โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 9 พ.ค. 2569

สวพ.FM91

อัพเดต 09 พ.ค. เวลา 22.39 น. • เผยแพร่ 09 พ.ค. เวลา 22.39 น.

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 9 พ.ค. 2569

>> สกัดจับแท็กซี่ขนยาบ้า 2.2 ล้านเม็ด ที่เชียงราย เนียนซุกทำเป็นที่นอนลูกตบตา จนท.

09.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.กุลชาติ ศักดิโยธินธาดา ผกก.สภ.ป่าแดด พ.ต.ท.ศุภกิจ สิริประภาวัฒน์ รอง ผกก.ป.ฯ นำกำลังชุดสายตรวจตั้งจุดสกัดกั้นยาเสพติด บนถนนสายรองระหว่าง อ.ป่าแดด-จุน พบรถแท็กซี่โตโยต้าอัลติส สีชมพู ทะเบียน 3794 กรุงเทพฯ มีนายอภิชาติ อายุ 49 ปี เป็นคนขับ ภายในรถมีลูกชายหญิงอายุ 7-8 ปี มาด้วย 2 คน เมื่อถึงด่านตรวจนายอภิชาติ มีท่าทางหลุกหลิกแสดงอาการพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงโบกให้จอดรถเพื่อทำการตรวจค้น

จากการตรวจค้นภายในรถ พบกระสอบบรรจุยาบ้า วางบนเบาะและที่วางเท้า คลุมด้วยผ้าทำเป็นที่นอนให้ลูกชายหญิงทั้ง 2 นอนระหว่างเดินทาง เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ และที่เก็บของกระโปรงท้ายรถ มีกระสอบบรรจุยาบ้ารวม 9 กระสอบ จำนวนยาบ้ารวม 2,200,000 เม็ด

ทั้งนี้ พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.เชียงราย เปิดเผยว่า จากการสอบสวนนายอภิชาติ ผู้ต้องหา รับสารภาพว่าได้ไปรับยาบ้าจากชายแดน วิ่งมาตามถนนบายพาสเส้นทาง อ.เชียงแสน และถนนเส้นทางรอง เพื่อเลี่ยงด่านตรวจกิ่วทัพยั้ง อ.แม่จัน ออก อ.ป่าแดด จ.เชียงราย ทะลุ อ.จุน อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา เพื่อไปส่งภาคกลาง ผู้ว่าจ้างจะมีการโทรติดต่อให้ส่งปลายทางอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการค้ายาเสพติดรายนี้มาดำเนินคดีต่อไป

>> เตรียมออกหมายจับ 2 คนร้ายกระหน่ำยิง พนักงานส่งพัสดุ ฝ่ายหญิง เผยอาการล่าสุดยังน่าห่วง หมอให้เฝ้าระวังใกล้ชิด

12.00 น. จากกรณีคนร้าย 2 คนกระหน่ำยิง นายอนุรักษ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี พนักงานส่งพัสดุ ด้วยอาวุธปืน ขนาด 9 มม. กระสุนเข้าหน้าท้อง 2 นัด ไหล่ซ้าย 1 นัด ขาซ้าย 1 นัดรวม 3 นัด อาการสาหัส ที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

ล่าสุดวันที่ 9 พ.ค.2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง เตรียมออกหมายจับ “เต้-เจมส์” 2 คนร้ายกระหน่ำยิง พนักงานส่งพัสดุ หน้าบ้านสาว ด้าน ฝ่ายหญิง เผยอาการล่าสุดยังน่าห่วง หมอให้เฝ้าระวังใกล้ชิด ได้ประชุมเร่งรัดติดตามความคืบหน้าคดีดังกล่าว พร้อมเชิญตัว น.ส.ดา (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี แฟนสาวของนายอนุรักษ์ มาทำการสอบปากคำเพิ่มเติม พร้อมยืนยันตัวตนคนร้ายที่ก่อเหตุ

