โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

กราดยิงโรงเรียนในตุรกี 2 วันติด เสียชีวิตแล้ว 9 ราย

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เกิดเหตุกราดยิงโรงเรียนในตุรกีซ้ำ 2 วันติดกัน มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 ราย บาดเจ็บอีกจำนวนมาก ตำรวจเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อหาแรงจูงใจในการก่อเหตุ

นายมุสตาฟา ชิฟต์ชี รัฐมนตรีมหาดไทยตุรกี เปิดเผยว่าเกิดเหตุกราดยิงโรงเรียนมัธยมในพื้นที่คาห์รามันมารัส ทางภาคใต้ของประเทศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 ราย บาดเจ็บอีก 13 คน ในจำนวนนี้มี 6 คนอาการสาหัส ขณะที่ผู้ก่อเหตุยิงตัวเองเสียชีวิต

สื่อท้องถิ่นของตุรกี รายงานว่าคนร้ายซึ่งเป็นนักเรียนชายวัย 14 ปี บุกเข้าไปในห้องเรียน 2 ห้อง พร้อมอาวุธปืนถึง 5 กระบอก และกระสุนอีก 7 แม็กกาซีน โดยคาดว่าอาวุธที่ใช้อาจเป็นของบิดาซึ่งเป็นอดีตตำรวจ

ผู้ว่าการจังหวัดคาฮ์รามันมารัช เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (15 เม.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น นักเรียนชายบุกเข้าไปในห้องเรียนเพื่อก่อเหตุ จนทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต นับเป็นเหตุกราดยิงในโรงเรียนครั้งที่สองในรอบสองวัน

ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สั่งการให้เร่งสอบสวนคดีนี้อย่างละเอียด เพื่อหาแรงจูงใจในการก่อเหตุ เพราะโดยปกติแล้วในตุรกีเกิดเหตุลักษณะนี้น้อยมาก

โดยทั่วไปแล้วกฎหมายเกี่ยวกับอาวุธปืนในตุรกีนั้นเข้มงวด จะอนุญาตเฉพาะบุคคลที่มีอายุมากกว่า 21 ปี และมีใบอนุญาตเท่านั้น ที่จะครอบครองอาวุธปืนได้

เหตุรุนแรงครั้งนี้เกิดขึ้นเพียง 1 วัน หลังเกิดเหตุกราดยิงที่โรงเรียนอีกแห่งในจังหวัดชันลืออูร์ฟา ทางตะวันออกเฉียงใต้ของตุรกี ซึ่งอดีตนักเรียนได้นำปืนลูกซองเข้ามากราดยิงในโรงเรียน จนมีผู้บาดเจ็บถึง 16 คน ส่วนใหญ่เป็นนักเรียน ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะยิงตัวตายหนีความผิด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...