โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันไดแรงเงา บันไดประเทศไทย อำนาจที่ยิ่งใหญ่ มากับความสูงที่ใหญ่ยิ่ง

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 28 มี.ค. เวลา 02.20 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. เวลา 02.20 น.

คอลัมน์ CityZense
ดดย ภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์

มีมตบกันของมุนินทร์ และนพนภาที่บันไดหน้ากระทรวงการเงินดิจิทัลของละครแรงเงา เป็นที่ฮือฮากันอย่างยิ่งในช่วงหลายสัปดาห์ก่อน

ฉากบันไดดังกล่าวสะท้อนความใหญ่โตของอาคารสถานที่ และทำให้เห็นความตั้งใจจะสร้างการรับรู้เพื่อจะดึงความสนใจผู้ชมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากความแรงของการตบกันของสองตัวละครที่รู้จักกัน

มีมดังกล่าวเป็นที่จดจำ ตามแผนที่วางไว้ มันยังได้ถูกส่งต่อและนำไปดัดแปลงเป็นเวอร์ชั่นของเพจหน่วยงานต่างๆ อย่างสนุกมือ

บันไดที่สูงเด่นเป็นสง่านี้สะท้อนถึงความยิ่งใหญ่อลังการของสถาปัตยกรรมราวกับประกาศความน่าเกรงขามของหน่วยงานราชการแห่งหนึ่งไปในตัว

ในวิชาเกี่ยวกับการออกแบบสถาปัตยกรรม มักจะสอนกันว่า อาคารที่มีบันไดใหญ่โต และมีความสูงใหญ่นั้น เป็นความตั้งใจที่จะสร้างบรรยากาศโดยให้ตัวอาคารนั้นข่มผู้เข้ามาใช้งานในอาคารนั้นให้รู้สึกตัวเล็กด้อยอำนาจ และถูกสยบตั้งแต่แรกเข้าอาคาร

ตัวอย่างอาคารที่ถูกยกตัวอย่างมาเสมอก็คือศาล (ที่ไม่ใช่ศาลเจ้า) สำหรับคนกรุงเทพฯ อาจนึกถึงศาลย่านถนนรัชดาภิเษกที่สร้างเรียงรายกันตั้งแต่ศาลอาญา, ศาลแพ่ง, ศาลอุทธรณ์ เป็นต้น บันไดทางเข้าอาคารขับเน้นให้อาคารมีความโดดเด่น ด้วยความยาวและความสูงใหญ่

ยังไม่นับว่า โดยปกติอำนาจของศาลก็ข่มคนอยู่โดยตัวของมันเองแล้ว ดังที่เราเห็นได้จากวลี “ละเมิดอำนาจศาล” (ในทางตรงกันข้าม เราเห็นกันน้อยกว่า ในวลี “ละเมิดอำนาจประชาชน”) นอกจากต้องปีนบันไดขึ้นด้านหน้าศาลที่กดความรู้สึกคนแล้ว ในห้องตัดสินคดีก็เช่นกันที่บัลลังก์ผู้พิพากษาก็ถูกวางให้มีความสูงข่มโจทก์และจำเลยอย่างตั้งใจ

อย่างไรก็ตาม ศาลไม่ใช่สถานที่ที่ทุกคนต้องเข้า และถ้าเลือกได้ก็ไม่มีใครอยากขึ้นโรงขึ้นศาล

นอกจากศาลแล้ว ยังมีอาคารที่ไหนที่สร้างบันไดไว้ข้างหน้าตึกอีก และยังเป็นสถานที่ที่ผู้คนเลี่ยงที่จะไม่ใช้งานได้ยากด้วย ผู้อ่านนึกออกบ้างไหม สำหรับคนรุ่นใหม่อาจจะไม่คุ้น แต่สำหรับคนเมื่อ 20-30 ปีก่อน ยังไงคนวัยทำงานก็ต้องไปใช้บริการธนาคาร

