แม้สงครามคลี่คลาย ตั๋วเครื่องบินก็อาจยังแพงอยู่ เหตุหลายสายการบินงัดแผน เตรียมชดเชยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินที่พุ่งสูงขึ้น
ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยิ่งพุ่งสูง อาจดันราคาตั๋วเครื่องบินยิ่งแพงนาน หลังผู้บริหารสายการบินหลายแห่งรวมถึง United และ Delta เตือนว่า มีโอกาสน้อยที่ราคาตั๋วเครื่องบินจะปรับตัวลดลง แม้สงครามคลี่คลาย เนื่องจากสายการบินต่างๆ ได้เตรียมชดเชยต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น ผ่านการปรับราคาขึ้นแล้ว โดย United ตั้งเป้าชดเชยต้นทุนให้ได้ 100% ภายในสิ้นปีนี้
ตามข้อมูลจาก Bloomberg และ General Index แสดงให้เห็นว่า ราคาเชื้อเพลิงอากาศยาน (Jet Fuel) ในหลายภูมิภาคพุ่งขึ้นราว 60-100% จากระดับราว 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์
โดยยุโรปเป็นภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบหนักสุด เนื่องจากราคาเชื้อเพลิงอากาศยานในยุโรป (Europe Jet Fuel) พุ่งทะลุ 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลไปแล้ว ขณะที่ราคา Los Angeles Jet Fuel อยู่ที่ราว 180 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วน US Gulf Coast Jet Fuel และ Singapore Jet Fuel อยู่ 160 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในเดือนเมษายนนี้
นอกจากนี้ ยังเริ่มมีสัญญาณว่าประเทศในแถบเอเชียกำลังกักตุนเชื้อเพลิงอากาศยาน ขณะที่หน่วยงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ได้ออกโรงเตือนว่าปริมาณสำรองเชื้อเพลิงในยุโรปอาจหมดลงภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
เพื่อรับมือกับราคาต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนี้ สายการบินทั่วโลกต่างปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมสัมภาระและที่นั่งขึ้น พร้อมปรับลดประมาณการกำไร และเริ่มหารืออย่างเปิดเผยถึงแนวทางการสร้างพันธมิตรกับคู่แข่ง ท่ามกลางภาวะวิกฤตจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นสืบเนื่องจากภาวะสงคราม
สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมการบินโลกกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความไม่มั่นคงอีกครั้ง แม้ว่าก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์ว่า ปีนี้ควรจะเป็นปีที่มีความต้องการเดินทางสูง โดยมีการคาดการณ์เบื้องต้นว่าจะมีกำไรเป็นประวัติการณ์ถึง 41,000 ล้านดอลลาร์ และมีผู้โดยสารสูงถึง 5,200 ล้านคน ซึ่งที่ผ่านมาสายการบินต่างๆ ได้ลงทุนมหาศาลในการยกระดับผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การปรับปรุงห้องโดยสาร ห้องรับรอง ไปจนถึงระบบการเชื่อมต่อบนเครื่องบิน ด้วยความเชื่อมั่นว่าการใช้จ่ายเพื่อประสบการณ์การเดินทางที่หรูหราจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน ความคึกคักที่ขับเคลื่อนกลุ่มสายการบินในช่วงต้นปีได้ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกที่ว่าอุตสาหกรรมกำลังสูญเสียทิศทางที่ชัดเจน
โดย Bob Jordan ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Southwest Airlines ระบุว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะคาดการณ์ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมได้อย่างมั่นใจ เนื่องจากมีความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ในระดับสูง ซึ่งส่งผลให้ไม่สามารถคาดการณ์ทิศทางราคาน้ำมันและราคาค่าโดยสารได้อย่างแม่นยำ
สำหรับในอนาคตอันใกล้นี้ ราคาค่าโดยสารมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น โดยเบื้องต้น ผู้บริโภคคาดว่าจะเป็นผู้แบกรับภาระต้นทุนเชื้อเพลิงอากาศยานที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ มีการตั้งข้อสังเกตว่า สายการบินจะเริ่มเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม (Surcharges) และปรับเพิ่มค่าบริการสัมภาระและเลือกที่นั่ง โดยตามมุมมองของ William McGee จากโครงการ American Economic Liberties Project ให้ความเห็นว่า “สายการบินไม่เคยปล่อยให้วิกฤตผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์”
ด้าน American Airlines ระบุว่าบริษัทต้องเผชิญกับต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นถึง 4,000 ล้านดอลลาร์จนถึงสิ้นปีนี้ และจะพยายามผลักภาระดังกล่าวไปยังผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด
‘โอกาสน้อย’ ที่ราคาตั๋วจะลดลง แม้สงครามคลี่คลาย
ขณะที่ Scott Kirby ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสายการบิน United เผยว่า ขณะนี้ค่าโดยสารปรับตัวสูงขึ้นแล้วประมาณ 15% ถึง 20% และมีโอกาสน้อยที่จะปรับตัวลดลงทั้งหมด แม้สถานการณ์สงครามจะคลี่คลาย โดยระบุว่ายิ่งสถานการณ์ลากยาวเท่าใด โอกาสที่ระดับราคาดังกล่าวจะคงอยู่ถาวรก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น
เมื่อพ้นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวในฤดูร้อน สายการบินต่างๆ มีแนวโน้มที่จะทบทวนขีดความสามารถในการขนส่ง (Capacity) อีกครั้ง และอาจยกเลิกเส้นทางบินที่ไม่ทำกำไรเพิ่มเติม โดย United ซึ่งมีฐานการดำเนินงานในชิคาโก คาดการณ์ว่า จะสามารถชดเชยต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด 100% ภายในสิ้นปีนี้ผ่านการปรับราคาขึ้น
ขณะที่ Ed Bastian ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Delta Air Lines Inc. ระบุว่าจะพิจารณารักษาระดับราคาที่แข็งแกร่งนี้ไว้แม้ต้นทุนเชื้อเพลิงจะปรับลดลงในอนาคต
Deutsche Lufthansa ซึ่งเป็นกลุ่มสายการบินที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป กำลังดำเนินการปรับลดเที่ยวบินในตารางบินฤดูร้อนลงประมาณ 20,000 เที่ยวบิน พร้อมทั้งนำรูปแบบการกำหนดราคาของสายการบินราคาประหยัดมาใช้ ด้วยการจำหน่ายบัตรโดยสารที่ไม่รวมค่าน้ำหนักสัมภาระ