โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ขู่ฟ้องปิดปาก‘ราเชน’

ไทยโพสต์

อัพเดต 1 พฤษภาคม 2569 เวลา 4.43 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายกฯ ชิ่งเผือกร้อนปมเด้งอธิบดีฝนหลวงฯ "สุริยะ” สวนเดือด โต้ทุกเม็ด ยันจับยัดเข้ากรุไม่ใช่เพราะไม่ยอมไปเจอหลานชายซีอีโอสายการบิน ขู่ฟ้องกลับหากพาดพิงอีก ท้าคิดว่าถูกกลั่นแกล้งมาฟ้องเลย “กล้าธรรม” อดีตบอสเก่า กางปีกป้อง "ราเชน” ผลงานเด่น ลั่นพร้อมใช้สภาตรวจสอบ เด็ก ปชป.ยื่น ป.ป.ช.ไต่สวนเอาผิด รมว.เกษตรฯ “ทักษิณ” โวยลั่นคุก แก่แล้วเป็นอดีตนายกฯ โดนจับใส่กำไลอีเอ็ม

เมื่อวันที่ 30 เมษายน ความคืบหน้ากรณีนายราเชน ศิลปะรายะ ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร หลังนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ย้ายไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ ทั้งที่เหลืออายุราชการอีกประมาณ 5 เดือนก็เกษียณในเดือนกันยายนนี้ โดยหนังสือลาออกระบุว่า “เนื่องจากไม่สามารถสนองนโยบายฝ่ายการเมืองได้” จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะกรณีนายราเชนออกมาระบุว่า หลานของนายสุริยะพยายามติดต่อขอคุยด้วยหลายรอบ แต่ไม่สะดวก จนต่อมามีการย้ายเข้ากรุผู้ตรวจฯ

เรื่องดังกล่าวทำให้นายสุริยะได้ชี้แจงต่อสื่อมวลชนที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า เมื่อวันที่ 29 เมษายน นายราเชนได้พยายามพูดถึงสาเหตุของการถูกโยกย้ายในหลายเรื่อง โดยพยายามสื่อให้เห็นว่าการที่เสนอย้ายเป็นสาเหตุ เนื่องจากว่าหลานของตน ซึ่งเป็นผู้บริหารสายการบินแห่งหนึ่งพยายามติดต่อขอเข้าพบนายราเชน แต่ไม่ได้พบ โดยมีการย้อนไปตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ซึ่งทุกคนก็รู้ว่าช่วงเวลานั้นไม่ได้เกี่ยวข้อง และอยู่คนละกระทรวง จากนั้นนายราเชนบอกว่าจะแฉ บอกว่ามีบันทึกการสนทนาไว้ว่ามีการโทร.หานายราเชน ตั้งแต่ 30 มีนาคม 2569 ในช่วงเย็น ใช้เวลา 1 นาที, ในวันที่ 31 มีนาคม 2569 เวลา 10.30 น. ใช้เวลา 54 นาที, วันที่ 16 เมษายน 2569 ช่วง เวลา 13.00 น. 2 Miss Call, วันที่ 19 เมษายน 2569 ช่วงเที่ยง ใช้เวลา 16 นาที และวันเดียวกันเวลา 13.00 น. ใช้เวลา 54 วินาที

นายสุริยะยืนยันว่า ข้อเท็จจริงตนไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อนว่าหลานจะติดต่อไปขอพบนายราเชน หลังจากมีข่าวได้สอบถามหลาน ซึ่งก็ยอมรับว่าเป็นข้อเท็จจริงที่เขาติดต่อไป ลองคิดดูถ้ารู้ว่าหลานติดต่อไป คงจะบอกนายราเชนว่าหลานอยากขอพบ แสดงว่าไม่ได้รับการติดต่อจากหลาน หลานพยายามติดต่อโดยตรง ซึ่งถ้ารู้ก็คงบอกนายราเชนว่าให้มีการพบกันหน่อย อาจจะมีเรื่องอะไรที่เสนอเป็นประโยชน์หรือไม่

“แต่แม้ว่านายราเชนให้พบ ยังไงก็ย้ายอยู่ดี เพราะการย้ายไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของหลาน แต่เป็นเรื่องที่ว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำกับดูแลเกษตรกรเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมีจำนวนมากกว่าภาคธุรกิจอื่น และผลผลิตขณะนี้ก็ตกต่ำ ดังนั้นผมอยากได้คนมีกำลังวังชาที่จะทำงานเพื่อสนองนโยบาย ซึ่งสื่อมวลชนก็คงทราบดีว่ามีการกล่าวกันไปว่าข้าราชการพอใกล้เกษียณคล้ายว่าค่อนข้างจะเกียร์ว่าง ไม่ใช่ผมพูดเองนะ แต่สื่อมวลชนก็รู้ว่าเป็นอย่างนั้น ผมก็เลยเสนอเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นไม่มีเรื่องอื่นเลย" นายสุริยะกล่าว

