24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 16 เมษายน 2569
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 16 เมษายน 2569
>> หญิงวัย 52 ปีขับรถนั่งส่วนบุคลเสียหลักชนเสาไฟเกาะกลางถนน เสียชีวิต
10.13 น. รับแจ้งจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีอุบัติเหตุรถยนต์ส่วนบุคคลเสียหลักพุ่งชนเสาไฟเกาะกลาง ถนนศรีนครินท์ ช่วงก่อนถึงแยกศรีนุช ในพื้นที่ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร
ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล ไดฮัทสุ มิร่า สีขาว ทะเบียน กทม.ลักษณะชนกับเสาไฟส่องสว่างเกาะกลางถนน ตรวจสอบพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจเอกสาร ทราบต่อมา เป็นหญิงไทย อายุ 52 ปี
เบื้องต้น ลักษณะรถยนต์ของผู้เสียชีวิตมีการเฉี่ยวชนกับรถนั่งส่วนบุคคล ก่อนจะเสียหลักขึ้นเกาะกลางและฟาดเข้ากับเสาไฟส่องสว่าง ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประเวศ
>> 6 วันรณรงค์ สงกรานต์ 2569 เกิดอุบัติเหตุ 1,108 ครั้ง บาดเจ็บ 1,073 คน เสียชีวิต 216 ราย
10.30 น. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 เปิดเผยว่า
ศปถ. ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 15 เม.ย. 2569 ซึ่งเป็นวันที่ 6 ของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ”เกิดอุบัติเหตุ 156 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 161 คน ผู้เสียชีวิต 23 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงราย (10 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ เชียงราย (11 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ เชียงราย (3 ราย)
สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 6 วันของการรณรงค์ (10 – 15 เม.ย. 69) เกิดอุบัติเหตุรวม 1,108 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ รวม 1,073 คน ผู้เสียชีวิต รวม 216 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ แพร่ (47 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ แพร่ (49 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (19 ราย)
>> วิทยุการบินฯ เผย มีเที่ยวบินช่วงสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 10 - 19 เมษายน 2569 สูงเฉลี่ยกว่า 2,500 เที่ยวบิน/วัน
10.52 น. นายสุรชัย หนูพรหม รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) กล่าวว่า บวท. บริหารจัดการรองรับปริมาณเที่ยวบินช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 10 - 19 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเดินทางของประชาชนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ปริมาณเที่ยวบินในประเทศไทย เฉลี่ย 2,562 เที่ยวบินต่อวัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2568 ร้อยละ 1.8 ซึ่งปริมาณเที่ยวบินส่วนใหญ่อยู่ที่สนามบินหลักและเมืองท่องเที่ยวสำคัญ
โดยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีเที่ยวบินเฉลี่ยอยู่ที่ 1,050 เที่ยวบินต่อวัน รองลงมาคือ ท่าอากาศยานดอนเมือง เฉลี่ย 692 เที่ยวบินต่อวัน ท่าอากาศยานภูเก็ต เฉลี่ย 298 เที่ยวบินต่อวัน และท่าอากาศยานเชียงใหม่ เฉลี่ย 193 เที่ยวบินต่อวัน ทั้งนี้ แนวโน้มการเดินทางในช่วงเทศกาลพบว่า ปริมาณเที่ยวบินไม่ได้กระจายตัวตลอดทั้งวัน แต่มีลักษณะหนาแน่นเป็นช่วงเวลา (Peak Period) โดยเฉพาะช่วงสาย 09.00 - 11.00 น. และช่วงเย็น 16.00 - 19.00 น. เป็นช่วงเวลาที่สายการบินนิยมจัดตารางบินและผู้โดยสารเลือกเดินทางมากที่สุด
