โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความคลั่งที่งดงามของเจ้าสาวแฟรงเกนสไตน์ The Bride! เกิดใหม่เพื่อรัก ในโลกที่โหดร้ายกว่าความตาย

Manager Online

เผยแพร่ 14 มี.ค. เวลา 19.18 น. • MGR Online

หากคุณกำลังมองหาความแปลกใหม่ที่ฉีกกรอบภาพยนตร์สยองขวัญคลาสสิกให้กระจุยกระจายในช่วงนี้ ชื่อของ The Bride! คือสิ่งที่ทุกคนในวงการภาพยนตร์ต่างพูดถึงอย่างไม่ขาดปาก

แต่ก่อนที่เราจะเริ่มดำดิ่งไปในโลกอันมืดหม่นและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของภาพยนตร์เรื่องนี้ ต้องขออนุญาตแวะมาปรับความเข้าใจกันเล็กน้อยก่อนว่า แม้กระแสในโซเชียลจะหนาหูว่านี่คือหนังฟอร์มยักษ์ที่ต้องดู แต่ทว่า The Bride! ไม่ได้เข้าฉายบนสตรีมมิ่งเน็ตฟลิกซ์อย่างที่หลายคนเข้าใจ นี่คือผลงานมาสเตอร์พีซที่ทางวอร์เนอร์ บราเธอส์ ตั้งใจส่งตรงให้เราได้สัมผัสอรรถรสในโรงภาพยนตร์ระบบไอแมกซ์และจอใหญ่เท่านั้น เพื่อให้เราได้เห็นรายละเอียดของภาพ สีสันที่จัดจ้าน และอารมณ์ความรู้สึกที่พุ่งพล่านแบบเต็มตาตามวิสัยทัศน์ของผู้กำกับ ซึ่งนี่ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้แตกต่างจากการชมภาพยนตร์ผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตที่บ้านอย่างสิ้นเชิง

เมื่อพูดถึงตัวภาพยนตร์ The Bride! ผลงานกำกับชิ้นที่สองของ “แม็กกี้ จิลเลนฮาล” เรื่องนี้คือการตีความตำนานแฟรงเกนสไตน์ใหม่ในแบบที่ไม่มีใครกล้าทำมาก่อน หากเราย้อนกลับไปดูผลงานเรื่อง The Lost Daughter ผู้กำกับหญิงคนเก่งคนนี้เคยพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเธอมีมุมมองที่ลึกซึ้งและกล้าหาญในการขุดคุ้ยบาดแผลทางใจของมนุษย์ และคราวนี้เธอก็นำความสามารถนั้นมาใส่ไว้ในร่างของสัตว์ประหลาดที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ แทนที่จะเดินตามรอยเดิมของ “แมรี่ เชลลีย์” หรือแม้แต่ภาพจำจากยุคทองของฮอลลีวูด

เรื่องราวใน The Bride! ได้เลือกเซตฉากใหม่เป็นชิคาโกในช่วงทศวรรษที่ 1930 ซึ่งเป็นยุคที่เต็มไปด้วยความเหลื่อมล้ำ ควันบุหรี่ และกลิ่นอายของอาชญากรรมที่พร้อมจะปะทุขึ้นได้ทุกเมื่อ นี่ไม่ใช่หนังแฟรงเกนสไตน์ที่คุณเคยรู้จัก แต่มันคือหนังที่ผสมผสานความรักแบบกอธิคเข้ากับจิตวิญญาณของความขบถแบบพังก์ร็อกได้อย่างลงตัว

หัวใจหลักที่ทำให้หนังเรื่องนี้น่าสนใจอย่างเหลือเชื่อ คือการสลับบทบาทให้เจ้าสาวของแฟรงเกนสไตน์กลายเป็นตัวเอกของเรื่องแทนที่จะเป็นเพียงส่วนประกอบของความสยองขวัญ “เจสซี บักเลย์” ผู้รับบทนำ ได้มอบการแสดงที่เรียกได้ว่าทรงพลังและน่าหลงใหลที่สุดครั้งหนึ่งในอาชีพนักแสดงของเธอ ด้วยการถ่ายทอดความรู้สึกของการเป็นหญิงสาวที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากความตายโดยไร้ความทรงจำ และต้องเรียนรู้ที่จะนิยามตัวเองใหม่ในโลกที่มองว่าเธอเป็นเพียงวัตถุทางวิทยาศาสตร์

