โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“สงครามอิหร่าน” ฉุดน้ำมันโลกหายกว่า 500 ล้านบาร์เรล มูลค่าทะลุ 5 หมื่นล้านดอลลาร์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

"สงครามอิหร่าน" ฉุดน้ำมันโลกหายกว่า 500 ล้านบาร์เรล มูลค่าทะลุ 5 หมื่นล้านดอลลาร์ ซัพพลายน้ำมันสะดุดหนักสุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่

วันที่ 20 เมษายน 2569 เวลา 09.15 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โลกสูญเสียมูลค่าการผลิตน้ำมันดิบไปแล้วกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้นเมื่อเกือบ 50 วันก่อน

โดย นักวิเคราะห์ ระบุว่า แรงกระเพื่อมจากวิกฤตครั้งนี้จะส่งผลต่อเนื่องไปอีกหลายเดือน-หลายปี ขณะที่ รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี กล่าวว่า ช่องแคบฮอร์มุซได้กลับมาเปิดใช้งานแล้วหลังข้อตกลงหยุดยิงในเลบานอน ส่วน Donald Trump ระบุว่า เชื่อว่าข้อตกลงยุติสงครามอาจเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ แม้กรอบเวลายังไม่ชัดเจน

ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ปริมาณน้ำมันดิบและคอนเดนเสทมากกว่า 500 ล้านบาร์เรลได้หายไปจากตลาดโลก ตามข้อมูลของ Kpler ซึ่งถือเป็นการหยุดชะงักด้านพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ โดยหากเทียบให้เห็นภาพ ปริมาณน้ำมันที่หายไปนี้เทียบเท่ากับการหยุดการบินทั่วโลกนาน 10 สัปดาห์ หรือหยุดการเดินทางทางถนนทั่วโลก 11 วัน หรือแม้กระทั่งการไม่มีน้ำมันใช้ทั้งโลกนาน 5 วัน

นอกจากนี้ยังเทียบเท่ากับความต้องการใช้น้ำมันเกือบ 1 เดือนของสหรัฐฯ หรือมากกว่า 1 เดือนของยุโรปทั้งหมด รวมถึงเท่ากับการใช้เชื้อเพลิงของกองทัพสหรัฐฯ นานถึง 6 ปี และเพียงพอสำหรับการเดินเรือระหว่างประเทศทั่วโลกนานราว 4 เดือน

ในเดือนมีนาคม ประเทศผู้ผลิตน้ำมันในอ่าวอาหรับสูญเสียกำลังการผลิตรวมกันราว 8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ใกล้เคียงกับกำลังการผลิตรวมของ Exxon Mobil และ Chevron ซึ่งเป็นสองยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของโลก ขณะเดียวกันการส่งออกเชื้อเพลิงเครื่องบินจากซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต บาห์เรน และโอมาน ลดลงอย่างมาก โดยปริมาณที่หายไปสามารถรองรับเที่ยวบินไป-กลับระหว่างนิวยอร์ก (JFK) กับลอนดอน (Heathrow) ได้ถึงราว 20,000 เที่ยว

ด้วยราคาน้ำมันเฉลี่ยประมาณ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ปริมาณที่หายไปนี้คิดเป็นมูลค่าราว 50,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเทียบเท่ากับ 1% ของ GDP เยอรมนี หรือขนาดเศรษฐกิจของประเทศเล็กอย่างลัตเวียหรือเอสโตเนีย

แม้จะมีสัญญาณเชิงบวกจากการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่การฟื้นตัวของกำลังการผลิตและการขนส่งพลังงานคาดว่าจะเป็นไปอย่างช้า โดยสต็อกน้ำมันบนบกลดลงแล้วราว 45 ล้านบาร์เรลในเดือนเมษายน และตั้งแต่ปลายมีนาคม การหยุดชะงักของการผลิตแตะระดับราว 12 ล้านบาร์เรลต่อวัน

นักวิเคราะห์ ระบุว่าแหล่งน้ำมันหนักในคูเวตและอิรักอาจต้องใช้เวลา 4–5 เดือนกว่าจะกลับสู่ระดับปกติ ขณะที่ความเสียหายต่อโรงกลั่นและโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน เช่น โครงการ LNG Ras Laffan ของกาตาร์ อาจทำให้การฟื้นฟูเต็มรูปแบบของระบบพลังงานในภูมิภาคนี้ต้องใช้เวลานานหลายปี

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...