นายกฯ เช่ารถซุ่มตรวจน้ำมัน ไฉน "บิ๊ก มท.-ผู้ว่าฯ" โชว์หน้าสลอน
คนที่ติดตามข่าว นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ซุ่มไปสุ่มตรวจปั๊มน้ำมันที่ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม โดยไม่แจ้งล่วงหน้า มีเช่ารถขับเองไปเติมน้ำมันที่ปั๊ม ปตท.และนายกฯ ลงจากรถไปเติมน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 เอง
ทั้งมีรายงานเพิ่มเติม เรื่องให้บริการน้ำมันตามปั๊มในจังหวัดนครพนม ตอนนี้มีน้ำมันดีเซลและน้ำมันประเภทอื่น กระจายไปทุกอำเภอ ให้บริการตามปกติ ไม่มีต่อคิวแน่น มีนัยสะท้อน ไม่มีปัญหาน้ำมันขาดแคลน
ความจริงแล้ว อาจเป็นความห่วงใยและเจตนาดีของนายกฯ ที่ต้องการไปตรวจสอบในพื้นที่ว่า สถานการณ์น้ำมันเป็นอย่างไร
แต่ที่น่าประหลาดใจ คือตามข่าวแทบทุกสื่อระบุชัดว่า นายกไม่ได้แจ้งล่วงหน้า เสมือนมาจากก็อปปี้เดียวกัน
แต่ที่น่าสนใจ คือภาพข่าวที่ปรากฎทั้งหน้าจอทีวี สื่อออนไลน์ และหนังสือพิมพ์ ยังมีภาพคน "ระดับบิ๊ก" สังกัดกระทรวงมหาดไทย นำโดยปลัดกระทรวง นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมพัฒนาชุมชน นายสยาม ศิริมงคล และผู้ว่าฯ 9 จังหวัดภาคอีสาน ร่วมปรากฏอยู่ในเฟรม ยืนยิ้มสลอนกันถ้วนหน้า
ขัดแย้งกับข่าวนายกฯสุ่มตรวจ ไม่แจ้งล่วงหน้า แล้วเหตุใด ปลัดกระทรวง อธิบดี และผู้ว่าฯ 9 จังหวัด จึงรับทราบเรื่องนี้ แล้วไปปรากฏตัวไล่เลี่ยกันราวกับนัดกันไว้
เมื่อระดับ "บิ๊ก" เหล่านี้รับรู้ จะมีหรือผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันจะไม่รู้ แล้วจะมีใคร หรือจะยอมให้มีปั๊มน้ำมันแขวนป้ายดีเซลขาด ไม่มีเติม กระทบถึงภาพพจน์จังหวัด และผู้ว่าฯ
แม้ในทางปฏิบัติ การกระจายน้ำมันอาจเป็นไปอย่างทั่วถึงจริงๆ ไม่มีขาดแคลน และปั๊มน้ำมันก็อาจพร้อมให้บริการอย่างเต็มที่ ไม่มีเรื่องอื่นแอบแฝง
แต่เมื่อปรากฏภาพของ "ระดับบิ๊ก" มาอยู่ร่วมเฟรมแบบนี้ อาจทำให้คนจำนวนไม่น้อยคิดเป็นอย่างอื่นได้ โดยเฉพาะการสร้างภาพ
แม้ว่าการลงพื้นที่ของคนระดับนายกฯ ต้องมีการต้อนรับขับสู้จากข้าราชการ ต้องคำนึงถึงสวัสดิภาพและความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญที่สุด แต่ก็เป็นหน้าที่ของตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คน "ระดับบิ๊ก"
หรือหากจะไปร่วมประชุมหรือรับทราบนโยบายจากนายกฯ ก็สามารถไปรอที่ศาลากลางจังหวัด รอให้จบภารกิจซุ่มตรวจปั๊มน้ำมันก็ไม่สาย
เพราะการสุ่มตรวจน้ำมัน ต้องไปแบบเงียบๆ เหมือน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ที่ลงพื้นที่ตรวจสอบตามปั๊มน้ำมัน 3 จังหวัดอีสานตอนบน คือ จ. อุดรธานี จ.หนองคาย และ จ.บึงกาฬ เมื่อ 28 มี.ค. ก่อนหน้านายกฯจะไปตรวจตที่นครพนม 1 วัน โดยมีสื่อบางสำนักร่วมไปตรวจสอบด้วย
นพ.วรงค์ โพสต์ภาพและข้อความ บางปั๊มน้ำมันใหญ่ ติดป้ายแจ้งน้ำมันรอการขนส่ง ยังมาไม่ถึง และพบว่ามีเกษตรกรยังเข้าคิวยาวต่อแถวซื้อน้ำมัน ไม่เหมือนกับสิ่งรัฐบาลบอกว่า น้ำมันไม่ขาด
เท่ากับการลงพื้นที่ตรวจระหว่างนายกฯกับ นพ.วรงค์ได้ผลลัพธ์ไม่ตรงกัน ซึ่งอาจทำให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้น้ำมัน สับสน และพร้อมจะตื่นผวากับข่าวที่อาจถูกกุหรือสร้างกระแสขึ้น
เหมือนกับกระแสข่าวลือเรื่องน้ำมันดีเซลจะขึ้นเป็นลิตร 60 บาท ที่คนในกระทรวงพลังงาน ต้องออกโรงปฏิเสธ
แต่กระนั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่า สาเหตุสำคัญ อาจเกิดจากความไม่มั่นใจของประชาชนที่เจอกับเหตุการณ์"ลักหลับ" ประกาศขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิดกลางดึก เมื่อ 25 มีนาคม 2569
หลังจากนั้น คนสำคัญในรัฐบาล ทั้งนายกฯ และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ในฐานะผอ.ศบก. ก็ไม่ได้พูดชัดเจนว่า จะมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันอีกก่อนถึงเทศกาลสงกรานต์หรือไม่ นอกจากย้ำว่า ราคาน้ำมันเป็นไปตามราคาตลาดโลก
ขณะที่ระดับผู้ว่าฯ ก็ต้องมีภารกิจสำคัญในการติดตามตรวจตราความเรียบร้อยภายในจังหวัดของตนเอง ในช่วงที่คนไม่มั่นใจ
ไม่ใช่ไปยืนประกอบโชว์ตัวให้นายกฯ ได้เห็น ระหว่างภารกิจ "ซุ่มตรวจน้ำมัน" ที่อ้างว่า ไม่ได้แจ้งให้ใครทราบล่วงหน้าแบบนี้
"ประจักษ์ มะวงศ์สา" บรรณาธิการอาวุโส
อ่านข่าว
รัฐหนุนใช้ดีเซล B20 ลดต้นทุนขนส่ง เพิ่มรายได้เกษตรกรไทย
“พลังงาน” ชี้ไม่เป็นความจริง ข่าว "ดีเซล" ปรับขึ้น 60 บ./ลิตร
นายกฯ ลงพื้นที่นครพนม เช่ารถขับสุ่มตรวจปั๊มน้ำมัน ยันสถานการณ์ปกติ