โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

โชเฟอร์แท็กซี่ ตามง้อสาวไม่สำเร็จ บุกสาดน้ำกรด ถึงที่ทำงาน อ้างโกรธ โทรไม่รับ ไลน์ไม่ตอบ

Khaosod

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
โชเฟอร์แท็กซี่ ตามง้อสาวไม่สำเร็จ บุกสาดน้ำกรด ถึงที่ทำงาน อ้างโกรธ โทรไม่รับ ไลน์ไม่ตอบ

โชเฟอร์แท็กซี่ ตามง้อสาวไม่สำเร็จ บุกสาดน้ำกรด ถึงที่ทำงาน พนักงานช่วยจับ โดนคีมตีศีรษะแตก ก่อนถูกรวบไว้ได้ อ้างโกรธ โทรไม่รับ ไลน์ไม่ตอบ

เมื่อเวลา 11.08 น.วันที่ 6 เม.ย.2569 เกิดเหตุชายบุกสาดน้ำกรดใส่แฟนเก่า ในซุปเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่ง ย่านบรมราชชนนี ได้รับบาดเจ็บ โดยหลังเกิดเหตุพนักงานรักษาปลอดภัยของห้างได้ช่วยกันจับตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้ ก่อนแจ้งให้ตำรวจ สน.ธรรมศาลา มารับตัวไปสอบสวนดำเนินคดี

สอบถามนายสมบูรณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี ผู้ก่อเหตุ โชเฟอร์แท็กซี่ เล่าว่า ตัวเองกับ น.ส.ลาวัลย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 54 ปี ผู้บาดเจ็บที่เป็นพนักงานของซุปเปอร์มาร์เก็ต อยู่กินกันมานานกว่า 20 ปี แล้ว แต่ระยะหลังมีปัญหากัน จนฝ่ายหญิงตัดสินใจขอแยกทางเมื่อไม่นานมานี้

ตนพยายามตามง้อ ขอเคลียร์ปัญหาต่างๆ ทั้งโทรศัพท์และส่งแชทไลน์ไปหา ซึ่งฝ่ายหญิงอ่านข้อความแต่ไม่ตอบกลับ จึงทำให้ตัวเองรู้สึกโกรธ กระทั่งวันนี้ตัดสินใจเดินทางไปหาฝ่ายหญิงที่ทำงานและก่อเหตุขึ้น

ส่วนปัญหาที่ทำให้เป็นชนวนเหตุนั้น เกิดจากการที่ฝ่ายหญิงไปคบหากับชายอื่นหรือไม่ โดยผู้ก่อเหตุตอบเพียงคำเดียว ว่า “ ครับ ” ก่อนที่พนักงานสอบสวนจะคุมตัวไปทำบันทึกจับกุม

โดยตำรวจสามารถคุมตัวผู้ต้องหาได้พร้อมกับหลักฐานน้ำกรดเกลือ (เป็นน้ำกรดชนิดที่ใช้ล้างกระเบื้อง) บรรจุใส่ขวดเครื่องดื่มชูกำลัง 1 ขวด และคีมตัดสายไฟ 1 อัน

เบื้องต้นทราบว่า มีผู้บาดเจ็บจากเหตุนี้ 2 ราย คือ น.ส.ลาวัลย์ แฟนเก่าของผู้ก่อเหตุ ที่ถูกน้ำกรดเกลือ จนเกิดอาการแพ้ตามผิวหนัง และพนักงานชายของบริษัทหนึ่งที่เข้าไปทำงานภายในซุปเปอร์มาร์เก็ต และเข้าไปช่วยระงับเหตุ ทำให้ถูกผู้ต้องหาใช้คีมตัดสายไฟ ตีเข้าที่ศรีษะแตก ซึ่งทั้ง 2 คน อยู่ระหว่างรักษาตัวที่โรงพยาบาล