นายสุริยะกล่าวอีกว่า มีข่าวออกมาว่าหลานของตนจะไปของานที่กระทรวงเป็นเงินจำนวนมาก แต่ตนจำตัวเลขไม่ได้ แต่ในเมื่อนายราเชนไม่ยอมให้หลานของตนพบ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าหลานไปของาน มันขัดกับข้อเท็จจริง จึงอยากทำความเข้าใจว่ายึดถือความโปร่งใสเป็นหลัก

สุริยะขู่ฟ้องอธิบดีฝนหลวง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้สอบถามหลานว่ามีการติดต่อนายราเชนทร์ไปจริงหรือไม่ นายสุริยะกล่าวว่า หลังเกิดเรื่องได้ถามหลานชายว่าได้ติดต่อไปจริงหรือไม่ ซึ่งหลานยอมรับว่าได้ขอติดต่อจริง แต่หากย้อนไปปี 2568 ซึ่งนายราเชนพูดว่าหลานได้นัดไป และปรากฏตัวกัน 3 คน แต่หลานชายตนไม่ไป กลัวถูกหลอก จึงไม่ให้พบ พอมาถึงในช่วงนี้หลานชายได้ติดต่อไปจริง แต่ไม่ให้พบ ซึ่งหากเขาต้องการจะพบคงมาบอกตนแล้ว แต่ไม่ได้มาบอก เพราะเป็นกิจการธุรกิจของเขาเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับตน แม้ครอบครัวตนจะเป็นญาติพี่น้องกัน แต่ครอบครัวต่างคนต่างแยกกันไป มีธุรกิจของตัวเอง ตนมาอยู่การเมือง

เมื่อถามว่า จะชี้แจงอย่างไรที่หลายคนมองว่าการโยกย้ายครั้งนี้ไม่เป็นธรรมต่อข้าราชการ นายสุริยะย้อนถามว่า ข้าราชการตรงไหนบ้าง ตั้งแต่ตอนย้ายมาก็ไม่มีใครมาพูดถึงเรื่องนี้ให้มาถึงหู มีแค่อธิบดีราเชนคนเดียวเท่านั้นที่พูดอยู่ ขอย้ำว่าทำงานการเมืองมาตั้งแต่ปี 2544 มาถึงตอนนี้เกือบ 30 ปีแล้ว ถูกโยกย้ายมาแล้วหลายกระทรวง แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่เจ้าหน้าที่ถูกย้ายแล้วมาว่าไม่ให้ความเป็นธรรม ในครั้งนี้การที่อ้างว่าถูกโยกย้ายเพราะไม่เอื้อประโยชน์ให้หลานชาย ไม่เป็นความจริง ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของการเมือง แต่เป็นเรื่องการบริหารเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของกระทรวงเกษตรฯ

ส่วนกรณีนายราเชนให้เหตุผลในเอกสารลาออกว่าไม่สามารถตอบสนองนโยบายฝ่ายการเมืองได้นั้น รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า "มีอะไรที่สนองฝ่ายการเมืองไม่ได้ ผมไปบีบอะไรท่าน ขอให้ท่านชี้แจงมา แต่ถ้าเสนอสิ่งที่เป็นเท็จ ผมถือว่าได้รับความเสียหาย หลังจากแถลงครั้งนี้แล้วท่านยังไม่หยุด จะดำเนินการฟ้องคดี และถ้าหากท่านเห็นว่าไม่เป็นธรรม ก็สามารถฟ้องดำเนินคดีกับผมได้"

เมื่อถามว่า การโยกย้ายครั้งนี้เป็นการล้างคนเก่าของพรรคการเมืองเดิม นายสุริยะกล่าวว่า ตอนที่ไปดำรงตำแหน่งเป็น รมว.คมนาคม ก็มีคนที่รัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยแต่งตั้งไว้ เช่น อธิบดีกรมทางหลวง อธิบดีกรมทางหลวงชนบท ตนไม่เคยโยกย้าย ดังนั้นจึงไม่มีเรื่องการล้างบาง ข้าราชการทุกคนทำตามนโยบายของผู้บริหารและรัฐมนตรีอยู่แล้ว เพราะเขาเป็นมืออาชีพ ไม่จำเป็นต้องไปย้ายใครเพราะเป็นคนของพรรคนั้นพรรคนี้

