โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

“เทาโป” ท่วงทำนองแห่งสายน้ำ และจิตวิญญาณแห่งขุนเขา

เดลินิวส์

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ระลอกคลื่นสีครามที่กระทบฝั่งทะเลสาบ เสียงสายน้ำที่โหมกระหน่ำ และไอน้ำที่ลอยเรี่ยผืนดิน เมื่อรวมกับแสงแดดอุ่นและสายลมเย็น ทำให้ “เทาโป” (Taupō) เมืองเล็ก ๆ ริมทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดของนิวซีแลนด์ มีอากาศเย็นสบายแบบที่ไม่หนาวหรือร้อนเกินไป และเป็นเหตุผลที่การท่องเที่ยวนิวซีแลนด์ชวนให้มาเยือนได้ตลอดทั้งปี

เลคเทาโปไม่ได้เป็นเพียงทะเลสาบธรรมดากับวิวสวย ๆ ที่เห็น แต่เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางธรณีวิทยา ทั้งขนาดใหญ่เทียบเท่ากับประเทศสิงคโปร์ และต้นกำเนิดที่มาจากการปะทุของภุเขาไฟเทาโปเมื่อราว 1,800 ปีก่อน ซึ่งถือเป็นการปะทุครั้งรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งของโลกในช่วง 5,000 ปีที่ผ่านมา จนทำให้เกิดแอ่งรูปกระจาดขนาดใหญ่ซึ่งเป็นพื้นที่ของทะเลสาบในปัจจุบัน โดยมีแม่น้ำและลำธารกว่า 30 สายไหลลงมาเติมน้ำให้เต็มอยู่เสมอ แต่ทางออกเดียวที่มีอยู่คือแม่น้ำไวคาโต ที่เป็นสายที่ยาวที่สุดในนิวซีแลนด์

“คุณจะได้ยินเสียงน้ำตกก่อนจะเห็นเสียอีก” คำบอกล่าวที่เป็นจริงดังว่า เพราะเสียงดังกระหึ่มของสายน้ำที่กำลังถาโถมจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำที่ได้ยินนั้น ไม่ใช่น้ำตกอย่างที่เคยเห็น แต่เป็นช่วงหนึ่งของแม่น้ำไวคาโตที่ไหลผ่านช่องเขาหินแคบ ๆ ที่มีความกว้างเพียงแค่ 15 เมตร กับความสูง 11 เมตร ด้วยปริมาณน้ำเฉลี่ยราว 250,000 ลิตรต่อนาที พลังอันมหาศาลของสายน้ำก่อให้เกิดฟองอากาศขนาดมหึมา ที่มาพร้อมกับละอองน้ำที่สะท้อนแสงอาทิตย์จนเป็นสีฟ้าและเพิ่มเติมด้วยสีรุ้งในบางช่วงเวลา นั่นทำให้“น้ำตกฮูกา” (Huka Falls) เป็นหนึ่งในมหัศจรรย์ธรรมชาติที่ทำให้ใคร ๆ ต้องแวะเวียนมาชมหากมีโอกาสมาถึงเทาโป

เช่นเดียวกับการล่องเรือออกไปในทะเลสาบเพื่อชม “ภาพสลักหินชาวเมารีที่อ่าวไมน” แม้จะไม่ใช่โบราณวัตถุอายุหลายร้อยปี เพราะเป็นผลงานศิลปะร่วมสมัยที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี 1970 โดยศิลปินชาวเมารีชื่อ Matahi Brightwell (มาตาฮิ ไบรท์เวลล์) ซึ่งใช้เวลาถึง 4 ช่วงฤดูร้อนแกะสลักหน้าผาหิน โดยตั้งใจสร้างสรรค์ผลงานเพื่อระลึกถึงบรรพบุรุษและมอบเป็นของขวัญให้แก่แผ่นดินหลังจากที่เขาจบการศึกษาด้านการแกะสลักแบบดั้งเดิม

