ส่ง กกร. ชี้ประธาน ส.อ.ท. หวั่นขัดนโยบาย Zero Corruption
แม้ว่าการเลือกตั้งคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในการประชุมสามัญประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 จะจบลงด้วยคะแนนเสียงที่เป็นแรงผลักดันให้ “นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล” เตรียมขึ้นสู่ตำแหน่งประธาน ส.อ.ท.คนใหม่ วาระปี 2569-2571
แต่กระบวนการการรับรองผลกลับยังไม่สามารถทำได้ จากที่ต้องจบภายใน 2 สัปดาห์หรือช่วงก่อนสงกรานต์ เหตุที่ว่าการประท้วงในวันประชุมที่ต้องการให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ ทำให้วันนี้ “นายเกรียงไกร เธียรนุกุล” ยังคงรักษาการประธาน ส.อ.ท.นี้อยู่ และหนึ่งแนวทางที่อาจจะทำให้เรื่องนี้จบคือการดึงเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้
ยื่นหนังสือถึง รมว.อุตฯ
เหตุการณ์ของการประชุมสามัญประจำปี 2569 บรรยากาศดูเหมือนจะเรียบร้อยแม้รู้ดีว่ากระแสคลื่นใต้น้ำรุนแรงมาตั้งแต่การเปิดศึกท้าชิงของ “นายชนะภูมี” รองประธาน ส.อ.ท. ประธานสถาบันน้ำและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน และที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG จนกระทั่งเกิดเหตุต้องถอนตัวในช่วงโค้งสุดท้ายเพียง 3 วันก่อนวันเลือกตั้งคณะกรรมการ
ขณะที่ “นายวิวรรธน์เหมมณฑารพ”รองประธาน ส.อ.ท. กลับลุกขึ้นมาประท้วงเสียงแข็งเพื่อเรียกร้องถึงหลักธรรมาภิบาล ด้วยมีหลักฐานในการปฏิบัติมิชอบด้วยการซื้อเสียงกับสมาชิกบางส่วน
และเมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา นายวิวรรธน์พร้อมด้วยสมาชิก ส.อ.ท. ได้ยื่นหนังสือต่อ “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม” เพื่อขอให้ตรวจสอบและพิจารณาใช้อำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กรณีการเลือกตั้งคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย วาระปี 2569-2571 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569
ซึ่งในหนังสือดังกล่าวผู้ยื่นระบุว่าเป็นผู้แทนสมาชิกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งมีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งและมีสิทธิได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการ โดยเห็นว่ากระบวนการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาอาจมีประเด็นที่ควรได้รับการตรวจสอบ ตามที่ผู้ยื่นหนังสือระบุเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรม ความหวังครั้งนี้เพียงต้องการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกำกับดูแลหรือสั่งการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน รวมถึงพิจารณาการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับผลการเลือกตั้งดังกล่าว เพื่อให้เป็นไปตามหลักกฎหมายและธรรมาภิบาล
กกร. เข้มเรื่องคอร์รัปชั่น
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รักษาการประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวยอมรับว่า กระบวนการดังกล่าวล่าช้าเพราะมีประเด็นที่ต้องพิจารณา รวมถึงกฎหมาย กฎระเบียบที่ต้องใช้ เรื่องนี้จึงใช่แค่ ส.อ.ท.เท่านั้น แต่ยังให้จับตาดูการประชุม กกร.เดือนหน้า ที่อาจจะมีมาตรการหรือความเห็นเกี่ยวกับประเด็นหลักธรรมาภิบาล ในฐานะที่ กกร.มีแคมเปญเรื่อง “Zero Corruption: กกร. และเพื่อน ไม่ทน” ซึ่งเป็นความร่วมมือของภาคเอกชนไทย ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทยได้ประกาศจุดยืนต่อต้านคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ
ในฐานะที่ ส.อ.ท.เป็นสมาชิกเครือข่ายจึงต้องอาศัยเวทีของ กกร.ช่วยเข้ามาตรวจสอบ ด้วยเอกชนประกาศจุดยืนเรื่องคอร์รัปชั่นมาโดยตลอด เรียกร้องให้หน่วยงานรัฐโปร่งใสและต้องตรวจสอบได้ เช่นเดียวกันการที่ ส.อ.ท.จะไปตรวจสอบหน่วยงานภาครัฐก็ควรจะต้องตรวจสอบภาคเอกชนหรือตัวของ ส.อ.ท.ด้วยเช่นกัน