โดย พ.ต.ท.ฉลาด กล่าวว่า กรณีเหตุยิงกันเมื่อคืนที่ผ่านมา ล่าสุดฝ่ายสืบสวน สภ.คลองหลวง สืบรู้ตัวผู้ก่อเหตุแล้ว และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเสนอพนักงานสอบสวนดำเนินการออกหมายจับ ในขณะที่ผู้บาดเจ็บคือ นายอนุรักษ์ ยังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ และยังไม่สามารถให้ปากคำได้ อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้สอบปากคำแฟนสาวของผู้บาดเจ็บเพิ่มเติม เพื่อยืนยันพฤติการณ์และตัวบุคคลที่ก่อเหตุ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยืนยันว่า มีผู้ร่วมก่อเหตุ 2 คน โดยหนึ่งคนใช้อาวุธปืนยิง ส่วนอีกคนทำหน้าที่ขับรถหลบหนี ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการขอศาลออกหมายจับทั้ง 2 ราย ทราบชื่อเล่นคือ “เจมส์” และ “เต้” โดยนายเต้มีคดีติดตัวอยู่ 3-4 คดี คาดว่าหลังศาลอนุมัติหมายจับแล้วจะได้ตัวในไม่ช้านี้

>> บุกจับผลิตบุหรี่ไฟฟ้าซอมบี้ ยึดของกลาง มูลค่ากว่า 7 ล้าน

14.20 น. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. , พ.ต.อ.กฤษ ก้อมน้อย ผกก.สส.บก.น.3, พ.ต.ท.จำนงค์ ประสพสุขมั่งดี รอง ผกก.สส.บก.น.3 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.3 ร่วมกันจับกุม นายริน (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี , นายวิน (นามสมมุติ) อายุ 39 ปี และ นายสิน (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี จับได้ที่บ้านพักในพื้นที่ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร

พร้อมของกลาง หัวบุหรี่ไฟฟ้าบรรจุน้ำยาเอโทมิเดต 2,076 หัว น้ำยาเอโทมิเดต 11 ขวด เครื่องบรรจุหัวบุหรี่ไฟฟ้า 1 เครื่อง หัวบุหรี่ไฟฟ้าเปล่า แท่นว่างหัวบุหรี่ไฟฟ้าพร้อมชุดเติมน้ำยาเอโทมิเดต เคตามีน 21 กรัม รวมมูลค่าประมาณ 7,576,000 บาท

สืบเนื่องจาก ตำรวจสืบทราบได้ว่าผู้ต้องหามีการลักลอบผลิตหัวพอตบรรจุน้ำยาเอโทมิเดตหรือยาชารวมถึงยาเค จำหน่ายให้กลุ่มลูกค้าทั่วกรุงเทพมหานคร และจะย้ายสถานที่ในการผลิตหัวพอตบ่อยครั้ง เพื่อหลบหนีการจับกุมจนกระทั่งจับผู้ต้องหาได้พร้อมของกลาง จากการสอบสวน ผู้ต้องหารับว่า พวกตนได้รับคำสั่งจากชายชาวจีนทางโทรศัพท์ โดยแบ่งหน้าที่กันทำ ไปรับหัวเชื้อน้ำยาเอโทมิเดทและหัวพอตเปล่าพร้อมอุปกรณ์จากชายชาวจีนที่ห้วยขวาง กทม. โดยจะซื้อหัวเชื้อน้ำยาเอโทมิเดตมาในราคาขวดละ 125,000 บาท 10 ขวด พร้อมอุปกรณ์ในการผลิตหัวพอต เบื้องต้นตำรวจจึงควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> กรมอุตุฯ ออกประกาศฉบับ 9 ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักบางแห่ง 56 จังหวัด วันที่ 10 พ.ค. นี้

17.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศ เรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทย มีผลกระทบจนถึงวันที่ 10 พ.ค. 2569 ฉบับที่ 9 ดังนี้

บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง กับมีลมกระโชกแรง และฝนตกหนักบางแห่ง

หลังจากนั้นอากาศจะคลายความร้อนลง เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทย และทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบน

สำหรับลมฝ่ายตะวันออกที่พัดปกคลุมภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง กับลมกระโชกแรง โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมทั้งระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

>> ผบ.ตร. ชื่นชมตำรวจจราจร สภ.นาจอมเทียน ไหวพริบเยี่ยม ขยายผลจับกุมชาวต่างชาติครอบครองอาวุธสงคราม-วัตถุระเบิดจำนวนมาก