รูปใบหน้าของ Ngātoro-i-rangi (งาโตโร-อี-รังงี) นักเดินเรือและผู้นำทางจิตวิญญาณผู้ยิ่งใหญ่ในตำนานเมารี ผู้บุกเบิกและนำพาผู้คนมายังพื้นที่แถบนี้เมื่อหลายร้อยปีก่อน สูงกว่า 10 เมตร กลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กของเลคเทาโป ที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์เมารีเข้ากับยุคสมัยปัจจุบัน ทั้งยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงความเคารพที่ชาวเมารีมีต่อ "น้ำ" และ "แผ่นดิน" ของเทาโป

ชมความยิ่งใหญ่ของน้ำตกแล้ว แนะนำให้แวะไปชมเขื่อน Aratiatia (อาราเทียเทีย) อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเกาะเหนือ เพราะยามที่หลายพันลิตรถูกปล่อยออกมาจากเขื่อน ทำให้เกิดการไหลของน้ำสุดตระการตาผ่านช่องเขาแคบ ๆ ว่ากันว่าที่นี่คือหนึ่งในฉากของภาพยนตร์ไตรภาคลอร์ด ออฟ เดอะริงส์ด้วย จะชมการปล่อยน้ำจะต้องมาให้ตรงเวลา ช่วงฤดูร้อนตุลาคมถึงมีนาคม เวลา 10.00, 12.00, 14.00 และ 16.00 น. ส่วนฤดูหนาว เมษายนถึงกันยายน เวลา 10.00, 12.00 และ 14.00 น.

และเมื่อเขื่อนปล่อยน้ำก็จะเป็นเวลาของความสนุกสนานบนผืนน้ำกับ Rapids Jet (แรพิดส์ เจ็ท) เจ็ทโทที่จะพาร่อนไปบนผิวน้ำของแม่น้ำไวคาโต ไม่ใช่แค่ความตื่นเต้นยามที่ต้องผ่านแก่ง แต่ยังมีเทคนิคของกัปตันเรือที่จะพาสาดโค้งและกลับตัวแบบ 360 องศาในเวลาเพียงเสี้ยววินาที แถมยังพาเลยขึ้นไปถึงแนวสันเขื่อนที่เพิ่งปล่อยน้ำมาด้วย ใครที่แอบกลัวว่าจะเล่นดีไหม ที่นี่เปิดให้บริการมากว่า 3 ทศวรรษแล้ว รับรองว่าได้สนุกแบบปลอดภัยแน่นอน

มาถึงนิวซีแลนด์แล้วจะไม่ไปเยี่ยมฟาร์มแกะฟาร์มวัวก็จะหาว่ามาไม่ถึง ท่ามกลางบรรยากาศชนบทของที่ราบสูงตอนกลางที่เต็มไปด้วยเนินเขาสลับซับซ้อน มองเห็นผืนน้ำอันงดงามของทะเลสาบเทาโปจากบนยอดเขา ที่นี่ยังคงเลี้ยงแกะหลายร้อยตัว โดยมีสุนัขที่ผ่านการฝึกจากเจ้าของฟาร์มให้ทำหน้าที่ต้อนฝูงแกะไปตามทางที่ต้องการ จากรุ่นพ่อแม่มาสู่รุ่นลูกสุนัขที่หน้าตาคล้ายกันสืบทอดพันธุกรรมและความชำนาญมาเต็มเปี่ยม พร้อมทำหน้าที่ตามคำสั่งที่ได้รับ ขณะที่เหล่าฝูงแกะที่ถูกต้อนไปมาหันมองหน้าราวกับจะถามว่าต้องการอะไรจากฉัน ฝูงวัวตัวเบิ้มกำลังยืนและเล็มหญ้าอยู่เงียบ ๆ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นในเขตรั้วถัดไป

