ศิลปะที่ง่าย ≠ ศิลปะที่สำเร็จ วิธีคิดของ Laufey กับชีวิตและการทำงาน ในยุคสมัยที่อะไรๆ ก็ง่ายและสำเร็จรูป
ทุกวันนี้การเรียนรู้เรื่องอะไรใหม่ๆ สักอย่างหนึ่งอาจไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป โดยเฉพาะในยุคที่มีทั้งโซเชียลฯ มี AI คอยช่วย ‘สรุป’ ข้อมูลทุกอย่างบนโลกให้สั้นที่สุด เข้าใจง่ายที่สุดมาไว้ให้เราเรียบร้อยแล้ว
ขณะเดียวกันความสะดวกสบายตัวนี้ ก็น่าตั้งคำถามว่ามันอาจกำลังทำให้เรามองหาแต่ Shortcut อยากได้แต่ทางลัดของทุกๆ อย่างหรือเปล่า ยิ่งไปกว่านั้น มันกำลังลดทอนความสามารถในการ ‘เรียนรู้’ และ ‘สร้างสรรค์’ ของเราอยู่ไหม
ในความเห็นของ ‘Laufey’ ศิลปินป๊อป-แจ๊ซรุ่นใหม่ชาวไอซ์เเลนด์ เจ้าของ 2 รางวัลแกรมมี่ที่ให้สัมภาษณ์ในรายการของ Louis Theroux เธอกลับยังคงเชื่อใน ‘กระบวนการ’ ของการเรียนรู้สิ่งต่างๆ อยู่ แม้ว่ากระบวนการนั้นยากเย็น น่าเบื่อ ยุ่งยาก ไม่ได้เข้าใจมันเลย ดูจะขัดแย้งกับความเร็ว ความง่าย และความสบายของโลกทุกวันนี้
Laufey บอกว่าจริงๆ แล้วเราไม่ควรปลูกฝังวิธีคิดให้ศิลปินรุ่นใหม่ๆ ว่างานศิลปะเป็นอะไรที่ต้องย่อยง่าย ต้องชัดเจน รวดเร็ว หรือต้องทำให้รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่สบายๆ ตลอดเวลา นั่นถึงจะถูกตีค่าว่าเป็นงานศิลปะที่เข้าถึงคนและประสบความสำเร็จ เธอมองว่าวิธีคิดแบบนี้อาจจะไม่เวิร์กเท่าไรในการทำงานศิลปะหรืองานสร้างสรรค์
นั่นเป็นเพราะ Laufey โตมากับการเรียนดนตรีคลาสสิกซึ่งเป็นวิชาที่ยาก ในแต่ละวันทำได้แค่เรียนรู้ได้ทีละนิด ไม่สามารถจะเรียนรู้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันได้ขนาดนั้น แล้วมันก็ทำให้เกิดความรู้สึก ‘เบื่อหน่าย’ และ ‘สับสน’ ตลอดทางของการเรียน
แต่แล้ววันหนึ่งเธอก็พบว่าไอ้ความรู้สึกเบื่อๆ กับความไม่เข้าใจอะไรเลยในวันนั้น กลับกลายวัตถุดิบชั้นดีของการทำงานศิลปะในฐานะนักดนตรี
“ตอนนี้ฉันเลยเป็นคนที่เข้าใจกระบวนการของการทำอะไรที่ต้องใช้เวลานาน แบบฉันขอเรียกมันว่า ‘Slow Art’ เพราะคิดว่างานศิลปะบางอย่างอาจจำเป็นต้องใช้เวลากับความพยายามสักพักในการทำความเข้าใจมัน ไม่ได้จำเป็นต้องเข้าใจทั้งหมดเลยในตอนนี้ก็ได้”
Laufey ค้นพบคำตอบเรื่องนี้กับตัวเองอีกครั้งจากการไปดูบัลเลต์ ศิลปะที่ประกอบไปด้วยศิลปะอีกหลายแขนงในนั้น ทั้งการแสดง ดนตรี เสื้อผ้า จนถึงงาน Set Design กับองค์ประกอบอะไรอีกมากมายซึ่งคนคนหนึ่งต้องเรียนรู้และใช้เวลากับมันเป็นสิบๆ ปีกว่าจะออกมาสมบูรณ์แบบ แต่ทุกวันนี้ งานศิลปะและงานสร้างสรรค์หลายๆ ครั้งกลับทำให้รู้สึกว่าเราไม่จำเป็นต้อง ‘ลงทุน’ กับเวลา หรือความพยายามมากขนาดนั้นแล้ว
“มันเหมือนกับว่า พอเราเจออะไรแล้วรู้สึกว่าไม่ชอบมัน หรือถ้ามันไม่เร็วพอ เราก็จะไม่สนใจมันอีกเลย แบบนั้น”