ต้องย้อนกลับไปสำหรับเหตุผลของ กกร.ที่มีแคมเปญ Zero Corruption ออกมา เพราะเรื่องการคอร์รัปชั่นเป็นสิ่งที่น่ากลัว และที่น่ากลัวที่สุดก็คือ “ทุนเทา” ที่อาจแทรกซึมเข้ามาในทุกเวทีของการเลือกตั้ง เมื่อครั้งเลือกตั้งรัฐบาลมีความกังวลว่าทุนเทาจะมาครอบงำพรรคการเมืองผ่านนักการเมือง กลับมาที่ตัวเราเองกลายเป็นว่าเอกชนตอนนี้มีปัญหา จำเป็นที่ต้องนำเรื่องนี้มาหารือเพราะไม่ควรกล่าวหาแต่ทางภาครัฐ แม้กระทั่งเอกชนด้วยกันก็ไม่ควรทุจริตต้องไม่มีการคอร์รัปชั่น ต้องบริสุทธิ์หรือว่าตรวจสอบได้
ความโกลาหลครั้งนี้สมาชิกต่างออกความเห็นและแบ่งออกเป็น 2 ทาง บางส่วนให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปหรือให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ แนวทางที่ 1 ถูกปัดทิ้ง การเลือกตั้งคณะกรรมจัดขึ้นจนจบ แต่สำหรับแนวทางที่ 2 ซึ่งบทสรุปจะอยู่ในวันที่28 เมษายนนี้
วัคซีนโควิด 1 ล้านโดส
แหล่งข่าวในวงการอุตสาหกรรมเปิดเผยว่า ในการเลือกประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในแต่ละครั้งมันเหมือนเป็นวัฒนธรรมที่รู้ว่าแม้จะเป็นวาระครั้งละ 2 ปี แต่ส่วนใหญ่ก็จะอยู่กัน 2 วาระ ก็คือ 4 ปี ในกรณีที่ไม่มีคู่แข่ง ส่วนกรณีที่มีคู่แข่งจะมีการตกลงกันก่อนภายในว่าจะสลับกันขึ้นคนละ 2 ปี ที่ผ่านมาก็เป็นเช่นนั้น
แต่มาในยุคหลังเมื่อมีแคนดิเดตที่มา 2 คน ต่างคนต่างใช้วิธีงัดกันและหนักขึ้นเรื่อย ๆ ไม่มีการเจรจากันหลังบ้าน ไม่มีการเปิดช่องให้ต่างฝ่ายต่างหารือกันหรือยินยอมตกลงกัน ด้วยความไม่เชื่อใจที่ว่าอีกฝั่งจะอยู่เพียง 2 ปีเท่านั้น ทำให้การเลือกประธานครั้งนี้ดุเดือดจนอีกฝ่ายต้องถอนตัว ทั้งเรื่องการถูกกล่าวอ้างว่าการซื้อเสียง ที่ผิดผลักธรรมาภิบาลอย่างมาก เมื่อคนเก่าถอนตัวส่งคนใหม่เข้ามา
ในระหว่างที่รอกระบวนการรับรองผลและตรวจสอบเรื่องการทุจริต หลายคนยินดีกับว่าที่ประธานคนใหม่ เรามาย้อนดูเบื้องหลังของ “นางพิมพ์ใจ” กับบทบาทที่ได้ทำให้อุตสาหกรรมไปต่อได้ตอนวิกฤต นางพิมพ์ใจไม่ใช่แค่รองประธาน ส.อ.ท. แต่ยังเป็นประธานสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์
โดยแหล่งข่าวยังเปิดเผยว่านางพิมพ์ใจได้เข้ามามีบทบาทใน ส.อ.ท.เป็นระยะเวลาประมาณ 12 ปี ด้วยการถูกทาบทามโดย “นายสุพันธุ์ มงคลสุธี” อดีตประธาน ส.อ.ท.ในขณะนั้น แม้นางพิมพ์ใจจะยังไม่ค่อยมีบทบาทผ่านสื่อให้เห็นเท่าที่ควร แต่เบื้องหลังกลับพบว่าเธอคือหนึ่งในตัวหลักรวมทั้งรองอีก2 คน ที่พยายามหาวัคซีน 1 ล้านโดส ด้วยการเข้าไปขอความช่วยเหลือกับทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เพื่อที่จะนำวัคซีนจำนวนนี้ไปให้กับภาคอุตสาหกรรม ด้วยการกระจายนำไปลงฉีดให้กับพนักงานโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศ เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมจะไม่สามารถขับเคลื่อนหรือผลิตต่อไปได้หากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังรุนแรงอยู่
นอกจากนี้พิมพ์ใจยังเป็นผู้ริเริ่มเสนอที่จะทำโครงการรับรองสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย (Made in Thailand: MiT) เพราะเห็นว่าในขณะนั้นอุตสาหกรรมไทยกำลังส่อแววแย่ จากการถูกลดบทบาทการเป็นซัพพลายเชนในหลายอุตสาหกรรมลงเรื่อย ๆ การปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศที่ดีที่สุดนั่นคือการมีแต้มต่อ สร้างกฎระเบียบ สร้างมาตรฐาน และข้อบังคับให้โครงการลงทุนใด ๆ ก็ตามจะต้องมีการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ และต้องเป็นผู้ผลิตที่เป็นของคนไทย เพื่อให้อุตสาหกรรมไทยได้ประโยชน์ที่สุด ก่อนที่ทุนต่างชาติจะดึงเอาซัพพลายเชนทั้งหมดของวงจรอุตสาหกรรมเข้ามา จนประเทศไทยไม่ได้ประโยชน์ใด ๆ
ความสำเร็จตรงนี้ถูกส่งต่อมาจนถึงการดำเนินงานของ ส.อ.ท.จนปัจจุบัน ขณะที่เหล่าบรรดาสมาชิกพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าการจะเลือกผู้นำจำเป็นต้องพิจารณาจากผลงาน โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดวิกฤตที่จะเห็นได้ชัดเจนว่าผู้นำแบบใด คนใด จะพาอุตสาหกรรมรอดได้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส่ง กกร. ชี้ประธาน ส.อ.ท. หวั่นขัดนโยบาย Zero Corruption
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net