สำหรับกรณีนายราเชนเตรียมจะไปขอความเป็นธรรมจากพรรคกล้าธรรม จะทำให้เรื่องนี้ถูกนำไปโยงกับเรื่องการเมืองหรือไม่นั้น นายสุริยะกล่าวว่า นายราเชนพูดเองว่าที่ถูกสั่งย้ายเพราะไม่ให้หลานชายพบ ไปสรุปตรงนั้นเอง จึงไม่ใช่เรื่องของการเมือง ใครจะทำเป็นเรื่องการเมืองก็แล้วแต่ ยืนยันว่าการโยกย้ายครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวกับทางพรรคกล้าธรรม

รมว.เกษตรฯ ยังกล่าวถึงกรณีมีการตั้งข้อสังเกตมีการเรียกนายราเชนไปพบเพื่อพูดคุยเรื่องงบประมาณก่อนโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีว่า "ก่อนที่จะเข้ามาเป็น รมว.เกษตรฯ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต รมว.เกษตรฯ คนเดิมได้จัดทำนโยบายเพื่อเสนองบประมาณ พอผมเข้ารับตำแหน่งสำนักงบประมาณจึงให้ไปดูว่ามีความจำเป็นหรือไม่อย่างไร หรือต้องมีการปรับปรุงส่วนไหนหรือไม่ ซึ่งผมก็ยืนยันไปตามเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนเลย ผมเคยพูดต่อสื่อมวลชนแล้ว หากนายราเชนมีอะไรไม่สบายใจห้องผมก็เปิดตลอดเวลา"

นายกฯ ชิ่งเผือกร้อน

ขณะที่ท่าทีจากนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวหลังสื่อถามความเห็นประเด็นดังกล่าว โดยตอบว่า “ต้องไปถามนายสุริยะ เพราะท่านรับผิดชอบดูงานกระทรวงนี้อยู่”

ส่วนรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลจากพรรคภูมิใจไทย นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หากพิจารณาตามหลักการในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ โดยเฉพาะข้าราชการระดับอธิบดีเรื่องนี้ เป็นอำนาจของปลัดกระทรวง ดังนั้นการทําพิจารณาความเหมาะสม หรือหน้าที่ต่างๆ อยู่ที่ว่าปลัดกระทรวงจะดําเนินการอย่างไร เพราะเป็นอํานาจหน้าที่โดยตรง ซึ่งตรงนี้เป็นไปตามหลักการคิดว่า ระดับท่านสุริยะน่าจะบริหารจัดการเรื่องภายในกระทรวงได้เป็นอย่างดี เพราะมีประสบการณ์เยอะ มีความอาวุโส สามารถจัดการได้

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า วันเดียวกันนี้ เดิมทีนายไผ่ ลิกค์ สส.กําแพงเพชร และเลขาธิการพรรคกล้าธรรม ได้ออกมาบอกว่านายราเชนเตรียมเข้าร้องขอความเป็นธรรมที่รัฐสภาต่อพรรคกล้าธรรม กรณีถูกเด้งฟ้าผ่า อย่างไรก็ตาม นายราเชนได้ขอเลื่อนออกไปก่อน

ต่อมานายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม และอดีต รมว.เกษตรฯ เปิดเผยว่า นัดดังกล่าวมีการขอเลื่อนออกไป เพราะมีหลายมิติที่ต้องให้นายราเชนไปคิดและเตรียมตัวต่อสู้ถึงความรู้สึกที่เจ้าตัวอาจจะรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งจากประสบการณ์ส่วนตัว มองว่าการโยกย้ายนอกฤดูกาลไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก และการโยกย้ายเกิดขึ้นรวดเร็วพอสมควร ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในรัฐบาลก่อนหน้านี้ ในสมัยที่ ร.อ.ธรรมมนัส พรหมเผ่า ต่อเนื่องมาจนถึงนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รวมถึงช่วงสั้นๆ ที่ตนได้เป็น รมว.เกษตรฯ ไม่มีการโยกย้ายอธิบดีในลักษณะนี้ ในฐานะที่เคยร่วมงานกับนายราเชน ก็เห็นว่าผลงานเป็นที่ประจักษ์และจับต้องได้ เป็นคนพูดเยอะและทําเยอะของกระทรวงเกษตรฯ เป็นเรื่องที่น่าเสียดายกับการที่ประเทศไทยจะต้องสูญเสียบุคลากรที่มีความรู้

เมื่อถามว่า การโยกย้ายในครั้งนี้จะเป็นการล้างบางหรือเป็นการแก้แค้นทางการเมืองหรือไม่ นายอรรถกรกล่าวว่า ไม่สามารถไปแก้ข้อสงสัยตรงนี้ได้ แต่ไม่อยากให้เกิดการแก้แค้นเสียดายบุคลากร หากเป็นการแก้แค้นจริง ก็คงไม่เป็นธรรมกับข้าราชการที่ทํางานใต้สังกัดของกระทรวงเกษตรฯ มาทั้งชีวิต จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะไม่ใช่การแก้แค้น