“ทุกวันนี้เราสามารถแต่งเพลงเพลงหนึ่งได้ในเวลาไม่กี่วินาที ยิ่งในยุคสมัยของ AI ใช่ไหม ทุกวันนี้ฉันเองก็อาจจะเขียนเพลงได้ภายใน 20 นาทีเหมือนกัน แต่มันหมายถึงการเขียนจากประสบการณ์ 20 ปี ที่ฉันอยู่กับดนตรีและชีวิตของตัวเองมานะ”
“บัลเลต์เอย ดนตรีคลาสสิกเอย มันบังคับให้คุณต้องช้าลง มันบังคับให้คุณต้องวางโทรศัพท์ บางทีคุณนั่งอยู่ตรงนั้นแล้วรู้สึกเบื่อหรือสับสน หรือไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นบนเวที ไม่รู้จักเพลงว่ามันเล่าเกี่ยวกับอะไร นอกจากคุณจะศึกษามันมาก่อน ซึ่งฉันว่านั่นเป็นแบบฝึกหัดที่ดีมากเลยสำหรับมนุษย์ที่จะเรียนรู้จากไอ้ความสับสน ไอ้ความเบื่อหน่ายเนี่ย เพราะทุกวันนี้ มันมีคำตอบที่ง่ายและเร็วมากเกินไปหมดซะทุกอย่างแล้ว”
เช่นเดียวกับที่เธอคิดว่าการอ่านหนังสือที่อาจทำให้เบื่อก็เป็นเรื่องจำเป็น เพราะความพยายามนั้นที่มันดูเหมือนเป็นไปทีละนิด ทีละน้อยเหล่านั้นนั่นแหละที่ช่วยผลักให้เราเก่งขึ้น แต่เธอก็กลัวเหมือนกันว่ามนุษย์จะค่อยๆ สูญเสียทักษะเหล่านี้ไปเรื่อยๆ
“ฉันนี่แหละที่บางทีก็เล่น Tiktok เป็นชั่วโมงๆ แล้วก็รู้สึกแย่กับตัวเองหลังจากนั้น เพราะว่าฉันไม่ได้เรียนรู้อะไร ไม่ได้ทำอะไรสำเร็จเลยสักอย่าง”
ล่าสุดเธอลองซื้อสีน้ำมาวาดรูปเล่นกับเพื่อน ใช้เวลาวาดรูปง่ายๆ 3 ชั่วโมง แล้วก็ออกมาแย่มาก แต่เธอบอกว่าอย่างน้อยมันก็บังคับให้สมองได้ทำงานในวิธีที่ไม่เคยทำมาก่อน “มันบังคับให้สมองฉันได้ทำอะไรที่ห่วยแตกบ้าง และเรียนรู้ที่จะเข้าใจมันด้วยการลงมือทำไปเรื่อยๆ สุดท้ายฉันก็พบว่ามันทำให้ความคิดของฉันโฟลว์มาก นี่คือสิ่งที่ฉันค้นพบในปีนี้เลยล่ะ”
“เราไม่สามารถสร้างงานศิลปะได้โดยบังเอิญ คุณต้องนั่งลง เรียนรู้ และรู้สึกเบื่อหน่าย เพราะงานศิลปะที่ดีต่างก็ต้องใช้เวลา ค่อยๆ คราฟต์และทำความเข้าใจมัน”
“และฉันคิดว่ามันโอเคมากเลย ถ้าคุณจะไม่เข้าใจบางเรื่องในทันที บางที ‘การเข้าใจ’ อาจถูกให้ค่ามากเกินไปก็ได้นะในทุกวันนี้”
อ้างอิง
https://www.youtube.com/watch?v=dkhTobsAQxA
บทความต้นฉบับได้ที่ : ศิลปะที่ง่าย ≠ ศิลปะที่สำเร็จ วิธีคิดของ Laufey กับชีวิตและการทำงาน ในยุคสมัยที่อะไรๆ ก็ง่ายและสำเร็จรูป
บทความที่เกี่ยวข้อง
- สิทธิ์ที่เราจะหายใจอย่างปลอดภัย ‘ต้อง’ มาถึงได้แล้ว ร่วมผลักดันให้ ‘พ.ร.บ.อากาศสะอาด’ เกิดขึ้นจริง เมื่อเชียงใหม่ติดอันดับหนึ่งเมืองที่มีมลพิษมากที่สุดในโลกหลายปีซ้อน รวมถึงหลายพื้นที่ก็มีค่าฝุ่นอันตราย และหากคณะรัฐมนตรีไม่หยิบร่างนี้มาพิจารณาภายใน 13 พ.ค. 2569 ทุกอย่างจะถูกปัดตกอีกครั้ง
- ถ่ายรูปสวยๆ เสร็จ นำ ‘ดอกบัว’ ไปทำประโยชน์ได้นะ! จากเทรนด์ถ่ายรูปกับดอกบัวสุดฮิต ที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและชูเสน่ห์ความเป็นไทยผ่านสายตาวัยรุ่น สู่การตั้งคำถามกับการ ‘ทิ้ง’ เร็วเกินไป
- ‘ดาด้า-ดาราธร’ มิสแกรนด์กาฬสินธุ์ ผู้มอบภาพลักษณ์ใหม่ๆ ในการประกวดนางงาม และแม้จะไม่ได้ตำแหน่งใดๆ แต่ได้ไวรัลถึงระดับโลก
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com