นั่นคือวิถีปกติของเกษตรกรที่นี่ แต่สำหรับ Lakeman Brewing (เลกแมน บริววิง) เจมส์และเอลิสซา ไม่ได้แค่ทำฟาร์มแกะและวัวแต่ยังมีอีกกิจการอย่างเบียร์คราฟต์ท้องถิ่น ที่มีรางวัลมากมายการันตี โรงนาที่ตั้งตระหง่านอยู่ในฟาร์มถูกปรับให้เป็นโรงงานผลิตเบียร์คราฟต์ที่มีรสชาติแตกต่างไปแต่ละสูตร และมักชักชวนให้ผู้มาเยือนได้ลิ้มลองเพื่อพิสูจน์ความต่างที่ว่า

เช่นเดียวกับ สก็อตต์ ฟอร์ไซธ์ เจ้าของและผู้ก่อตั้ง 5 Mile Distilling ที่ผลิตวอดก้าระดับพรีเมียมไปจนถึงจิน เครื่องดื่มสไตล์แฮนด์เมดที่มีรสชาติและสไตล์ท้องถิ่น สะท้อนถึงความบริสุทธิ์และจิตวิญญาณของพื้นที่ โรงงานขนาดย่อมที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเทาโปดูไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นสถานที่ผลิตเครื่องดื่มที่มีรางวัลการันตีมากมาย

ตัวเมืองเทาโปที่มีขนาดกำลังพอเหมาะเป็นศูนย์รวมของซุปเปอร์สโตร์ขนาดใหญ่ ร้านค้าอื่น ๆ ไปจนถึงร้านขายยา ร้านอาหาร และร้านของที่ระลึก ริมทะเลสาบใกล้กับศูนย์กลางของเมืองมีป้าย LOVETAUPŌ (เลิฟเทาโป) เป็นแลนด์มาร์กที่ใครต่อใครต้องแวะเวียนมาถ่ายรูป ขณะที่ Te Ātea (เทอาเตอา) ที่อยู่ไม่ไกลกันคือ จุดเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับประวัติศาสตร์และธรรมชาติ เสาแกะสลักขนาดใหญ่ทำจาก ไม้โททาราอายุกว่า 2,000 ปี ล้อมรอบด้วยเสาโลหะ 13 ต้นแทนแม่น้ำสายหลักที่ไหลลงสู่ทะเลสาบ

หากนึกอยากหาร้านนั่งชิลแบบถูกใจยามเช้าแนะนำให้ไปที่ Baked With Love (เบก วิท เลิฟ) คาเฟ่ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในคาเฟ่ที่ดีที่สุดในเมือง คิมและสก็อตต์ ผู้หลงใหลการทำอาหาร ตั้งใจเปิดร้านนี้เพื่อให้เป็นสถานที่ที่ทำให้ผู้คนมีความสุขผ่านอาหารและกาแฟ อาหารทุกจานที่เสิร์ฟทำสดใหม่ด้วยวัตถุดิบที่ไม่ใช่แบบสำเร็จรูป เพื่อให้อาหารทุกจานเต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพ รวมถึงผู้ที่มองหาตัวเลือกแบบปลอดกลูเตน บอกเลยว่าเข้าไปในร้านแล้วจะเลือกไม่ถูกว่าจะสั่งเมนูไหน เพราะดูน่ากินทุกชิ้น ทั้งเมนูสำเร็จอย่างพายไส้ต่าง ๆ หรือแซนวิช ไปจนถึงเมนูบนหน้ากระดานที่บอกส่วนผสมแบบละเอียดเพื่อให้ผู้บริโภคที่มีข้อยกเว้นบางอย่างเลือกได้อย่างสบายใจ

จะเดินช้อปหรือเดินหาเสบียงเติมพลัง แอบกระซิบนิดว่า ทางที่ผ่านอาจจะได้เจอกับสตรีทอาร์ทที่ซ่อนอยู่ตามกำแพงในตรอกซอกซอยรอบ ๆ เมืองเทาโป ว่ากันว่ามีรวมกันกว่า 80 ภาพ เพราะเทศกาลสตรีทอาร์ทที่จัดเป็นประจำทุกปีจะมีผลงานของศิลปินที่ได้รับเชิญมาร่วมรังสรรค์ให้เทาโปเป็นเมืองแห่งศิลปะเพิ่มเติมใหม่เสมอ โดยมีภาพ "100% Pure Mural" เป็นหนึ่งในกราฟฟิตีรุ่นแรกที่มาพร้อมกับแคมเปญ "100% Pure New Zealand" ของการท่องเที่ยวนิวซีแลนด์ ที่เชิญชวนให้คนทั้งโลกมาค้นพบประสบการณ์แบบกีวีที่แท้จริง