ต่อข้อถามที่ว่า ได้พูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัสในเรื่องนี้หรือไม่ นายอรรถกรยอมรับว่า ได้มีการพูดคุย โดยมองว่าในฐานะพรรคฝ่ายค้านคงไม่สามารถหลีกเลี่ยงประเด็นการตรวจสอบได้ แต่ขอยืนยันว่า ข่าวที่มีการปล่อยว่ามีการไปพูดคุยกันที่ชั้น 4 ของพรรคการเมืองบนถนนรัชดาฯ ซึ่งตอนนี้คงมีแค่พรรคกล้าธรรม ไม่เป็นความจริง น่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิด แต่จะเป็นชั้น 4 ของพรรคการเมือง บนถนนเส้นอื่นหรือไม่นั้น ต้องไปตรวจสอบกันอีกที ถ้านายราเชนต้องการต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีความเป็นข้าราชการ และในส่วนของพรรคร่วมฝ่ายค้านจะทํางานคู่ขนาน หากการโยกย้ายครั้งนี้เป็นไปตามครรลองคลองธรรมคงไม่ติดใจอะไร แต่หากเพราะอคติหรือเพื่อแก้แค้น คงจะใช้กระบวนการของสภาตรวจสอบเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหากับข้าราชการ

วันเดียวกันนี้ นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ไปยื่นหนังสือถึงเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ให้สอบสวนนายสุริยะ รมว.เกษตรฯ กรณีการย้ายอธิบดีกรมฝนหลวงฯ โดยขอให้ ป.ป.ช.ไต่สวนนายสุริยะว่าผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ โดยเฉพาะกรณีที่นายราเชนระบุว่า มีโทรศัพท์จากซีอีโอสายการบินชื่อเป็นสัตว์ แต่อยู่บนอากาศ นามสกุล "จ" มาขอพบ พอถึงวัน มี 3 คนมาพบบอกว่าจะมาช่วยดูงานซ่อมอากาศยาน แต่อธิบดีไม่ได้พบ เพราะมีงานนัดหมายล่วงหน้า

ทักษิณโวยโดนใส่อีเอ็ม

ด้านความเคลื่อนไหวหลังคณะกรรมการพิจารณาพักโทษ กระทรวงยุติธรรม เห็นชอบให้มีการพักโทษนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งจะได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำกลางคลองเปรมวันที่ 11 พ.ค. โดยให้มีการติดกำไลอีเอ็มไว้ด้วยระหว่างการคุมประพฤติ

ที่เรือนจํากลางคลองเปรม สมาชิกครอบครัวชินวัตร นําโดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าเยี่ยมนายทักษิณ ต่อมา น.ส.แพทองธารออกมาเปิดเผยสั้นๆ ว่า ทางนายทักษิณรับทราบมติคณะกรรมการพักการลงโทษเรียบร้อยแล้ว ส่วนความรู้สึกของพ่อก็เป็นไปตามกระบวนการทุกอย่าง อาจจะมีความรู้สึกในเรื่องของการติดกําไลอีเอ็ม ก็มีบ่นนิดหน่อยว่าแก่แล้ว เคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีมาด้วย แต่พอต้องติดกําไลอีเอ็ม ก็รู้สึกนิดหนึ่ง แต่ไม่เป็นไร เราก็พร้อมทําตามกระบวนการทุกอย่าง ส่วนทางครอบครัวก็รู้สึกว่าได้พักโทษก็ดีใจ โดยวันที่ 11 พ.ค. ทางครอบครัวจะเดินทางมายังเรือนจําตามเวลาของกรมราชทัณฑ์

นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความนายทักษิณ กล่าวว่า นายทักษิณบอกว่ายินดีที่ได้รับการพักโทษ แต่ยังมีข้อสงสัยต่อความจําเป็นของมาตรการติดกำไลอีเอ็ม เนื่องจากนายทักษิณเป็นผู้สูงอายุและมีโรคประจําตัว อีกทั้งไม่มีพฤติการณ์หลบหนี รวมถึงเคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเชื่อว่าทางคณะอนุกรรมการฯ สามารถนํามาผ่อนปรนข้อบังคับใส่กําไลอีเอ็มได้ พร้อมทั้งตั้งคำถามว่า การติดกำไลอีเอ็ม คำนึงถึงสุขภาพของผู้ได้รับการพักโทษหรือไม่ อีกทั้งจะกระทบศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของนายทักษิณหรือไม่ อย่างไรก็ตาม นายทักษิณพร้อมน้อมรับมติของคณะกรรมการฯ แม้จะตั้งข้อสังเกตถึงความเหมาะสม โดยวันที่ 11 พ.ค.ประมาณ 08.00 น. นายทักษิณจะออกจากเรือนจำ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...