สงครามยกระดับ! “อิหร่าน” โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันใกล้ดูไบ ทรัมป์ขู่ทำลายโครงสร้างพลังงาน
สงครามตะวันออกกลางยกระดับ หลังอิหร่านโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันใกล้ดูไบ ขณะที่สหรัฐส่งทหารเสริมกำลัง ขู่ทำลายโครงสร้างพลังงานอิหร่าน หากไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ
วันที่ 31 มีนาคม 2569 เวลา 10.17 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยกระดับอีกครั้ง หลังอิหร่านโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันดิบที่บรรทุกเต็มลำใกล้ดูไบ ส่งผลให้เกิดไฟไหม้ ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตือนว่าสหรัฐจะทำลายโรงไฟฟ้า บ่อน้ำมัน และโครงสร้างพลังงานของอิหร่าน หากอิหร่านไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ
เรือบรรทุกน้ำมันลำดังกล่าวชื่อ Al-Salmi ชักธงคูเวต สามารถบรรทุกน้ำมันได้ประมาณ 2 ล้านบาร์เรล มูลค่ากว่า 200 ล้านดอลลาร์ โดยการโจมตีครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในหลายเหตุการณ์โจมตีเรือพาณิชย์ในอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ นับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
สงครามที่ยืดเยื้อมานานหนึ่งเดือนทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคน กระทบอุปทานพลังงาน และสร้างความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลก ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นทันทีหลังมีรายงานการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน
บริษัท Kuwait Petroleum Corp เจ้าของเรือ ระบุว่ากำลังประเมินความเสียหาย และเตือนว่าอาจเกิดการรั่วไหลของน้ำมัน อย่างไรก็ตาม ทางการดูไบระบุว่าสามารถควบคุมเพลิงไหม้ได้แล้ว และไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ
ราคาน้ำมันและเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นเริ่มส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนสหรัฐ และกลายเป็นประเด็นทางการเมืองสำคัญของทรัมป์และพรรครีพับลิกันก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน โดยราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยในสหรัฐเพิ่มขึ้นเกิน 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอนเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี ขณะที่ราคาน้ำมันดิบสหรัฐปรับตัวขึ้นเหนือ 101 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากอุปทานน้ำมันโลกตึงตัว
สถานการณ์การโจมตีระหว่างทั้งสองฝ่ายยังไม่มีสัญญาณลดลง โดยกลุ่มฮูตีในเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีอิสราเอล ขณะที่ตุรกีรายงานว่าขีปนาวุธจากอิหร่านได้เข้าสู่น่านฟ้าตุรกีก่อนถูกระบบป้องกันของ NATO ยิงสกัด อิสราเอลได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารในกรุงเตหะราน และโจมตีเป้าหมายของกลุ่ม Hezbollah ในกรุงเบรุต ส่งผลให้เจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพของสหประชาชาติจากอินโดนีเซียเสียชีวิต 3 นายในเลบานอน
ขณะเดียวกันทหารจากกองพลพลร่มที่ 82 ของกองทัพสหรัฐได้เริ่มเดินทางเข้าสู่ตะวันออกกลาง เพื่อเสริมกำลัง ซึ่งอาจเปิดทางให้สหรัฐสามารถส่งกำลังทหารเข้าไปในอิหร่านได้ หากสถานการณ์ยกระดับ แม้ว่าสหรัฐยังคงเดินหน้าเจรจากับอิหร่านก็ตาม
ทำเนียบขาวระบุว่า ทรัมป์ต้องการบรรลุข้อตกลงสันติภาพก่อนเส้นตายวันที่ 6 เมษายน ซึ่งเป็นเส้นตายที่เขากำหนดให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ทำเนียบขาวยังเปิดเผยว่า ทรัมป์กำลังพิจารณาแนวคิดให้ประเทศอาหรับช่วยรับภาระค่าใช้จ่ายของสงคราม ขณะที่รัฐบาลสหรัฐได้ขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติม 200,000 ล้านดอลลาร์สำหรับสงคราม แต่แผนดังกล่าวเผชิญการคัดค้านอย่างหนักในรัฐสภาสหรัฐ
ด้านอิหร่านระบุว่าได้รับข้อเสนอสันติภาพจากสหรัฐผ่านประเทศตัวกลาง แต่ระบุว่าข้อเสนอของสหรัฐไม่สมเหตุสมผล ไม่เป็นตรรกะ และมากเกินไป พร้อมยืนยันว่าอิหร่านกำลังป้องกันตนเองจากการรุกรานทางทหาร
หลังจากนั้นไม่นาน ทรัมป์ระบุว่า สหรัฐกำลังเจรจากับรัฐบาลอิหร่านชุดใหม่ที่มีเหตุผลมากขึ้น แต่ก็เตือนอีกครั้งว่า หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงและช่องแคบฮอร์มุซไม่เปิด สหรัฐจะทำลายโรงไฟฟ้า บ่อน้ำมัน เกาะคาร์ก และโรงผลิตน้ำจืดของอิหร่าน
อ้างอิง : reuters.com