให้รถ 10 ล้อ รถขนข้าว

เรื่องนี้ก็อาจจะลำบากและอาจจะกระทบกับชาวนาที่ต้องการขายข้าว เพราะเราอาจจะไม่มีรถเข้าไปรับข้าวได้ รวมไปถึงข้าวที่ซื้อมา เราก็อาจจะไม่มีรถไปส่งให้กับลูกค้า ผู้ส่งออกข้าวด้วย ส่วนในเรื่องของการสีข้าวเรื่องนี้ไม่น่ามีกังวล เนื่องจากการสีข้าวใช้ไฟฟ้าเป็นหลักและปัจจุบันผู้ประกอบการโรงสีหลายรายก็มีการติดตั้งโซลาร์เซลล์แล้วเพื่อเป็นการช่วยลดต้นทุนของผู้ประกอบการเอง

“ส่วนเรื่องของไฟฟ้า ประเทศไทยเราไม่ค่อยน่าห่วงเท่าไร เนื่องจากเราผลิตได้เกินกว่าความต้องการอยู่มาก และเราพึ่งพิงตัวเองได้ ไทยเองก็มีแหล่งผลิตไฟฟ้าจากหลายแหล่ง เช่น ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ ก๊าซชีวมวล รวมไปถึงโซลาร์เซลล์”

ส่วนตลาดส่งออกข้าวในตอนนี้ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในตลาดอิหร่าน อิรัก UAE ซึ่งเป็นตลาดข้าวขาวของไทย ซึ่งจากการติดตามก็พบว่า ผู้ส่งออกข้าวที่ส่งออกไปในบริเวณดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันเรือลอยลำอยู่กลางทะเล ไม่สามารถส่งถึงมือลูกค้าได้ ก็มีแนวโน้มที่จะต้องขนส่งกลับ และหากการขนส่งได้รับผลกระทบก็เชื่อว่าจะมีผลกระทบตลอดห่วงโซ่ของอุตสาหกรรมข้าว

โดยรัฐบาลอาจจะต้องเข้ามาติดตามเรื่องนี้และต้องหามาตรการเข้าช่วยเหลือ โดยอาจจะหาทางเลือกในการระบายข้าว โดยเฉพาะข้าวเปลือกไปยังกลุ่มอาหารสัตว์ ปัจจุบันเองก็พบว่าราคาข้าวสารเองก็มีแนวโน้มลดลงเรื่อย ๆ หากปัญหาเรื่องของการขนส่งยังได้รับผลกระทบ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชาวนา 58 จังหวัดนัดถก ปัญหาขาดน้ำมัน-ปุ๋ยขึ้นราคา ชี้ยืดเยื้อกระทบข้าวนาปี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...