>> ก.คมนาคม สรุปภาพรวมการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 สะสม 6 วัน ระบบขนส่งรองรับได้เพียงพอ ไม่มีผู้โดยสารตกค้าง
11.31 น. กระทรวงคมนาคม โดยศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยคมนาคม (ศปภ.คค.) ได้รายงานสรุปข้อมูลการเดินทางบนโครงข่ายคมนาคมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ระหว่างวันที่ 10 - 15 เมษายน 2569 สะสม 6 วัน (ข้อมูล ณ วันที่ 16 เมษายน 2569 เวลา 07.30 น.) พบว่า
ระบบขนส่งสาธารณะสามารถรองรับการเดินทางของประชาชนได้อย่างเพียงพอ โดยมีการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะรวม 15,053,933 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.38 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (11 - 16 เมษายน 2568) ระบบรางมีสัดส่วนการใช้บริการสูงสุด คิดเป็นร้อยละ 45 ขณะที่ผู้ใช้บริการสูงสุดในแต่ละภูมิภาค ได้แก่ ภาคกลาง (ทางอากาศขาออก) 292,507 คน ภาคใต้ (ทางราง) 186,871 คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ทางถนน) 197,214 คน ภาคเหนือ (ทางอากาศ) 116,289 คน และภาคตะวันออก (ทางถนน) 114,767 คน ส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศรวม 1,407,371 คน สำหรับการจราจรเข้า - ออกกรุงเทพฯ บนทางหลวงสายหลัก 12 เส้นทาง มีปริมาณ 5,465,964 คัน ลดลงร้อยละ 6.78 และการเดินทางภายในกรุงเทพฯ บนทางพิเศษของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มีปริมาณ 7,441,851 คัน ลดลงร้อยละ 2.49
สำหรับสถิติอุบัติเหตุบนโครงข่ายของกระทรวงคมนาคมสะสม 6 วัน พบว่า โครงข่ายทางบกเกิดอุบัติเหตุรวม 1,069 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 1,153 คน เสียชีวิต 150 คน สาเหตุหลักเกิดจากการขับรถเร็วเกินกำหนด 695 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 65 ยานพาหนะที่เกิดเหตุสูงสุดคือ รถจักรยานยนต์ 543 คัน ลักษณะพื้นที่เกิดเหตุส่วนใหญ่เป็นทางตรง ไม่มีความลาดชัน 755 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 71 จังหวัดนครราชสีมาและปราจีนบุรีมีผู้เสียชีวิตสูงสุด 7 คน ขณะที่กรุงเทพฯ เกิดอุบัติเหตุสูงสุด 50 ครั้ง ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา พบว่า อุบัติเหตุลดลงร้อยละ 22 ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 และผู้บาดเจ็บลดลงร้อยละ 14 ส่วนระบบขนส่งรถโดยสารสาธารณะเกิดอุบัติเหตุ 3 ครั้ง ไม่มีผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต ขณะที่โครงข่ายทางรางเกิดอุบัติเหตุ 2 ครั้ง ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือผู้เสียชีวิต ส่วนทางน้ำและทางอากาศไม่มีรายงานอุบัติเหตุ
>> กองปราบบุกช่วยสาวจีน หลังพ่อถูกเรียกค่าไถ่จากต่างแดน แต่พบแฟนหนุ่มเอี่ยวสแกมเมอร์ข้ามชาติ
11.43 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันตรวจค้น บ้านเช่าในพื้นที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ร่วมกันควบคุมตัวผู้กระทำความผิด จำนวน 4 ราย
ภายหลังจากได้รับการประสานงานจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นกรณี พ่อของหญิงสาว อายุ 19 ปี ได้เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศจีน ว่าเมื่อวันที่ 31 มี.ค.2569 ตนได้รับข้อความเรียกค่าไถ่ ประกอบภาพวิดีโอว่าลูกสาวถูกทารุณกรรมขณะอยู่ในประเทศกัมพูชา และลักพาตัวไปอยู่ที่ประเทศเมียนมา โดยพ่อได้โอนเงินสำหรับไถ่ตัว เป็นเงินกว่า 110,000 หยวน (ประมาณ 550,000 บาท) ให้มิจฉาชีพ แต่ยังไม่ได้รับตัวลูกสาวคืนแต่อย่างใด ซึ่งกรณีดังกล่าวกำลังเป็นข่าวดังในประเทศจีนขณะนี้
