เวียดนามเปิดปีแผ่วแต่แกนหลักเศรษฐกิจยังแข็งแกร่ง
#ทันหุ้น-เศรษฐกิจเวียดนามในภาพรวมยังคงขยายตัวได้ดี แม้สัญญาณการเติบโตในบางภาคส่วนเริ่มชะลอลงในช่วงต้นปี 2569 โดยเฉพาะภาคการส่งออกซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจ คิดเป็นสัดส่วนราว 90% ของ GDP สะท้อนให้เห็นว่าแรงขับเคลื่อนจากภายนอกเริ่มอ่อนแรงลงในระยะสั้น อย่างไรก็ดี ปัจจัยพื้นฐานด้านการผลิตและอุปสงค์ภายในประเทศยังคงช่วยพยุงเศรษฐกิจได้ในระดับหนึ่ง
โมเมนตัมส่งออกชะลอ กดดันดุลการค้าเริ่มติดลบ
ทีม Wealth Research หลักทรัพย์บัวหลวง ประเมินว่าการส่งออกเวียดนามในเดือนมกราคม 2569 แม้ยังขยายตัวได้สูงถึง 29.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่เริ่มเห็นสัญญาณชะลอลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อน โดยหดตัวราว 2.0% สวนทางกับการส่งออกของไทยที่ยังเร่งตัวได้ทั้งในมิติรายปีและรายเดือน แรงกดดันหลักมาจากการส่งออกไปยังตลาดสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ ที่หดตัว 3.5% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน จีนหดตัว 12.2% และเกาหลีใต้หดตัว 1.6%
หากพิจารณาในเชิงโครงสร้างสินค้า จะพบว่าการชะลอตัวกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มสินค้าหลักของเวียดนาม เช่น คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ เครื่องจักรและส่วนประกอบ สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม รองเท้า รวมถึงของเล่น สะท้อนถึงอุปสงค์โลกที่เริ่มชะลอลงในบางอุตสาหกรรม อย่างไรก็ดี ยังมีสินค้าบางกลุ่มที่ช่วยพยุงภาพรวมการส่งออกได้ โดยเฉพาะโทรศัพท์และอุปกรณ์ที่ยังขยายตัวเร่งสูงถึง 39.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน รวมถึงสินค้าเกษตรอย่างกาแฟและสินค้าประมง
ในขณะเดียวกัน การนำเข้าของเวียดนามในเดือนเดียวกันกลับเร่งตัวขึ้นแรงถึง 49.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน หรือขยายตัวราว 0.6% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน ส่งผลให้เวียดนามกลับมาขาดดุลการค้ากว่า 1,784.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มากที่สุดในรอบ 44 เดือน นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2565 สะท้อนถึงความต้องการวัตถุดิบและสินค้าทุนเพื่อใช้ในการผลิตภายในประเทศที่ยังอยู่ในระดับสูง
ภาคการผลิตยังแข็งแรง สะท้อนฐานเศรษฐกิจที่มั่นคง
แม้การส่งออกจะชะลอลงในระยะสั้น แต่ภาคการผลิตของเวียดนามในเดือนมกราคม 2569 ยังคงขยายตัวได้อย่างโดดเด่น โดยเร่งขึ้นมาอยู่ที่ 21.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน จาก 10.1% ในเดือนก่อนหน้า สะท้อนว่ากิจกรรมการผลิตจริงภายในประเทศยังไม่ได้รับผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญจากการชะลอของภาคการค้า
ทีม Wealth Research หลักทรัพย์บัวหลวง ประเมินว่าภาพดังกล่าวสะท้อนว่าพื้นฐานภาคการผลิตของเวียดนามยังเอื้อต่อการสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ ทั้งในด้านการจ้างงาน การใช้กำลังการผลิต และการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมเพิ่มเติม อีกทั้งยังชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจเวียดนามไม่ได้พึ่งพาการเติบโตเชิงปริมาณของการส่งออกเพียงอย่างเดียว แต่มีฐานการผลิตที่เข้มแข็งและสามารถดูดซับแรงกระแทกจากวัฏจักรเศรษฐกิจโลกหรือความเสี่ยงด้านนโยบายการค้าได้ในระดับหนึ่ง การชะลอตัวที่เกิดขึ้นจึงมีลักษณะเชิงโมเมนตัมมากกว่าความอ่อนแอเชิงโครงสร้าง
การบริโภคภายในประเทศแผ่ว แต่ยังได้แรงหนุนจากท่องเที่ยว
ด้านอุปสงค์ภายในประเทศเริ่มเห็นสัญญาณชะลอลงเช่นกัน โดยยอดค้าปลีกในเดือนมกราคม 2569 ขยายตัว 8.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน ชะลอลงจาก 14% ในเดือนก่อนหน้า แรงกดดันหลักมาจากภาคบริการ เช่น ที่พัก ร้านอาหาร และบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว รวมถึงผลต่อเนื่องจากยอดขายรถยนต์ที่ชะลอลง หลังจากเร่งตัวแรงในช่วงปลายปีจากการทำโปรโมชั่นระบายสต็อก
อย่างไรก็ดี ภาคการท่องเที่ยวระหว่างประเทศยังคงเป็นแรงพยุงสำคัญ โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในเดือนมกราคม 2569 ขยายตัว 18.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน ได้แรงหนุนจากนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ที่ขยายตัว 17.4% และนักท่องเที่ยวรัสเซียที่เพิ่มขึ้นถึง 195.1% แม้นักท่องเที่ยวจีนจะกลับมาหดตัว 20.1% ก็ตาม การกระจายตัวของนักท่องเที่ยวในลักษณะนี้ช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไปในระยะถัดไป
เงินเฟ้อต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี ต้องติดตามกำลังซื้อ
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของเวียดนามในเดือนมกราคม 2569 ขยายตัวต่ำสุดในรอบ 30 เดือน นับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2566 สะท้อนว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคเริ่มอ่อนแรงลง โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าโครงสร้างตะกร้าเงินเฟ้อของเวียดนามมีน้ำหนักสูงในหมวดอาหารและบริการพื้นฐานในชีวิตประจำวัน จึงจำเป็นต้องติดตามพัฒนาการของอุปสงค์ภายในประเทศอย่างใกล้ชิด
ขณะเดียวกัน สภาพคล่องในระบบธนาคารยังอยู่ในภาวะตึงตัว สะท้อนจากอัตราดอกเบี้ยระหว่างธนาคารระยะสั้นเฉลี่ย 3 เดือนในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ปรับขึ้นมาอยู่ที่ราว 8.2% จาก 7.5% ในเดือนมกราคม บ่งชี้ว่าภาคการเงินยังเผชิญข้อจำกัดด้านสภาพคล่อง ซึ่งอาจเป็นอีกปัจจัยที่ต้องติดตามในระยะถัดไป
ที่มา : บทวิเคราะห์ Cross Asset Strategy ฉบับเดือนมีนาคม 2569