โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ทวี สอดส่อง" ซัดนโยบายค่าไฟขั้นบันได ไม่เป็นธรรม ชี้ซ่อนปัญหาในระบบไฟฟ้าไทย

สยามรัฐ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

">

เมื่อวันที่ 1 พ.ค.69 พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก "Tawee Sodsong - พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง" ระบุว่า “นโยบาย “ค่าไฟขั้นบันได” : ความไม่เป็นธรรมที่ถูกซ่อนในระบบไฟฟ้าไทย”

ตามที่คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบ “โครงสร้างค่าไฟแบบขั้นบันได” ที่จะเริ่มใช้ในปี 2569 โดยปรับราคาค่าไฟฟ้าดังนี้

200 หน่วยแรก : ไม่เกิน 3.00 บาท/หน่วย (ลดลงจากเดิม ~3.95 บาท)

201–400 หน่วย : อัตราใกล้เคียงเดิม (~3.95 บาท)

เกิน 400 หน่วยขึ้นไป : อัตราก้าวหน้า (อาจสูงเกิน 5 บาท/หน่วย)

(หมายเหตุ : ไฟฟ้า 1 หน่วย คือการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาด 1,000 วัตต์ ต่อเนื่อง 1 ชั่วโมง เช่น แอร์ขนาด 12,000 BTU เปิด 1 ชั่วโมง เท่ากับ 1 หน่วย)

แม้รัฐบาลจะระบุว่าเป็นมาตรการ “ช่วยลดภาระประชาชน โดยเฉพาะผู้ใช้ไฟน้อย” แต่หากวิเคราะห์ลึกลงไป นี่คือการ “ย้ายภาระ” ไม่ใช่การ “แก้ปัญหา” เพราะในความเป็นจริง กลุ่มที่ใช้ไฟเกิน 400 หน่วย ไม่ใช่คนรวยเสมอไป แต่อาจรวมถึงบ้านที่มีผู้สูงอายุ มีผู้ป่วยติดเตียง หรือครอบครัวขยายที่มีสมาชิกหลายคน คนกลุ่มนี้ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายที่แพงขึ้น นี่จึงอาจไม่ใช่การสร้างความเป็นธรรม แต่คือการให้ประชาชนแบกภาระกันเอง ท่ามกลางโครงสร้างราคาที่บิดเบี้ยว

การที่รัฐบาลเลือกใช้วิธี "เกลี่ยตัวเลข" ระหว่างกลุ่มผู้ใช้ไฟ แทนที่จะเร่งจัดการกับต้นทุนการผลิตที่อาจสูงเกินจริง สะท้อนให้เห็นว่ารัฐกำลังพยายาม "ซุกปัญหาไว้ใต้พรม" โดยไม่ยอมแตะต้องผลประโยชน์ของกลุ่มทุนพลังงานที่ฝังรากลึก

หากรัฐบาลมีความจริงใจในการแก้ปัญหาจริง ต้องเริ่มจากปัญหาความไม่เป็นธรรมในระบบค่าไฟที่รัฐยังไม่กล้าแก้ไข

1.ค่าไฟฟ้าทิพย์ (ภาระที่ไม่ได้ใช้จริง) : ตลอดหลายสิบปี ประชาชนต้องแบกต้นทุนสูงถึง 1.09 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นค่า Adder / FiT ประมาณ 6.4 แสนล้านบาท และค่าความพร้อมจ่าย (AP) อีก 4.4 แสนล้านบาท เฉพาะปี 2567 ปีเดียว ประชาชนต้องจ่าย “ค่าไฟทิพย์” กว่า 1 แสนล้านบาท โดยที่ไม่ได้ใช้ไฟฟ้าจริง เงินจำนวนนี้กลายเป็นรายได้ที่มั่นคงของกลุ่มทุนพลังงาน คำถามสำคัญคือ เมื่อไหร่รัฐบาล กพช. และ กกพ. จะกล้าเจรจาลดกำไรส่วนเกินเหล่านี้เพื่อคืนความเป็นธรรมให้ประชาชน?

2.ความโปร่งใสในการจัดซื้อ LNG : มีข้อสงสัยเรื่องราคาก๊าซ LNG จากรัสเซีย (Yamal LNG) ตามข่าวที่ปรากฏ ในประเด็นที่ราคาตลาดโลกลดลงถึง 40% แต่บริษัทกึ่งผูกขาดกลับทำสัญญาผ่าน ปตท. ในราคา Pool Gas เดิม (485 บาท/MMBTU) ทำให้มีส่วนต่างกำไรสูงถึง 194 บาท/MMBTU หรือเกือบ 10,000 บาทต่อตัน รัฐต้องเข้าตรวจสอบเพื่อไม่ให้เกิดการสมยอมราคาที่เอาเปรียบผู้บริโภค

3.การจัดสรรก๊าซอ่าวไทยที่ไม่เป็นธรรม : ควรนำ “ก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย” ที่มีต้นทุนต่ำเพียง 201 บาท/MMBTU มาผลิตไฟฟ้าให้ประชาชนก่อน แทนการใช้ราคา Pool Gas (281 บาท/MMBTU) ซึ่งจะช่วยลดค่าไฟได้ทันทีประมาณ 0.52 บาท/หน่วย แต่ปัจจุบันก๊าซราคาถูกกลับถูกจัดสรรไปให้ภาคปิโตรเคมีใช้เป็นลำดับแรก

การอ้างว่าต้องจัดสรรก๊าซให้ภาคปิโตรเคมีก่อนเพื่อ 'สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ' อาจเป็นเพียงวาทกรรมที่เอาตัวเลขกำไรของบริษัทใหญ่มาบังหน้า แต่ทรัพยากรในอ่าวไทยเป็นของคนไทยทุกคน ดังนั้น 'ความอยู่รอดของประชาชน' ต้องอยู่เหนือ 'ผลกำไรของกลุ่มทุน'

4.การฝืนคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ : ตามคำวินิจฉัยที่ 1/2566 รัฐต้องกำหนดสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของเอกชนและปริมาณไฟสำรองไม่ให้กระทบต่อค่าครองชีพประชาชน แต่ปัจจุบันรัฐกลับจำกัดการผลิตจากแหล่งพลังงานต้นทุนต่ำที่รัฐควบคุมได้เอง เช่น ลิกไนต์แม่เมาะ (1.20–1.23 บาท/หน่วย) และ พลังน้ำ (1.06–1.37 บาท/หน่วย) ดังนั้น รัฐบาลโดย กพช. และ กกพ. ต้องดำเนินการกำหนดกรอบหรือเพดานของสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของเอกชนและกำหนดปริมาณไฟฟ้าสำรองอันส่งผลต่ออัตราค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บ เพื่อไม่ก่อให้เกิดความเสียหายเกินควรแก่ประชาชน

วันนี้ประเทศไทยไม่ได้ขาดแคลนพลังงาน แต่ขาด “ความกล้าหาญทางนโยบาย” ที่จะเลือกผลประโยชน์ของประชาชนเหนือกลุ่มทุน นโยบายค่าไฟขั้นบันไดที่ทำอยู่เป็นเพียงการซื้อเวลา แต่ความไม่เป็นธรรมยังถูกซ่อนในระบบไฟฟ้า ไม่ได้รับการแก้ไข

ค่าไฟหน่วยละ 3 บาทจะไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน หากรัฐบาลหยุดเอื้อประโยชน์ให้ “เสือนอนกิน” และกล้าปฏิรูปโครงสร้างพลังงานตามรัฐธรรมนูญเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง

หัวหน้าพรรคประชาชาติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...