ในเมืองเล็ก ๆ อย่างเทาโปยังมีร้านอาหารแบบไฟน์ไดนิ่งร่วมสมัยซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางชุมชนอันสงบเงียบ Embra (เอ็มบรา) คือร้านที่ว่า ฟิลล์และนอรา แบล็กเบอร์น ตั้งชื่อร้านมาจากชื่อเมืองเอดินบะระ ที่ซึ่งทั้งสองพบกันขณะทำงานในร้านอาหารระดับมิชลิน ฟลล์ซึ่งเป็นคนเทาโปโดยกำเนิดชวนนอรากลับมาเปิดร้านอาหารในบ้านในปี 2023 เป็นไฟน์ไดนิ่งที่ขึ้นอยู่กับเชฟว่าจะรังสรรค์เมนูใดให้ลิ้มลองในวันนั้น ซึ่งขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่ได้รับมาในแต่ละวัน บอกเลยว่าอาหารแต่ละจานของที่นี่ไม่ใช่แค่จัดจานสวยเก๋ไม่ซ้ำใคร แต่รสชาติของอาหารยังอร่อยทุกจาน แม้แต่คนเอเชียที่ไม่ค่อยคุ้นเคยกับอาหารตะวันตกยังการันตีว่าอร่อยจริง จึงไม่น่าแปลกใจที่ที่นี่จะได้รับรางวัล 2 หมวก จาก Cuisine NZ Magazine Good Food Guide ในฐานะร้านอาหารภูมิภาคแห่งปี 2024 หลังจากเปิดได้ไม่นาน

ก่อนออกจากเทาโปห้ามพลาดการแวะไป Honey Hive (ฮันนี่ไฮฟ์) ศูนย์รวมน้ำผึ้งที่ไม่ได้มีเพียงแค่น้ำผึ้งหลากหลายรูปแบบและยี่ห้อจำหน่าย แต่ยังมีส่วนจัดแสดงให้ได้เห็นวิถีชีวิตของเหล่าผึ้งซึ่งมีราชินีเป็นศูนย์กลางในการสั่งการ มาถึงแล้วรับรองว่าจะต้องได้น้ำผึ้งมานูก้าติดมือกลับบ้านสักขวด แถมยังมีลูกอม ไปจนถึงผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ทำจากน้ำผึ้งด้วย แล้วอย่าลืมชิมน้ำผึ้งร้อนหรือเย็นสักแก้ว กับไอศกรีมกูร์เมต์อีกสักลูก

อีกแห่งที่แนะนำให้แวะไปคือ Lava Glass (ลาวา กลาส) ลินเดน โอเวอร์ ศิลปินเป่าแก้วระดับปรมาจารย์ และ คริสทีน รอบบ์ ร่วมกันรังสรรค์ลาวากลาสขึ้น เพื่อนำเสนอเรื่องราวของแก้วที่แปลกแตกต่างไปจากที่เคยเห็น พร้อมถ่ายทอดภูมิทัศน์ของนิวซีแลนด์ผ่านงานแก้ว มาที่นี่นอกจากจะได้ชมผลงานชิ้นเอกที่จัดแสดงอยู่และพร้อมจำหน่ายแล้ว ยังสามารถเข้าชมระหว่างศิลปินรังสรรค์ผลงานชิ้นต่อไปให้ชมได้ด้วย และหากมีเวลาอีกสักนิดแนะนำให้เดินชมสวนที่ตกแต่งด้วยผลงานแก้วหลากหลายรูปแบบ รับรองว่าการเดินชมสวนครั้งนี้จะได้ความรู้สึกที่ไม่เหมือนเดิมแน่นอน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...