"เอกนัฏ" ชง 3 แนวทางแก้ปัญหาน้ำมัน เริ่มเร่งด่วนเปิดเผยสต็อก เทียบปริมาณหน้าปั๊มเพิ่มความโปร่งใส ลั่นพร้อมทำงานไม่เกรงใจใคร
วันนี้ 26 มีนาคม 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และว่าที่แคนดิเดตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางเร่งด่วนการแก้ปัญหาราคาน้ำมัน ว่า มี 3 เรื่องที่ต้องทำคือ 1.) แก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่น้ำมันหน้าปั๊มไม่มีเติม โดยให้กระทรวงพลังงาน นำข้อมูลสต๊อกน้ำมัน ปริมาณการกลั่นและการขนส่ง รวมถึงข้อมูลปริมาณน้ำมันจริงหน้าปั๊มออกมาเปิดเผย เพราะจากข้อมูลขณะนี้พบว่าก็มีการรั่วไหลออกไปฉะนั้นหากเปรียบก๊อกน้ำเปิดเท่าไหร่ก็ไม่เต็ม ดังนั้นหากนำข้อมูลออกมาเปิดเผยและเมื่อประชาชนทราบสถานการณ์ก็จะได้ช่วยกันดู 2.) แก้ที่กองทุนน้ำมัน ตนมองว่ากองทุนน้ำมันวันนี้ควรใช้ชั่วคราวในช่วงแรก แต่วันนี้เปรียบเหมือนการใช้เพื่อถาวรและทำให้ความรู้สึกประชาชนถูกบิดเบือนออกไปและทำให้ผู้คนหลงประเด็น ซึ่งเป็นการใช้เงินในอนาคต และสิ่งที่รัฐบาลควรจะเข้ามาช่วยดู คือ การเก็บภาษีสรรพสามิตควรจะลดลงบางส่วนหรือไม่ รวมถึงที่บอกว่าการอิงราคาสิงคโปร์ในความเป็นจริงควรจะต้องแฟร์ๆ ซึ่งต้นทุนเก่าที่นำมากลั่น หากเป็นตนเข้ามาจะเรียกโรงกลั่นและเอกชนมาคุยว่าควรต้องแบ่งเบาภาระประชาชนหรือไม่ ต้องเอาต้นทุนมากางดู ไม่เช่นนั้นเงินกองทุนน้ำมันที่นำออกมาใช้ ส่วนหนึ่งก็จะเป็นการช่วยเหลือชาวบ้าน แต่อีกฉากหนึ่งก็จะไปอยู่ที่กำไรของบริษัทเอกชนหรือไม่ 3.) เรื่องการสำรองน้ำมัน แทนที่จะไปจ่ายให้เอกชนเขาสำรอง เราควรสร้างคลังสำรองของประเทศไทยเอง เพื่อรับมือหากเกิดสถานการณ์วิกฤต ส่วนช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา น่าจะมีการกักตุนและลักลอบขนส่งน้ำมันออกจากประเทศไทยจำนวนหนึ่งหรือไม่ นายเอกนัฏ ยืนยันว่าตนก็เชื่อเช่นนั้นว่ามี เพราะจะเป็นไปได้อย่างไรหากนับน้ำมันออกมาจากระบบ 80 กว่าล้านลิตรและมากกว่าปกติ แต่ยังพบว่าประชาชนยังคงต้องรอคิวเติมน้ำมันและสถานีบริการน้ำมันบอกว่าถูกรถโควตา ซึ่งหากถามว่าไปไหนมีอยู่ 2 อย่าง คือไม่กักตุนก็ต้องรั่วออกไป เมื่อถามว่า สถานการณ์เป็นเช่นนี้ กระทรวงพลังงานเกรงใจใคร นายเอกนัฏ ระบุว่า ท่านต้องมีความกล้า และต้องจำไว้ในใจว่า อย่าเชื่อข้อมูลที่ถูกรายงานมาจากเจ้าหน้าที่ มากกว่าข้อมูลที่ได้รับจากประชาชน เพราะตนเคยมีประสบการณ์ตั้งแต่สมัยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ทำงานจับเหล็กเถื่อนและทุนเทา เพราะตอนนั้นตนได้รับข้อมูลจากชาวบ้าน เพราะหากไปถามเจ้าหน้าที่ก็จะได้รับรายงานว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีหมด วันนี้กระทรวง ต้องถึงเวลาออกไปตรวจสอบจริงจัง ไม่ใช่เกรงใจใคร เมื่อถามย้ำว่า หากได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีพลังงาน จะเกรงใจใครหรือไม่ นายเอกนัฏ ระบุว่า ไม่ว่าตนอยู่ที่ไหนก็เป็นคนแบบนั้นอยู่แล้ว อย่างสมัยอยู่ที่กระทรวงอุตสาหกรรม ไม่เกรงใจใครจนถูกฟ้องและถูกร้อง เมื่อถูกถามว่า ขอให้รีบมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเร็วๆ ซึ่งขณะนี้สังคมรู้หมดแล้ว นายเอกนัฏ ระบุว่า “รู้ก็ดีครับ และให้ทางกระทรวงรู้ไส้ด้วยก็ดี ว่าจะต้องเจออะไร