สุชาติ เอาจริง! สั่งเร่งหาผู้กระทำผิด ตัดหัวพะยูน ต้องกำจัดค่านิยมผิดๆ สะสมซากสัตว์
สุชาติ ลั่นรับไม่ได้ สั่งเร่งหาผู้กระทำผิด ตัดหัวพะยูน แม้ผลชันสูตรชี้ตายจากการป่วยเรื้อรัง ไม่ได้ถูกล่า ชี้ต้องกำจัดค่านิยมผิดๆ เรื่องการสะสมซากสัตว์ป่า
วันที่ 11 เม.ย.2569 จากกรณีพบซากพะยูน ไม่มีส่วนหัว เพศผู้ อยู่ในระยะโตเต็มวัย ยาวประมาณ 2.20 เมตร (ไม่รวมหัว) หนักประมาณ 120 กิโลกรัม พบเพรียงทั่วตัว บริเวณอกด้านขวาพบรอยบาดจากวัตถุมีคม หางมีเชือกแบบเกลียวมัดเป็นเงื่อนผูกไว้กับหินใต้น้ำที่ บริเวณเกาะยาวน้อย จ.พังงา
โดย นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งหาสาเหตุการตายและดำเนินการสืบสวนหาผู้กระทำผิดอย่างเร่งด่วนนั้น
ล่าสุด ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง แถลงถึงผลการชันสูตรซากพะยูน จากศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันดามันตอนบน โดย สพ.ญ.ธารินรัตน์ จึงธีรพานิช และ สพ.ญ.นรมน ทารักษา ดังนี้
-ความสมบูรณ์ของร่างกายอยู่ระดับผอมถึงปกติ (BCS 2.5-3/5)
-รอยตัดที่หัวเกิดจากของมีคม แต่ไม่ใช่สาเหตุการตาย เพราะมีขอบแผลเรียบ ขอบคม คาดว่าตัดหลังจากตายไม่เกิน 24 ชั่วโมง
-กระเพาะอาหารมีน้ำเป็นหลัก พบหญ้าเพียงเล็กน้อย สะท้อนถึงภาวะอดอาหารเป็นเวลานาน
-พบการยึดติดของสำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ คาดว่ามีภาวะลำไส้อักเสบรุนแรงเรื้อรัง
-ไม่พบฟองอากาศในทางเดินหายใจ หรือร่องรอยการสำลักน้ำ จึงไม่ใช่ตายจากการการจมน้ำเพราะติดเครื่องมือประมง
-ถุงน้ำดี มีน้ำดีสีเหลือง บ่งชี้ภาวะป่วยเรื้อรัง และคาดว่าตายมาแล้วมากกว่า 3 วันก่อนได้รับแจ้ง (ประมาณวันที่ 6 เม.ย.2569)
จากผลการผ่าชันสูตรทั้งหมด จึงสรุปได้ว่า พะยูนตัวดังกล่าว “ตายจากภาวะป่วยเรื้อรังและอ่อนแอ ไม่ได้ตายจากการติดเครื่องมือประมง หรือการล่าแต่อย่างใด”
จากการวิเคราะห์ทิศทางกระแสน้ำในปัจจุบันกับช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าแนวโน้มกระแสน้ำไหลไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ จึงคาดว่าซากพะยูน น่าจะถูกพัดมาจากทางอ่าวพังงาฝั่งตะวันออก ถึง จ.กระบี่
อย่างไรก็ตาม การตัดหัวพะยูน ถือเป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 12 ห้ามมิให้ผู้ใดล่าสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครอง หากฝ่าฝืน ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ 3 - 15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 300,000 บาท - 1,500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
รวมถึงมาตรา 17 หากผู้ใดมีสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากสัตว์ป่าดังกล่าว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 29 หากผู้ใดค้าสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ซากสัตว์ป่าดังกล่าว หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว ต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่ 3 - 15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 300,000 บาท - 1,500,000 บาท
ทั้งนี้ นายสุชาติ ได้สั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เร่งรัดติดตามการดำเนินคดีอย่างเร่งด่วน พร้อมย้ำว่า “เราต้องกำจัดค่านิยมผิดๆ เรื่องการสะสมซากสัตว์ป่าให้หมดไป การกระทำครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ และต้องนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด”
หากประชาชนมีเบาะแสในเรื่องดังกล่าว หรือพบสัตว์ทะเลหายากบาดเจ็บหรือเกยตื้น สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ หรือสายด่วนพิทักษ์ป่าและรักษาทะเล โทร.1362 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สุชาติ เอาจริง! สั่งเร่งหาผู้กระทำผิด ตัดหัวพะยูน ต้องกำจัดค่านิยมผิดๆ สะสมซากสัตว์
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th