หลายสิบปีก่อน อาคารที่ผุดขึ้นตามตัวตลาดเป็นดอกเห็ดก็คือธนาคาร

ในยุคที่ธุรกรรมทางการเงินต้องทำด้วยมือ และยังไม่มีสาขาตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า ธนาคารจึงเป็นศูนย์รวมของกิจการต่างๆ ตั้งแต่ฝาก ถอน โอน ขึ้นเช็ค การให้สินเชื่อ จ่ายค่าบริการต่างๆ เมื่อเงินเดือนออก คนจำนวนมากเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเข้าไปใช้บริการ

ธนาคารกรุงเทพเป็นธนาคารแรกๆ ที่สยายปีกไปยังย่านธุรกิจและตลาดในต่างจังหวัด นอกจากธุรกรรมตามที่กล่าวมาแล้ว ธนาคารยังมีบทบาทต่องานการทอดกฐินผ้าป่าที่กำลังขยายตัวในต่างจังหวัดอีกด้วย ธนาคารตั้งอยู่ในเขตตลาดที่เป็นศูนย์กลางการค้าขายของเมืองนั้นๆ

ช่วงแรก ธนาคารกรุงเทพถูกออกแบบให้เป็นอาคารที่สะท้อนความหรูหราโออ่าที่ใช้องค์ประกอบแบบคลาสสิก นั่นคือ หน้าจั่วแบบโรมัน

อาคารเช่นนี้ถือเป็นช่วงบุกเบิก ก่อนที่จะเปลี่ยนรูปแบบไปใช้รูปแบบที่เน้นความทึบตัน หนักแน่น และมักยกระดับพื้นให้สูงขึ้น ด้านล่างเป็นพื้นที่สำหรับจอดรถเพื่อเอื้อต่อลูกค้าผู้มีอันจะกินที่มักจะขับรถยนต์ส่วนตัวมาใช้บริการ ลักษณะเช่นนี้จะพบเห็นในตัวเมืองขนาดใหญ่และขนาดกลาง

เมื่อเป็นเช่นนั้น ผู้ใช้งานก็ต้องปีนบันไดขึ้นไปใช้บริการชั้นที่ 2 ลองนึกถึงสภาพอากาศเมืองไทยที่หน้าฝน พระพิรุณไม่ปรานีแต่ผู้คนเดินถนน การขึ้นบันไดที่เปียกแฉะจึงเพิ่มความยากลำบากและอันตรายมากขึ้นไปอีก

การออกแบบเช่นนี้ นับเป็นเรื่องปกติของธนาคารต่างๆ ไม่ใช่แค่ธนาคารกรุงเทพเท่านั้น กรุงไทย กสิกรไทย กรุงศรีอยุธยา ฯลฯ ก็ล้วนมีลักษณะคล้ายกัน (หากไม่ได้เป็นการดัดแปลงจากตึกแถวซึ่งอาคารนั้นมักจะเข้าถึงได้จากชั้นที่ 1 เลย)

คงเป็นเพราะว่าในยุคก่อน การขึ้นบันไดที่สูงชันอาจไม่ใช่เรื่องยากลำบากอะไร สำหรับผู้ใช้บริการในยุคนั้น ที่เต็มไปด้วยคนวัยหนุ่มสาว คนวัยทำงานที่กำลังเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจที่ทะยานฟ้า

แต่สิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันกลับตรงกันข้าม เหล่าลูกค้าผู้ใช้บริการมักเป็นผู้สูงวัย โครงสร้างประชากรของประเทศได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว เช่นเดียวกับผู้พิการ บันไดของธนาคารทั้งหลาย จึงไม่เพียงกลายเป็นสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับยุคสมัย แต่ยังเป็นการกีดขวางการเข้าถึงอาคารโดยไม่จำเป็นอีกด้วย

การทำธุรกรรมผ่านอินเตอร์เน็ตและแอพพลิเคชั่นต่างๆ ได้ ก็ยิ่งทำให้การเดินทางไปธนาคารที่ยากลำบากไม่จำเป็นเหมือนเดิม หลายปีมานี้ ตึกธนาคารร้างเริ่มเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจากพิษเศรษฐกิจ 2540 การยุบจำนวนสาขาธนาคารไปเปิดสาขาในห้างสรรพสินค้าที่ตอบโจทย์การใช้งานมากกว่า

