จับแล้ว! ลักลอบเข้าป่าในช่วงเวลากลางคืน ย้ำ เจออีกจับอีก ที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
วันนี้ (3 เม.ย. 69) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า เช้าวันนี้ได้รับรายงานจาก นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ถึงการควบคุมตัวบุคคลที่ลักลอบเข้าป่า ซึ่งสามารถจับกุมได้เมื่อเวลา 01.00 น. ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจร่วมของที่ทำการปกครองอำเภอไชยปราการ อุทยานแห่งชาติผาแดง และทหารมณฑลทหารบก 33 ซึ่งลาดตระเวนตั้งด่านตรวจคนลักลอบเข้าป่า เผาป่า และล่าสัตว์ ในช่วงเวลากลางคืน บริเวณบ้านกิ่วจำปี ตำบลศรีดงเย็น อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่
โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาลักลอบเข้าป่าในช่วงเวลากลางคืนได้ จำนวน 1 ราย โดยมีการสะพายกระเป๋าเป้สีดำ ตรวจสอบพบเครื่องกระสุนปืน ได้แก่ แก็ปปืน ดินปืน และกระสุนปืน (ลูกปราย) จำนวนมาก และยังพบอุปกรณ์สำหรับไว้ใช้เสพยาเสพติด ได้แก่ หลอดไม้ไผ่ (ก้านสูบ) ฟอยด์ (มีร่องรอยการใช้งาน) และไฟแช็ค
ผู้ถูกจับกุม ได้สารภาพว่า ลักลอบเข้าป่ามาเป็นเวลา 2 วันแล้วเพื่อวางอุปกรณ์ล่าสัตว์ ตรวจสอบพบเป็นแห้วเครือ หรือแร้วเครือ ไว้ใช้สำหรับดักสัตว์ป่า เช่น อีเห็น กับ กระต่ายป่า ทั้งยังให้การรับสารภาพว่า เข้ามาในพื้นที่ป่าเพื่อเสพยาเสพติด เมื่อเสพหมดก็จะทิ้งช่วงเวลา แล้วค่อยกลับไปยังชุมชนที่พักอาศัยตามเดิม คณะเจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวน สภ.ไชยปราการพร้อมแจ้งสิทธิ์ของผู้ถูกจับกุมให้ทราบโดยละเอียดแล้วก่อนควบคุมตัวมาดำเนินคดี
การจับกุมผู้ต้องหาในครั้งนี้ เป็นการปฏิบัติตามข้อสั่งการของ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงวันที่ 1-2 เมษายนที่ผ่านมา ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ดำเนินทุกมาตรการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบังคับใช้กฎหมาย พร้อมทั้งลาดตระเวนจับกุมผู้ลักลอบเข้าพื้นที่ป่าดำเนินคดีโดยไม่มีละเว้น เนื่องจากเป็นการกระทำผิดประกาศของจังหวัดที่ในขณะนี้ทุกจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือได้มีประกาศห้ามบุคคลเข้าไปในพื้นที่ป่าแล้ว เพื่อให้การแก้ไขสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และทำให้สถานการณ์กลับมาเป็นปกติสุขโดยเร็วที่สุด