19.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมายัง สภ.นาจอมเทียน จว.ชลบุรี เพื่อตามคดีและและชื่นชม ส.ต.ท.นิลพัฒน์ ทองย้อย เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.นาจอมเทียน ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง มีไหวพริบ และสังเกตความผิดปกติ จนนำไปสู่การขยายผลตรวจค้นและจับกุมชาวต่างชาติ พร้อมตรวจยึดอาวุธปืน เครื่องกระสุน และวัตถุระเบิดจำนวนมาก

สืบเนื่องจาก ส.ต.ท.นิลพัฒน์ ฯ ได้เข้าตรวจสอบเหตุรถยนต์ของชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุบริเวณถนนเลียบทางรถไฟ มุ่งหน้าพัทยา ก่อนพบพิรุธภายในรถและประสานฝ่ายสืบสวนขยายผลไปยังบ้านพักในพื้นที่ อ.บางละมุง จว.ชลบุรี กระทั่งตรวจพบอาวุธสงครามและวัตถุระเบิดจำนวนมาก จึงประสานเจ้าหน้าที่ EOD เข้าตรวจสอบและเก็บกู้โดยปลอดภัย

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความใส่ใจและสังเกตความผิดปกติของเจ้าหน้าที่ตำรวจครั้งนี้ ถือเป็นตัวอย่างของการทำงานเชิงรุกที่ช่วยป้องกันเหตุร้ายและสร้างความปลอดภัยให้ประชาชน พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกนายยึดมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ รอบคอบ และเป็นมืออาชีพ

ตำรวจภูธรภาค 2 ขอชื่นชมกำลังพลผู้ปฏิบัติทุกนาย ที่ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง เพื่อความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน

>> ‘สืบตม.3’ รวบตัวการใหญ่ มาเฟียการเงินแดนมังกร ฟอกเงินธนาคาร เสียหายทะลุหมื่นล้าน

19.35 น. พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 พร้อมกำลังชุดสืบสวนเข้าแกะรอยจับกุม MR.CHEN TAO ผู้ต้องหาคนสำคัญที่ทางการสาธารณรัฐประชาชนจีนต้องการตัวมากที่สุดในขณะนี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เร่งแกะรอย หลังจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ประสานให้จับกุมผู้ต้องหาคนสำคัญที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ต้องการตัวเป็นอย่างมาก

ภายหลังสามารถจับกุมตัว MR.CHEN TAO ความผิดฐานอำพรางและปกปิดทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด” หลังถูกออกหมายจับกระทรวงสาธารณะเมืองหลานโจว มูลค่าความเสียหายประมาณ 3,222 ล้านหยวน (1.6 หมื่นล้านบาท) โดยผู้ต้องหาอยู่ในกระบวนการฉ้อโกงเงินจากธนาคาร Lanzhou Bank และโอนผ่านบริษัทบังหน้าเพื่อฟอกเงิน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สืบสวน ตม.3 ได้จับกุมตัว MR.CHEN TAO ได้ที่คอนโดแห่งหนึ่งย่านรามคำแหง พร้อมแจ้งคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร (เพิกถอนวีซ่า) เนื่องจาก เข้าลักษณะคนต่างด้าวที่เป็นบุคคลต้องห้าม มีพฤติการณ์ว่าเป็นภัยต่อสังคมฯ ตามกฎหมายคนเข้าเมือง

อย่างไรก็ตามสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ยืนยันเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง และจะไม่ยินยอมให้ประเทศไทยเป็นแหล่งหลบซ่อนของผู้กระทำความผิด เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนต่อไป

>> ‘กองกำลังผาเมือง’ ยิงปะทะเดือดกลางป่า แก๊งขนยาเสพติดเผ่นหนี ทิ้งฝิ่นดิบ 57 กก.ไว้ให้ดูต่างหน้า

20.10 น. กองกำลังผาเมือง โดย กองบังคับการควบคุมทหารพราน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 จัดกำลังจาก กองร้อยทหารพรานที่ 3207 ร่วมกับ กองกำลังผาเมือง และ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 334 รวม 3 ชุดปฏิบัติการ ทำการลาดตระเวนเส้นทางบริเวณพื้นที่ ต.แม่อาย อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

