โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

อธิบดีกรมศิลปากร ลงพื้นที่ หลังขุดพบโครงกระดูกมนุษย์ 8 โครง ฝังรวมอยู่กับกลองมโหระทึก แหวน กำไลทองคำ เครื่องประดับ อายุกว่า 1,000 ปี

สวพ.FM91

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เดินทางมายังบริเวณดอนยายทอง หมู่ 6 บ้านดอนพลับ ต.สมอพลือ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี เพื่อตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ของนักโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ในการดำเนินการขุดค้นกลองมโหระทึก โครงกระดูกมนุษย์ แหวน กำไลทองคำ เครื่องประดับ

โดยมีนายปรีชา อนันต์วรนาถ นายอำเภอบ้านลาด นางนิภา สังคนาคินทร์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี รศ.ดร.พัชรศักดิ์ อาลัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี นางสาวปราจิน เครือจันทร์ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี พ.ต.อ.เชิญ พรายมี นายก อบต.สมอพลือ และคณะนักโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ร่วมให้การต้อนรับ

นายพนมบุตร กล่าวว่า นักโบราณคดี กรมศิลปากร ได้ขุดพบกำไลทองคำในหลุมขุดกลองมโหระทึก สวมติดกับข้อแขนโครงกระดูกมนุษย์ คาดอายุ 1,500 – 2,000 ปี ยุคก่อนประวัติศาสตร์ถึงยุคเข้าสู่วัฒนธรรมทวารวดี นอกจากนี้ยังขุดพบกลองมโหระทึกเพิ่มอีก 4 ใบ รวมเป็น 6 ใบ ตามที่สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี นำโดย นางนิภา สังคนาคินทร์ ผู้อำนวยการสำนักฯ ได้รับแจ้งจาก ผศ.แสนประเสริฐ ปานเนียม ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ว่ามีประชาชนขุดพบโบราณวัตถุฝังอยู่ใต้ดินกลางทุ่งนาพื้นที่หมู่ 6 บ้านดอนพลับ ต.สมอพลือ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี จึงเข้าไปตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าเป็น “กลองมโหระทึก” หรือ “กลองสำริดโบราณ” จำนวน 2 ใบ จึงเข้ามาตรวจสอบ

พบว่าเป็นกลองสำริดโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์ อายุประมาณ 1,500 – 2,000 ปี ต่อมาได้แจ้งเรื่องดังกล่าวไปยังคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลสมอพลือ ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมถึงเจ้าของที่นาได้รับทราบ เพื่อขออนุญาตดำเนินการขุดกู้ชิ้นส่วนของกลองมโหระทึกที่คาดว่ายังหลงเหลือฝังอยู่ใต้ดิน ได้รับความยินยอมจากนายเจน และนางคนางค์ เพชรสุด เจ้าของที่นา รวมถึงได้รับความร่วมมือจากชาวชุมชน หน่วยงานราชการให้การสนับสนุน เริ่มดำเนินการขุดตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569

โดยมี นางสาวกรรณิการ์ เปรมใจ นักโบราณคดีชำนาญการ หัวหน้าทีมขุดตรวจสอบ พร้อมด้วย นางสาวกัญญาภัค โต๊ะเฮง นักโบราณคดีปฏิบัติการ นายนภพล เปลี่ยนวงค์ นักศึกษาฝึกงาน เอกประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับอาจารย์และนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ประชาชนในพื้นที่ตำบลสมอพลือร่วมทำการขุดค้น

หลักฐานทางโบราณคดีที่พบในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคม 2569 ทำการขุดหลุมขนาดกว้าง 2 เมตร ยาว 2.2 เมตร ดำเนินการขุดถึงระดับความลึกที่ 1 เมตร พบส่วนของขอบฐานกลองมโหระทึกในความลึกที่ 60 เซนติเมตรจากผิวดิน และพบชิ้นส่วนขอบหน้ากลองในความลึกที่ 1 เมตร แสดงหลักฐานว่ามีการวางกลองในลักษณะเอาหน้ากลองคว่ำลง หงายฐานกลองขึ้น พบภาชนะดินเผา จำนวน 8 ใบในความลึกที่ 60 เซนติเมตรจากผิวดิน แบ่งเป็นภาชนะทรงหม้อ 7 ใบ และภาชนะทรงชาม 1 ใบ พบลูกปัดแก้ว พบลูกกระสุนดินเผา จำนวน 1 ชิ้น พบส่วนขาของโครงกระดูกมนุษย์ประมาณ 4 โครง พบภาชนะส่วนสำริด ที่สำคัญคือพบแหวนและกำไลทองคำ โดยกำไลทองคำที่พบนั้นอยู่ในลักษณะสวมใส่ข้อแขนกระดูกมนุษย์

นายพนมบุตร กล่าวต่อไปว่า การขุดค้นพบโครงกระดูกมนุษย์ในหลุมขุด จำนวน 8 โครง โครงที่ 1 พบลักษณะนอนเหยียดตรง โครงที่ 2,3,4 ไม่ได้อยู่ในบริบทของเดิมในการฝังศพ มีการซ้อนทับกันของโครงกระดูก ถัดมาเป็นโครงที่ 5,6,7 พบลักษณะนอนเหยียดตรง ที่สำคัญบริเวณกะโหลกศีรษะทั้ง 7 โครง มีชิ้นส่วนที่ทำจากโลหะสำริดครอบกะโหลกศีรษะ อีกทั้งโครงกระดูกที่ 5 – 8 ยังพบลูกปัดแก้วเป็นจำนวนมาก การพบเครื่องประดับทองคำ และชิ้นส่วนสำริดบริเวณโครงกระดูกทั้ง 7 โครง แสดงถึงสถานทางสังคมว่า บุคคลเหล่านี้เป็นบุคคลชั้นสูง ซึ่งเป็นเรื่องของพิธีกรรมฝังศพ ที่มีการใช้กลองมโหระทึก เครื่องภาชนะโลหะสำริด ภาชนะดินเผา เครื่องประดับที่ทำจากทองคำฝังไปพร้อมกับศพ เพื่อเป็นการอุทิศให้ผู้เสียชีวิต

ในส่วนของการขยายหลุมในช่วงระยะที่ 2 เริ่มต้นเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน 2569 หลักฐานที่ค้นพบภายหลังทำการขยายหลุมขุดให้มีขนาดกว้าง 4 เมตร ยาว 4.5 เมตร พบชิ้นส่วนที่คาดว่า เป็นฐานกลองมโหระทึกเพิ่มอีกจำนวน 4 ใบ ได้แก่ มุมทิศตะวันตกเฉียงใต้ จำนวน 2 ใบ และมุมทิศตะวันตกเฉียงเหนือ อีกจำนวน 2 ใบ รวมกับของเดิมที่ค้นพบก่อนหน้านี้ 2 ใบ รวมทั้งหมดพบกลองมโหระทึก จำนวน 6 ใบด้วยกัน

“สำหรับโครงกระดูกมนุษย์ดังกล่าวไม่สามารถฝังเก็บอยู่ในดินได้ เนื่องจากดินมีความเค็ม จะต้องขุดขึ้นมาเก็บรักษาในพื้นที่เฉพาะ ส่วนในอนาคตหากจะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ก็สามารถหล่อเรซิ่นโครงกระดูกได้ ซึ่งจะต้องดำเนินการจนแล้วเสร็จถึงจะสรุปได้ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป” นายพนมบุตร กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...