เคมีระหว่างเธอกับ “คริสเตียน เบล” ผู้สวมบทบาทเป็นมอนสเตอร์ตัวใหญ่ที่น่าเกรงขามแต่กลับเปราะบางทางอารมณ์นั้น ถือเป็นหัวใจที่เต้นแรงที่สุดของเรื่อง ทั้งคู่ไม่ได้แค่แสดงเป็นสัตว์ประหลาด แต่พวกเขาแสดงเป็นคู่รักที่ออกเดินทางไปบนเส้นทางอาชญากรรมคล้ายกับคู่หูในตำนานอย่าง “บอนนี่ และ ไคลด์” ซึ่งสร้างความรู้สึกทั้งน่ากลัว น่าสงสาร และน่าเอาใจช่วยไปพร้อมๆ กัน

แม็กกี้ จิลเลนฮาล เลือกที่จะเล่าเรื่องราวผ่านมุมมองของคนนอกที่พยายามหาพื้นที่ยืนในสังคม และเธอก็ไม่ได้เพียงแค่หยิบเอาตำนานเก่ามาปัดฝุ่น แต่เธอยังเติมเชื้อไฟแห่งความร่วมสมัยเข้าไปด้วย ทั้งความสัมพันธ์ของตัวละครที่ซับซ้อน ความเจ็บปวดจากการถูกทอดทิ้ง และคำถามที่ว่า อะไรคือสิ่งที่ทำให้เราเป็นมนุษย์ที่แท้จริง โดยมี “แอนเนตต์ เบนิง” มารับบทเป็น “ดร.ยูโฟรเนียส” นักวิทยาศาสตร์ผู้เป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมครั้งนี้ ซึ่งเป็นการแสดงที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งในตัวเองอย่างน่าทึ่ง

นอกจากนี้ยังมีเหล่านักแสดงฝีมือดีคนอื่นๆ อย่าง “เปเนโลเป ครูซ” และ “เจก จิลเลนฮาล” รวมถึง “ปีเตอร์ ซาร์สการ์ด” ที่มาร่วมสมทบ ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้กลายเป็นงานรวมพลังของนักแสดงคุณภาพที่ยากจะหาโอกาสรวมตัวกันได้บ่อยครั้ง

ในแง่ของงานสร้าง The Bride! คือความบันเทิงที่ผสมผสานความโหดร้ายและความสวยงามเข้าด้วยกันได้อย่างพอดี งานภาพที่มีสีสันฉูดฉาดตัดกับความมืดมิดของฉากหลังในชิคาโก บวกกับดนตรีประกอบที่เร้าอารมณ์ ทำให้ทุกฉากที่ตัวละครปรากฏตัวมีความหมายและน่าจดจำ ไม่ว่าจะเป็นฉากการหนีจากการไล่ล่าของตำรวจ หรือฉากที่พวกเขากำลังสำรวจโลกภายนอกเป็นครั้งแรก

หนังเรื่องนี้ทำให้เราเห็นว่าภายใต้ผิวหนังที่เย็บติดกันและความสยองขวัญที่ดูภายนอกนั้น แท้จริงแล้วมันคือเรื่องราวของความต้องการได้รับความรักและการยอมรับ ซึ่งเป็นสัญชาตญาณดิบที่อยู่ในตัวเราทุกคนโดยไม่แบ่งแยกมนุษย์หรือปีศาจ

สำหรับใครที่ลังเลว่าจะไปชมดีหรือไม่ อยากให้ลองทิ้งภาพจำเก่าๆ เกี่ยวกับหนังแฟรงเกนสไตน์ไปให้หมด แล้วเดินเข้าไปสัมผัสกับงานภาพและบทภาพยนตร์ที่ “แม็กกี้ จิลเลนฮาล” ตั้งใจถ่ายทอดออกมา เพราะ The Bride! ไม่ใช่แค่หนังสยองขวัญเพื่อความบันเทิงชั่วข้ามคืน แต่มันคือจดหมายรักถึงศิลปะการเล่าเรื่องที่เปี่ยมไปด้วยหัวใจและความบ้าคลั่งในระดับที่หาดูได้ยากในยุคนี้

