ธปท. ขอความร่วมมือสถาบันการเงิน-สินเชื่อ ผ่อนปรนหนี้เดิม-เติมเงินใหม่ ช่วยลูกหนี้
The Bangkok Insight
อัพเดต 08 เม.ย. เวลา 04.30 น. • เผยแพร่ 08 เม.ย. เวลา 04.30 น. • The Bangkok Insightธปท. ขอความร่วมมือสถาบันการเงิน-ผู้ประกอบธุรกิจภายใต้กำกับของ ธปท. เร่งช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ราคาพลังงาน งัดมาตรการเติมเงินใหม่ ผ่อนปรนหนี้เดิม
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกหนังสือเวียนขอให้สถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจภายใต้กำกับเร่งช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและราคาพลังงาน เพื่อเสริมสภาพคล่องในการดำเนินชีวิตและธุรกิจทั้งการเติมเงินใหม่และการผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ โดยระบุว่า
จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อและกระทบราคาพลังงานเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ประชาชนและผู้ประกอบการ โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) มีความต้องการเงินทุนเพื่อเสริมสภาพคล่องในการดำเนินชีวิตและธุรกิจ เพิ่มศักยภาพ หรือลงทุนเพื่อช่วยประหยัดพลังงานมากขึ้น แต่บางส่วนยังเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้จำกัด อีกทั้งแนวโน้มความสามารถในการชำระหนี้อาจถูกบั่นทอนด้วยต้นทุนที่ปรับสูงขึ้นและรายได้ที่ลดลงเป็นการชั่วคราว
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงขอความร่วมมือสถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับของ ธปท. ช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบด้วยการเติมเงินใหม่และการผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้เดิมเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความจำเป็นของลูกหนี้ โดยควรพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ในระยะยาว นอกเหนือจากกระแสเงินสดหรือสถานะทางการเงินในปัจจุบันของลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งอาจไม่ใช่สถานะทางการเงินในภาวะปกติของลูกหนี้ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
1. สินเชื่อเดิม ขอให้สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับของ ธปท. ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ในเชิงป้องกัน (pre-emptive) ตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณว่าลูกหนี้มีปัญหาการชำระหนี้ เพื่อช่วยลดภาระค่างวดของลูกหนี้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เช่น ให้จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย ลดค่างวด ลดอัตราดอกเบี้ย ตัดเงินต้นก่อนดอกเบี้ย สำหรับสินเชื่อทุกประเภท
รวมถึงการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ และสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ โดยให้สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับของ ธปท. หารือทำความเข้าใจเงื่อนไขของมาตรการข้างต้นกับลูกหนี้และผู้ค้ำประกัน (หากมี) และแจ้งให้ทั้งสองฝ่ายทราบถึงผลที่เกิดขึ้นจากการเข้าร่วมมาตรการดังกล่าว
2. สินเชื่อใหม่ ขอให้สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับของ ธปท. พิจารณาช่วยเหลือลูกหนี้ด้วยการเติมเงินใหม่เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและเสริมศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งรวมถึงการลงทุนเพื่อการประหยัดพลังงาน
โดยในส่วนของสถาบันการเงินสามารถใช้ประโยชน์จากโครงการ SMEs Credit Boost ที่เป็นกลไกลดความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าธุรกิจ นอกจากนี้ สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจยังสามารถพิจารณาให้สินเชื่อเพิ่มเติมแก่ SMEs ที่มีหลักประกันภายใต้กรอบหลักการ มีทรัพย์เพิ่ม เติมสภาพคล่อง (SMEs Secure+) ซึ่งเป็นการผ่อนปรนแนวทางการพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้เป็นการเฉพาะชั่วคราว โดยสามารถพิจารณามูลค่าหลักประกันควบคู่กับกระแสเงินสดของลูกหนี้ได้
ทั้งนี้ ธปท. จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจและระบบการเงินอย่างรอบด้านเพื่อให้สามารถดำเนินนโยบายและปรับใช้มาตรการได้อย่างเหมาะสม โดยมุ่งบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs เพื่อให้สามารถประคองธุรกิจและปรับตัวได้ภายใต้สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'ธปท.' ส่งจดหมายเปิดผนึกถึง 'รมว.คลัง' ชี้สงครามดันเงินเฟ้อเข้ากรอบเร็วกว่าคาด!
- ‘ธปท.’ จับตาสงครามตะวันออกกลางใกล้ชิด คาดกระทบ GDP ไทยแค่ 0.2%
- ‘ธปท.’ ยันระบบธนาคารพาณิชย์มั่นคง มีเสถียรภาพ สภาพคล่องสูง
ติดตามเราได้ที่