โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สรุปภาวะตลาดตราสารหนี้ไทย ไตรมาส 1 ปี 2569

Wealthy Thai

อัพเดต 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 03 เม.ย. เวลา 07.20 น.

จากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ในปีที่แล้ว ต่อเนื่องมาถึงสงครามสหรัฐ-อิสราเอลต่ออิหร่านที่กำลังเกิดขึ้น ส่งผลให้ตลาดการเงินผันผวนและเกิดแรงกดดันต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งรวมถึงบรรยากาศการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ โดยในไตรมาส 1/2569 ตลาดตราสารหนี้ไทยขยายตัว 1.7% มาอยู่ที่ 18.2 ล้านล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของตราสารหนี้ภาครัฐเป็นสำคัญ ขณะที่ตราสารหนี้ภาคเอกชนมีมูลค่าคงค้างใกล้เคียงเดิมที่ 4.5 ล้านล้านบาท ส่วนนักลงทุนต่างชาติมียอดการซื้อสุทธิ 19,589 ล้านบาท สำหรับผลสำรวจการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยคาดว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายตลอดทั้งปีนี้ โดย ดร.สมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) กล่าวสรุปประเด็นสำคัญ ดังนี้

  • มูลค่าตลาดตราสารหนี้ไทยขยายตัว 1.7 % จากสิ้นปี 2568:โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 มูลค่าคงค้างตลาดตราสารหนี้ไทยเท่ากับ 2 ล้านล้านบาท (คิดเป็น 96% ของ GDP) เพิ่มขึ้น 1.7% จากสิ้นปีที่ผ่านมา เป็นการเพิ่มขึ้นของตราสารหนี้ภาครัฐเป็นหลัก

  • การออกตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะยาวเท่ากับ 171,889 ล้านบาท: ในไตรมาส 1/2569 มูลค่าการออกตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะยาว (หุ้นกู้) เท่ากับ 171,889 ล้านบาท โดยผู้ออกในกลุ่ม Investment grade (IG) สามารถออกได้ใกล้เคียงหรือมากกว่าที่ครบกำหนดในอายุเฉลี่ยการออกและมูลค่าเฉลี่ยการออกที่ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว ขณะที่กลุ่ม HYออกหุ้นกู้โดยรวมได้น้อยกว่าที่ครบกำหนดในอายุเฉลี่ยการออกและมูลค่าเฉลี่ยการออกเพิ่มขึ้นเล็กน้อย กลุ่มอุตสาหกรรมที่มียอดการออกสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ENERGY PROPERTY และ FOOD and BEVERAGE ตามลำดับ

  • นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทย 19,589 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2569:โดยเป็นการซื้อสุทธิในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์รวม 56,061 ล้านบาท ก่อนพลิกเป็นการขายสุทธิในเดือนมีนาคม 36,472 ล้านบาทหลังเกิดสงครามสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่าน ทำให้ ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 นักลงทุนต่างชาติมีการซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทย 19,589 ล้านบาท และมียอดการถือครองเท่ากับ 9.37 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 5.1%ของมูลค่าคงค้างตลาดตราสารหนี้ไทย
    โดยตราสารหนี้ไทยที่ต่างชาติถือครองมีอายุคงเหลือเฉลี่ย 8.3 ปี เพิ่มขึ้นจาก 1 ปี เมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา

  • เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น: ในไตรมาส 1/2569 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย (Bond yield) ขยับตัวสูงขึ้นทุกรุ่นอายุในลักษณะ Bear Steepeningโดย Bond yieldระยะยาวปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าระยะสั้น สืบเนื่องจากความกังวลอัตราเงินเฟ้อจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง โดย Bond yieldไทยรุ่นอายุ 2 ปี5 ปี และ10 ปี ปรับตัวเพิ่มขึ้น 25, 42 และ 55 bps.จากสิ้นปี 2568 มาอยู่ที่ระดับ 1.38%, 1.70% และ 2.21% ตามลำดับ ณ สิ้นไตรมาส 1/2569

  • เส้นอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ภาคเอกชนปรับตัวสูงขึ้นในทิศทางเดียวกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล: ในไตรมาส 1/2569อัตราผลตอบแทนของหุ้นกู้ทุกอันดับเครดิตปรับตัวสูงขึ้น 28-59 ใกล้เคียงกับการปรับขึ้นของพันธบัตรรัฐบาล ทำให้ ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 อัตราผลตอบแทนของหุ้นกู้รุ่นอายุ 5 ปี อันดับเครดิต AAA AA A และ BBB+ขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 2.09% 2.35%2.82%และ 4.37% ตามลำดับ

  • อัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วง 3 ไตรมาสที่เหลือของปี 2569 มีแนวโน้มคงตัว:ผลสำรวจจากผู้ร่วมตลาดส่วนใหญ่คาดว่า ในช่วง 9 เดือนที่เหลือของปี 2569 กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00%ส่วนการคาดการณ์ Bond yield ไทย ผู้ตอบแบบสอบถามคาดว่า ในปี 2569 Bond yield ไทยรุ่นอายุ 5ปี และ 10ปี จะขยับตัวสูงขึ้นเฉลี่ยราว 5 จากสิ้นไตรมาส 1 โดยมีปัจจัยหลักจากทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย อัตราเงินเฟ้อและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...