หากคุณต้องการภาพยนตร์ที่จะทำให้คุณตั้งคำถามกับตัวเองและขบคิดถึงมันไปอีกนานหลังจากที่ไฟในโรงหนังเปิดขึ้น นี่คือผลงานที่คุณไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

หากคุณกำลังมองหาความแปลกใหม่ที่ฉีกกรอบภาพยนตร์สยองขวัญคลาสสิกให้กระจุยกระจายในช่วงนี้ ชื่อของ The Bride! คือสิ่งที่ทุกคนในวงการภาพยนตร์ต่างพูดถึงอย่างไม่ขาดปาก

แต่ก่อนที่เราจะเริ่มดำดิ่งไปในโลกอันมืดหม่นและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของภาพยนตร์เรื่องนี้ ต้องขออนุญาตแวะมาปรับความเข้าใจกันเล็กน้อยก่อนว่า แม้กระแสในโซเชียลจะหนาหูว่านี่คือหนังฟอร์มยักษ์ที่ต้องดู แต่ทว่า The Bride! ไม่ได้เข้าฉายบนสตรีมมิ่งเน็ตฟลิกซ์อย่างที่หลายคนเข้าใจ นี่คือผลงานมาสเตอร์พีซที่ทางวอร์เนอร์ บราเธอส์ ตั้งใจส่งตรงให้เราได้สัมผัสอรรถรสในโรงภาพยนตร์ระบบไอแมกซ์และจอใหญ่เท่านั้น เพื่อให้เราได้เห็นรายละเอียดของภาพ สีสันที่จัดจ้าน และอารมณ์ความรู้สึกที่พุ่งพล่านแบบเต็มตาตามวิสัยทัศน์ของผู้กำกับ ซึ่งนี่ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้แตกต่างจากการชมภาพยนตร์ผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตที่บ้านอย่างสิ้นเชิง

เมื่อพูดถึงตัวภาพยนตร์ The Bride! ผลงานกำกับชิ้นที่สองของ “แม็กกี้ จิลเลนฮาล” เรื่องนี้คือการตีความตำนานแฟรงเกนสไตน์ใหม่ในแบบที่ไม่มีใครกล้าทำมาก่อน หากเราย้อนกลับไปดูผลงานเรื่อง The Lost Daughter ผู้กำกับหญิงคนเก่งคนนี้เคยพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเธอมีมุมมองที่ลึกซึ้งและกล้าหาญในการขุดคุ้ยบาดแผลทางใจของมนุษย์ และคราวนี้เธอก็นำความสามารถนั้นมาใส่ไว้ในร่างของสัตว์ประหลาดที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ แทนที่จะเดินตามรอยเดิมของ “แมรี่ เชลลีย์” หรือแม้แต่ภาพจำจากยุคทองของฮอลลีวูด

เรื่องราวใน The Bride! ได้เลือกเซตฉากใหม่เป็นชิคาโกในช่วงทศวรรษที่ 1930 ซึ่งเป็นยุคที่เต็มไปด้วยความเหลื่อมล้ำ ควันบุหรี่ และกลิ่นอายของอาชญากรรมที่พร้อมจะปะทุขึ้นได้ทุกเมื่อ นี่ไม่ใช่หนังแฟรงเกนสไตน์ที่คุณเคยรู้จัก แต่มันคือหนังที่ผสมผสานความรักแบบกอธิคเข้ากับจิตวิญญาณของความขบถแบบพังก์ร็อกได้อย่างลงตัว

หัวใจหลักที่ทำให้หนังเรื่องนี้น่าสนใจอย่างเหลือเชื่อ คือการสลับบทบาทให้เจ้าสาวของแฟรงเกนสไตน์กลายเป็นตัวเอกของเรื่องแทนที่จะเป็นเพียงส่วนประกอบของความสยองขวัญ “เจสซี บักเลย์” ผู้รับบทนำ ได้มอบการแสดงที่เรียกได้ว่าทรงพลังและน่าหลงใหลที่สุดครั้งหนึ่งในอาชีพนักแสดงของเธอ ด้วยการถ่ายทอดความรู้สึกของการเป็นหญิงสาวที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากความตายโดยไร้ความทรงจำ และต้องเรียนรู้ที่จะนิยามตัวเองใหม่ในโลกที่มองว่าเธอเป็นเพียงวัตถุทางวิทยาศาสตร์