ก็ไม่แน่ว่า ในอนาคต ธนาคารเหล่านั้นจะยังคงเหลืออาคารในตัวตลาดอีกมากน้อยเพียงใด

ส่วนห้างสรรพสินค้าที่กลายเป็นตลาดรูปแบบใหม่ของผู้คนหลายสิบปีมานี้ ภาพลักษณ์เพื่อจูงใจให้คนเข้ามาใช้ รวมไปถึงการสร้างพื้นที่เปิดรับคนรุ่นใหม่ บันไดหน้าห้างกลายเป็นจุดเด่นที่รองรับไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ ของผู้คน

หลายคนยังคงจำบันไดหน้าห้างได้ดีว่าเคยเป็นสัญลักษณ์แค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นที่สยามเซ็นเตอร์, เซ็นทรัลลาดพร้าว, โซโก้ หรืออัมรินทร์พลาซ่าในปัจจุบัน

บางคนใช้บันไดเป็นเสมือนที่นั่งรอเพื่อน รอรถเมล์ที่กำลังจะเข้าป้าย หรือบางครั้งมีกิจกรรมประชาสัมพันธ์เพื่อขายสินค้าก็มี

บันไดหน้าห้างจึงกลายเป็นพื้นที่รูปแบบใหม่ การยึดใช้พื้นที่ของผู้คนโดยไม่โดนไล่จากหน้าห้าง ทำให้มีลักษณะพิเศษที่ต่างไปจากบันไดหน้าศาล หรือบันไดหน้าธนาคาร บันไดกลายเป็นจุดขายและมีลักษณะเป็นพื้นที่กึ่งสาธารณะ

แต่ดังที่กล่าวไปแล้ว เมื่อสังคมผู้สูงวัยมาถึง บันไดเช่นนี้ยังตอบโจทย์และอำนวยความสะดวกผู้คนอยู่หรือไม่

ที่กล่าวมา ล้วนเป็นอาคารในอดีตที่เริ่มไม่ตอบโจทย์ผู้ใช้สอยที่กำลังเปลี่ยนไป ก็เป็นเรื่องเข้าใจได้ แต่อาคารอีกประเภทที่จะกล่าวถึงต่อไป ยังถือว่าเป็นอาคารร่วมสมัยที่คนยังใช้สอยกันอยู่ นั่นคือ สถานีรถไฟฟ้า ปัญหาก็คือ อาคารดังกล่าวส่งผลกระทบต่อชีวิตผู้คนทั่วไปในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของระบบขนส่งสาธารณะที่ควรจะเป็นการออกแบบเพื่อคนทั้งมวล (กระนั้น รถไฟฟ้าก็มีแต่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเท่านั้น)

แต่ในความเป็นจริง อาคารจำนวนหนึ่งที่เป็นสถานีลอยฟ้าไม่ว่าจะ BTS, MRT หรือ SRT (สายสีแดง) ไม่ได้รองรับผู้สูงอายุ ผู้พิการ โดยเฉพาะ “มนุษย์ล้อ” บางสถานีไม่มีกระทั่งบันไดเลื่อนและลิฟต์

บางสถานีมีบันไดเลื่อน แต่ก่อนจะถึงบันไดเลื่อน ก็ต้องก้าวขึ้นบันไดปกติขึ้นไปเสียก่อน

ที่น่าแปลกใจและดูเหมือนเรื่องตลกร้าย แม้จะสร้างลิฟต์ไว้ แต่การเข้าถึงลิฟต์ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

บางสถานีผู้ใช้รถเข็นต้องเสี่ยงตายข้ามถนนเพื่อไปขึ้นลิฟต์

หรือกระทั่งการใช้งานส่วนเชื่อมต่ออย่างสกายวอล์กแถบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิและวงเวียนใหญ่ ที่มักเอื้ออำนวยให้กับเฉพาะคนทั่วไปที่ไม่ลำบากนักในการใช้บันได

