KGI เจาะ 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน
#ทันหุ้น -บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) เจาะ 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน ได้แก่ MINT ให้เป้าพื้นฐาน 28.5 บาท โดย 1) ประเมินรูปแบบราคา Sideway ในกรอบแคบรอสัญญาณ Break + MACD RSI หนุน ประเมินแนวรับ 22.2 บาท / แนวต้าน 23.0 – 23.4 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 24 บาท (Stop loss 21.9 บาท) 2) ประเมิน Sentiment บวกจากความขัดแย้งตะวันออกกลางเริ่มผ่อนคลาย เราประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลางเริ่มผ่อนคลายลง การเดินทางท่องเที่ยวโดยเฉพาะยุโรปที่เข้าสู่ช่วง High season เริ่มมี Sentiment ที่ดีขึ้น รวมถึงเราประเมินการท่องเที่ยวไทยที่เป็น Safe haven มีโอกาสที่จะเป็นเป้าหมายของนักท่องเที่ยว และคาดหวังมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวไทยจากภาครัฐฯ 3) Valuation ยังไม่แพง PBV 1.42 เท่า (ต่ากว่า -1 SD ที่ 1.5 เท่า และยังสูงกว่าช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ PBV เทรดราว +/-1.0 เท่า ไม่มาก)
หุ้น CPALL ให้เป้าพื้นฐาน 59 บาท โดย 1) ประเมินรูปแบบราคาเริ่มฟื้นยืนเหนือค่าเฉลี่ย 200 วัน ประเมินแนวรับ 47 บาท / แนวต้าน 48 – 49 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 50 บาท (Stop loss 45 บาท) 2) ประเมินราคาหุ้นสะท้อนความกังวลเรื่องกำลังซื้อไปแล้ว ขณะที่กำไร 1Q69 โตเด่น เราประเมินราคาหุ้น CPALL* ที่พักฐานสะท้อนความกังวลต่อกำลังซื้อในประเทศไปพอสมควรแล้ว ขณะที่เราประเมินภาวะเงินเฟ้อจะกระทบต่อ CPALL* ไม่มาก โดยเฉพาะร้านสะดวกซื้อที่ราคาสินค้าอาหาร+เครื่องดื่มต่อหน่วยไม่แพงมาก (ถ้าเงินเฟ้อเริ่มนิ่ง คาดจะกลับเป็นบวกต่ออัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม SSSG) ขณะที่ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 1Q69 โต +7% YoY +12% QoQ 3) Valuation ยังถูก Forward PE +/- 14 เท่า (-1.5 SD) PBV 3 เท่า (ต่ำสุดเทียบเคียงช่วงวิกฤตปี 2008)
หุ้น CK ให้เป้าพื้นฐาน 20.6 บาท โดย 1) ประเมินรูปแบบราคาเริ่ม Sideway up ทดสอบจุดสูงเดิม ประเมินแนวรับ 16.4 บาท / แนวต้าน 16.8 – 17.2 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 18 บาท (Trailing stop 15.4 บาท) 2) ประเมิน Sentiment รับรัฐบาลใหม่ หนุนการเร่งเบิกจ่ายลงทุนภาครัฐฯ เราประเมิน CK* จะได้ Sentiment บวกจากการได้รัฐบาลใหม่ และคาดหวังการเร่งเบิกจ่ายงบภาครัฐฯ + การเปิดประมูลโครงการใหม่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมทั้งประเมินต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ปรับขึ้นจะส่งผลให้การแข่งขันประมูลงานลดลง (ประเมินผู้รับเหมาฯรายเล็ก / กระแสเงินสดอ่อนแอ จะไม่สามารถแข่งขันได้) ขณะที่ CK* มีกระแสเงินสดแข็งแกร่งและท้ายสุดรัฐบาลจะใช้กลไกปรับค่า “K” ชดเชยต้นทุนที่ปรับขึ้น 3) Valuation ยังไม่แพง PBV 0.99 เท่า (-1SD) ขณะที่คาด Backlog จะเร่งตัวขึ้นใน 2H69 จากการเปิดประมูลงานภาครัฐฯ