ต่อมาตัวเเทนของซุปเปอร์มาร์เก็ต นำหลักฐานเข้าแจ้งความกับตำรวจสน.ธรรมศาลา ระบุว่า ตนเองได้รับมอบหมายจากทางซุปเปอร์มาร์เก็ต ให้เข้ามาดำเนินการเท่านั้น แต่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุ โดยทราบรายละเอียดเพียงว่า เกิดเหตุขึ้นภายในซุปเปอร์มาร์เก็ต และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน คือ พนักงานที่เป็นผู้หญิง ซึ่งก็คือแฟนของผู้ก่อเหตุ ที่ถูกน้ำกรดเกลือ กับพนักงานชายของบริษัทแห่งหนึ่ง ที่เข้ามาทำงานในพื้นที่ของซุปเปอร์มาร์เก็ต ที่ศรีษะแตก ซึ่งหลังเกิดเหตุ ได้มีการนำทั้ง 2 คนส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลและทราบว่าอาการปลอดภัยแล้ว

ส่วนนายสมบูรณ์ ผู้ก่อเหตุ ไม่ใช่พนักงานของทางซุปเปอร์มาร์เก็ต และก็ไม่ทราบว่า เคยเข้ามามีปัญหากันในลักษณะนี้มาก่อนหรือไม่ เพราะตัวเองเป็นเพียงตัวแทนที่รับมอบอำนาจจากทางซุปเปอร์มาร์เก็ต มาแจ้งความตามกฎหมายเท่านั้น

ด้าน น.ส.ลาวัลย์ อายุ 54 ปี ผู้เสียหาย เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.ธรรมศาลา พร้อมเล่าว่า ตนกับผู้ต้องหาไม่ได้เป็นสามีภรรยา นานๆครั้งจะไปหากันที ซึ่งนายสมบูรณ์เป็นคนโมโหร้าย ชอบด่าทอด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย หลายๆครั้งมักข่มขู่ทำร้ายร่างกาย หรือคนในครอบครัว ถ้าหากตนไม่ไปหา ถึงแม้ว่าจะยังไม่เคยถูกทำร้ายร่างกาย แต่ตนก็รับไม่ได้ที่ถูกด่าแบบเสียๆหายๆ จึงพยายามตีตัวออกห่าง ขอแยกทาง

กระทั่งก่อนเกิดเหตุ นายสมบูรณ์ ส่งรูปน้ำกรดเกลือมาขู่ ก่อนเข้ามาหาตนในร้าน แล้วสาดน้ำกรดเข้ามาที่ใบหน้า ทำให้ตนกรีดร้องออกมา

ขณะที่พลเมืองดีที่เข้าไปช่วยเหลือ ให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเช่นเดียวกัน เล่าให้ฟังว่า ขณะนั้นตนกำลังทำงานอยู่ ไม่เห็นตอนที่นายสมบูรณ์สาดน้ำกรดใส่ น.ส.ลาวัลย์ แต่ได้ยินเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือ ตอนแรกคิดว่าเป็นโจรจะมาขโมยของจึงวิ่งปรี่เข้าไปจะรวบตัว

แต่ถูกนายสมบูรณ์ใช้คีมเหล็กตัดสายไฟที่พกมา ตีเข้ามาที่ศีรษะ 1 ครั้ง จนแตกต้องเย็บ 4 เข็ม หลังจากนั้นตนก็รวบรวมสติ ขัดขาให้นายสมบูรณ์ล้มลง แล้วคนอื่นๆก็มาช่วยกันจับตัว ยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อเป็นการเพิ่มโทษให้นายสมบูรณ์เข้าไปอยู่ในเรือนจำให้นานกว่าเดิม

เบื้องต้น พนักงานสอบสวน สน. ธรรมศาลาแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายกับนายสมบูรณ์ ส่วนข้อหาอื่นๆยังอยู่ระหว่างการสอบปากคำผู้เสียหายแล้วจะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีกครั้ง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โชเฟอร์แท็กซี่ ตามง้อสาวไม่สำเร็จ บุกสาดน้ำกรด ถึงที่ทำงาน อ้างโกรธ โทรไม่รับ ไลน์ไม่ตอบ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...