โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปลัดเกษตรฯ เดินหน้าขับเคลื่อนนมโรงเรียน ปี 69 คุมเข้มคุณภาพ ตั้งทีมตรวจสอบทั่วประเทศ ย้ำเด็กต้องได้ดื่มตั้งแต่วันแรกเปิดเทอม

VoiceTV

อัพเดต 02 พ.ค. เวลา 17.10 น. • เผยแพร่ 02 พ.ค. เวลา 16.51 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน ครั้งที่ 5/2569 ณ ห้องประชุม 135 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า ที่ประชุมรับทราบ ประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ปีการศึกษา 2569 ฉบับที่ 2 ลงวันที่ 10 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นการปรับปรุงรายละเอียดเพื่อให้สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดสรรสิทธิการจำหน่ายนมโรงเรียน โดยกำหนดสัดส่วนการจัดสรรภายในกลุ่มพื้นที่ให้เกิดความสมดุล ดังนี้

ส่วนที่ 1 ไม่เกินร้อยละ 61 ของสิทธิที่ต้องการภายในกลุ่มพื้นที่ แบ่งเป็น สหกรณ์ ร้อยละ 49 รัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 10 สถาบันการศึกษา ร้อยละ 2 และ

ส่วนที่ 2 ไม่เกินร้อยละ 39 ของสิทธิที่ต้องการภายในกลุ่มพื้นที่

ขณะเดียวกัน รับทราบผลการดำเนินการรับสมัครผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการ ระหว่างวันที่ 17–21 เมษายน 2569 ซึ่งมีผู้สมัครรวมทั้งสิ้น 87 ราย มียอดน้ำนมดิบที่ยื่นสมัครรวม 1,898.122 ตัน/วัน ขณะที่ความต้องการใช้น้ำนมดิบของโครงการอยู่ที่ 909.154 ตัน/วัน พร้อมรับทราบประกาศคณะอนุกรรมการบริหารกลางโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน เรื่อง มาตรฐานการขนส่งและเก็บรักษานมโรงเรียน ปี 2569 ซึ่งกำหนดแนวทางและมาตรการควบคุมคุณภาพอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่กระบวนการขนส่ง การควบคุมอุณหภูมิ ไปจนถึงการจัดเก็บในสถานศึกษา เพื่อให้มั่นใจว่านมที่ส่งถึงนักเรียนมีคุณภาพ ปลอดภัย และได้มาตรฐาน

ปลัดเกษตรฯ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้เพื่อให้การขับเคลื่อนงานเป็นไปด้วยความโปร่งใสตรวจสอบได้ จึงได้แต่งตั้ง คณะทำงานชุดเฉพาะกิจตรวจสอบปริมาณน้ำนมโคที่สมัครเข้าร่วมโครงการ แบ่งเป็น 7 กลุ่มพื้นที่ โดยมีผู้แทนกรมปศุสัตว์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ร่วมเป็นคณะทำงานในชุดนี้ เพื่อตรวจสอบข้อมูล ป้องกันการแอบอ้างปริมาณน้ำนม และเพื่อยืนยันปริมาณน้ำนมที่แท้จริง รายงานผลต่อคณะอนุกรรมการบริหารกลางโดยตรง

“สิ่งสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการ คือ การตรวจสอบข้อเท็จจริงของปริมาณน้ำนมดิบที่ผู้ประกอบการยื่นเข้าร่วมโครงการ ว่ามีอยู่จริงหรือไม่ เพื่อให้การจัดสรรเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรม เนื่องจากปัจจุบันมีปริมาณน้ำนมที่ยื่นสมัครสูงกว่าศักยภาพการรองรับของระบบ จึงจำเป็นต้องแยกส่วนการบริหารจัดการให้ชัดเจน ทั้งในส่วนของนมโรงเรียนและนมเชิงพาณิชย์” นายวิณะโรจน์ กล่าวย้ำ

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมได้ร่วมกันทบทวนแผนการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ปีการศึกษา 2569 เพื่อกำหนดกรอบระยะเวลาในการดำเนินงานให้ชัดเจน ครอบคลุมตั้งแต่การประกาศหลักเกณฑ์ การเปิดรับสมัคร การตรวจสอบคุณสมบัติ ไปจนถึงการจัดสรรสิทธิ เพื่อให้สามารถส่งมอบนมได้ทันก่อนเปิดภาคเรียนในวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 พร้อมกันนี้ ยังได้ร่วมกันพิจารณาแนวทางบริหารจัดการโครงการในช่วง 30 วันแรกของการเปิดภาคเรียน โดยมุ่งให้เด็กนักเรียนได้ดื่มนมตั้งแต่วันแรกของการเปิดภาคเรียน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...