เจ้าหน้าที่ตรวจพบกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดประมาณ 3-5 คน เดินเข้ามาตามเส้นทางในภูมิประเทศ เจ้าหน้าที่จึงให้สัญญาณเพื่อขอตรวจค้น แต่กลุ่มขบวนการได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงใส่ฝ่ายทหาร จนเกิดการปะทะประมาณ 5 นาที และได้อาศัยความชำนาญในภูมิประเทศวิ่งหลบหนีไป เจ้าหน้าที่เข้าไปเคลียร์พื้นที่ พบฝิ่นดิบจำนวน 4 เป้ น้ำหนักรวมประมาณ 57.6 กิโลกรัม ยาบ้า 191 เม็ด อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (ปืนแก๊ป) จำนวน 1 กระบอก ปลอกกระสุนปืนลูกซอง จำนวน 3 ปลอก และวิทยุสื่อสาร จำนวน 1 เครื่อง จึงยึดไว้เป็นหลักฐานนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่อาย ต่อไป

>> ต้นไม้ล้มทับบ้าน! อ่อนนุช 3 มีผู้ติดค้าง 2 ราย จนท.เร่งให้การช่วยเหลือ

21.12 น. รับแจ้งจากแอปพลิเคชันไลน์ เหตุต้นไม้ล้มทับบ้านเรือนประชาชน ซอยอ่อนนุช 3 ถนนอ่อนนุช แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยพระโขนงกำลังไปยังที่เกิดเหตุ

เวลา 21.33 น. เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยพระโขนง ถึงที่เกิดเหตุ ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นต้นไทรขนาดใหญ่ล้มทับบ้านไม้ภายในชุมชน เบื้องต้นมีผู้ติดค้าง จำนวน 2 ราย ได้ทำการช่วยเหลือออกมาแล้ว จำนวน 1 ราย และอยู่ระหว่างช่วยเหลืออีก 1 ราย

เวลา 21.39 น. เจ้าหน้าที่ได้ทำการช่วยเหลือผู้ติดค้างออกมาเป็นที่เรียบร้อย

>> ตำรวจทางหลวง สนธิกำลัง จ.พิษณุโลก สกัดจับขบวนการขนต่างด้าว รถ 10 คัน จับชาวเมียนมา 148 ราย

กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) สนธิกำลังร่วมเจ้าหน้าที่ จ.พิษณุโลก ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหากว่า 148 ราย (ชาย 74 ราย, หญิง 74 ราย) พร้อมของกลางรถยนต์ ที่ใช้ในการกระทำผิด จำนวน 10 คัน จับกุมได้ที่ ทล.11 ต.ทับยายเชียง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก

สืบเนื่องจากก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีขบวนการขนย้ายบุคคลต่างด้าวจำนวนมาก จากพื้นที่ทางภาคเหนือ เพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่ภาคกลาง โดยใช้เส้นทาง ทล. 11 จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมกับได้มีการตั้งจุดสกัดจับหน้าหน่วยบริการตำรวจทางหลวงบ้านป่า บนถนนหลวงสาย 11 พิษณุโลก-อุตรดิตถ์ ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 255 -256

ต่อมาวันที่ 8 พ.ค.2569 เวลาประมาณ 01.30 น.ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตั้งจุดสกัดอยู่ มีรถต้องสงสัยคาดการณ์ว่าเป็นรถนำ เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตั้งจุดสกัดจึงเลี้ยวกลับรถมุ่งหน้าขึ้นเหนือเข้าเขต อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก และมีรถกระบะต้องสงสัยอีก 3 คัน คาดว่าเป็นรถยนต์ที่ขนแรงงานต่างด้าวมาในขบวน กลับรถหลบหนีเข้าป่ากลางทุ่งนา จึงได้ไล่ล่า และปิดล้อมจนสามารถควบคุมได้ รวมสามารถสกัดจับรถยนต์ในขบวนการนี้ได้ 10 คัน และผู้ต้องหาอีกกว่า 148 ราย นำส่ง สภ.พรหมพิราม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...