สิ่งเหล่านี้เราอาจเคยพบเห็นแล้วจากคลิปของเพจ facebook ThisAble.me

ปัญหาดังกล่าวอาจเป็นเพราะว่าการออกแบบก่อสร้างเกิดขึ้นในยุคที่ไม่ได้สนใจการออกแบบเพื่อคนทั้งมวลมาตั้งแต่ต้น เพราะสังคมยังไม่สนใจหรือให้ความสำคัญ หรือบางทีเกิดจากความตั้งใจที่จะประหยัดงบประมาณ ไม่ว่าจะการติดตั้งบันไดเลื่อนหรือลิฟต์ รวมไปถึงการเวนคืนที่ดินเพิ่มเติมเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้

หัวใจสำคัญของการขนส่งสาธารณะอยู่ที่การไหลเวียนเชื่อมต่อกันอย่างไม่ติดขัด ถ้าหากประชากรทั้งหลายสามารถเดินได้ปกติก็จะไม่มีประเด็นอะไร แต่ดังที่กล่าวมาแล้วว่า ผู้คนที่ใช้พื้นที่สาธารณะนั้นมีความหลากหลาย ทั้งผู้สูงวัย และผู้พิการ

บันไดจากสถาปัตยกรรมที่ครอบคลุมทั้ง 3 ประเภท แสดงให้เห็นถึงตัวแทนของอำนาจรัฐที่เป็นใหญ่, ธุรกิจที่ให้บริการลูกค้า และระบบคมนาคมขนส่งที่ให้บริการประชาชน ล้วนมีความเป็นมาและบทบาทหน้าที่ต่างกันไป

ส่วนบันไดแรงเงา ที่ล่าสุดตั้งใจให้เป็นสมรภูมิรบของเมียหลวง-เมียน้อยหน้ากระทรวง บันไดที่ใหญ่มหึมาราวกับบันไดมหาวิหารแบบกรีกช่วยขับให้ฉากนี้ดูทรงพลังมากยิ่ง ฉากกลิ้งลงบันไดของตัวเอกที่ดูราวไม่สิ้นสุดนั้น ก็ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่าบันไดนั้นสูงเพียงใด การเชือดเฉือนกันของอำนาจตามนิตินัยอย่างเมียหลวง กับการมีอำนาจของผู้ล้างแค้นนั้นเข้มข้นแค่ไหน เบื้องหลังของฉากนี้ในตัวอย่าง ได้ถ่ายทำจากอาคารที่ชื่อว่า The Cathedral of Learning หรือ CL ของมหาวิทยาลัยเอแบคที่นอกจากชื่อแล้ว ยังมีหน้าตาคล้ายโบสถ์กอทิกในยุโรปอีกด้วย

เราไม่รู้ว่า การตีความของแรงเงาภาคใหม่นี้จะทำมาในแบบไหน แต่บันไดแรงเงาภาคนี้ ถูกนำมาข่มว่า บันได “สูงกว่า” ที่แล้วๆ มา

ราวกับว่า ยิ่งบันไดสูงขึ้นเท่าไร ความดราม่าของละครนี้จะมากขึ้น เดือดขึ้นไปกว่าทุกครั้ง และจะนำมาซึ่งเรตติ้งของละครที่สูงลิบลิ่ว ท่ามกลางการแข่งขันอย่างเข้มข้นและการเอาตัวรอดในธุรกิจบันเทิงที่กำลังเปลี่ยนผ่าน

ฉากละครดังกล่าวทำให้ผู้เขียนย้อนไปถึงวันที่บันไดยิ่งสูง ยิ่งสะท้อนความยิ่งใหญ่และอำนาจขององค์กรนั้นๆ แต่ในความเป็นจริง ยิ่งบันไดสูงมากเท่าไร ก็ยิ่งเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงอาคารสถานที่ต่างๆ ของมวลชนทั้งหลายไปด้วย มิใช่หรือ?

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บันไดแรงเงา บันไดประเทศไทย อำนาจที่ยิ่งใหญ่ มากับความสูงที่ใหญ่ยิ่ง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...