เคมีระหว่างเธอกับ “คริสเตียน เบล” ผู้สวมบทบาทเป็นมอนสเตอร์ตัวใหญ่ที่น่าเกรงขามแต่กลับเปราะบางทางอารมณ์นั้น ถือเป็นหัวใจที่เต้นแรงที่สุดของเรื่อง ทั้งคู่ไม่ได้แค่แสดงเป็นสัตว์ประหลาด แต่พวกเขาแสดงเป็นคู่รักที่ออกเดินทางไปบนเส้นทางอาชญากรรมคล้ายกับคู่หูในตำนานอย่าง “บอนนี่ และ ไคลด์” ซึ่งสร้างความรู้สึกทั้งน่ากลัว น่าสงสาร และน่าเอาใจช่วยไปพร้อมๆ กัน

แม็กกี้ จิลเลนฮาล เลือกที่จะเล่าเรื่องราวผ่านมุมมองของคนนอกที่พยายามหาพื้นที่ยืนในสังคม และเธอก็ไม่ได้เพียงแค่หยิบเอาตำนานเก่ามาปัดฝุ่น แต่เธอยังเติมเชื้อไฟแห่งความร่วมสมัยเข้าไปด้วย ทั้งความสัมพันธ์ของตัวละครที่ซับซ้อน ความเจ็บปวดจากการถูกทอดทิ้ง และคำถามที่ว่า อะไรคือสิ่งที่ทำให้เราเป็นมนุษย์ที่แท้จริง โดยมี “แอนเนตต์ เบนิง” มารับบทเป็น “ดร.ยูโฟรเนียส” นักวิทยาศาสตร์ผู้เป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมครั้งนี้ ซึ่งเป็นการแสดงที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งในตัวเองอย่างน่าทึ่ง

นอกจากนี้ยังมีเหล่านักแสดงฝีมือดีคนอื่นๆ อย่าง “เปเนโลเป ครูซ” และ “เจก จิลเลนฮาล” รวมถึง “ปีเตอร์ ซาร์สการ์ด” ที่มาร่วมสมทบ ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้กลายเป็นงานรวมพลังของนักแสดงคุณภาพที่ยากจะหาโอกาสรวมตัวกันได้บ่อยครั้ง

ในแง่ของงานสร้าง The Bride! คือความบันเทิงที่ผสมผสานความโหดร้ายและความสวยงามเข้าด้วยกันได้อย่างพอดี งานภาพที่มีสีสันฉูดฉาดตัดกับความมืดมิดของฉากหลังในชิคาโก บวกกับดนตรีประกอบที่เร้าอารมณ์ ทำให้ทุกฉากที่ตัวละครปรากฏตัวมีความหมายและน่าจดจำ ไม่ว่าจะเป็นฉากการหนีจากการไล่ล่าของตำรวจ หรือฉากที่พวกเขากำลังสำรวจโลกภายนอกเป็นครั้งแรก

หนังเรื่องนี้ทำให้เราเห็นว่าภายใต้ผิวหนังที่เย็บติดกันและความสยองขวัญที่ดูภายนอกนั้น แท้จริงแล้วมันคือเรื่องราวของความต้องการได้รับความรักและการยอมรับ ซึ่งเป็นสัญชาตญาณดิบที่อยู่ในตัวเราทุกคนโดยไม่แบ่งแยกมนุษย์หรือปีศาจ

สำหรับใครที่ลังเลว่าจะไปชมดีหรือไม่ อยากให้ลองทิ้งภาพจำเก่าๆ เกี่ยวกับหนังแฟรงเกนสไตน์ไปให้หมด แล้วเดินเข้าไปสัมผัสกับงานภาพและบทภาพยนตร์ที่ “แม็กกี้ จิลเลนฮาล” ตั้งใจถ่ายทอดออกมา เพราะ The Bride! ไม่ใช่แค่หนังสยองขวัญเพื่อความบันเทิงชั่วข้ามคืน แต่มันคือจดหมายรักถึงศิลปะการเล่าเรื่องที่เปี่ยมไปด้วยหัวใจและความบ้าคลั่งในระดับที่หาดูได้ยากในยุคนี้

หากคุณต้องการภาพยนตร์ที่จะทำให้คุณตั้งคำถามกับตัวเองและขบคิดถึงมันไปอีกนานหลังจากที่ไฟในโรงหนังเปิดขึ้น นี่คือผลงานที่คุณไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...