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบ ตรวจสอบข้อมูลจากสื่อโซเชียลเพิ่มเติมพบว่าวิดีโอที่ถูกปล่อยออกมาครั้งล่าสุดถูกถ่ายในพื้นที่ห้วยขวาง กรุงเทพฯ จึงลงพื้นที่เข้าตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าหญิงสาวกับกลุ่มชาวจีนที่อยู่ด้วยกัน ได้เคยเข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านห้วยขวางจริง ตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค.- 2 เม.ย.2569 ต่อมากลุ่มชาวจีนดังกล่าว ได้ใช้บริการรถรับจ้างเดินทางไปยังหมู่บ้านแห่งหนึ่งใน อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ตำรวจจึงติดตามตัวต่อเนื่อง และพบมีการใช้งานโซเชียลมีเดีย บริเวณบ้านเช่าแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ
จากการลงพื้นที่ตรวจค้นบ้านเช่าหลังดังกล่าว พบชาวจีน 4 คน ไม่มีเอกสารประจำตัว หรือหนังสือเดินทางมา จากการสอบถามทราบว่าได้ลักลอบหลบหนีเข้าราชอาณาจักรไทยอย่างผิดกฎหมาย
เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวชาวจีน ทั้ง 4 ราย ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางแก้ว เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ในส่วนของ ชาวจีนอีก 2 ราย ตรวจสอบพบว่าได้เดินทางเข้าราชอาณาจักรไทย อย่างถูกต้องตามกฎหมาย จึงไม่ได้ควบคุมตัวไว้แต่อย่างใด ภายหลังการดำเนินการตามขั้นตอนของทางการไทยเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ได้ดำเนินการประสานงานกับหน่วยงานของประเทศจีนเพื่อเร่งรัดการส่งตัว ชาวจีนทั้ง 4 ราย เดินทางกลับประเทศจีนต่อไป
>> การรถไฟฯ เผยยอดเดินทาง สงกรานต์ 10 – 15 เม.ย.69 กว่า 5.4 แสนคน ยังคงรองรับผู้โดยสาร กลับเข้ากรุงเทพ
11.45 น. นายเมธาพัฒน์ สุนทรวราภาส ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังจากสิ้นสุดเทศกาลสงกรานต์ จะมีประชาชนทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ด้วยรถไฟจำนวนมาก ซึ่งการรถไฟฯ ได้เตรียมความพร้อมรองรับผู้โดยสารอย่างเต็มที่ โดยเพิ่มตู้โดยสารในขบวนที่มีผู้โดยสารหนาแน่นอย่างต่อเนื่อง ระหว่างวันที่ 15 – 17 เมษายน 2569 รวมถึงพ่วงตู้โดยสารจนเต็มกำลังลากจูงในทุกเส้นทาง และจัดขบวนรถเสริมเพิ่มเติม เพื่อรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้นประมาณ 5,000 คน เมื่อรวมกับขบวนรถที่ให้บริการตามปกติ จะสามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 105,000 คนต่อวัน ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการ และมั่นใจว่าจะไม่มีผู้โดยสารตกค้าง
สำหรับสถิติผู้โดยสารเมื่อวานนี้ (15 เมษายน 2569) ขบวนรถที่เดินประจำ 204 ขบวน และขบวนรถเสริมพิเศษในเส้นทางสายเหนือ สายตะวันออกเฉียงเหนือ และสายใต้ จำนวน 4 ขบวน รวม 208 ขบวน มีจำนวนผู้โดยสารรวมทั้งสิ้น 90,125 คน แบ่งเป็น ผู้โดยสารขบวนรถปกติ 89,242 คน ขบวนรถเสริมพิเศษ 883 คน และแยกเป็น ผู้โดยสารขาออก 38,934 คน ผู้โดยสารขาเข้า 51,191 คน ทั้งนี้ เส้นทางที่มีผู้โดยสารหนาแน่นสูงสุด ได้แก่
สายใต้ 31,406 คน, สายตะวันออกเฉียงเหนือ 24,655 คน, สายเหนือ 17,019 คน, สายตะวันออก 8,956 คน, สายมหาชัย 6,599 คน และ สายแม่กลอง 1,490 คน
ส่วนบรรยากาศการเดินทางในภูมิภาคเริ่มคึกคัก คาดว่าจะมีผู้โดยสารหนาแน่นในช่วงเย็น เนื่องจากมีขบวนรถทยอยเดินทางออกจากสถานีปลายทางอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการให้บริการ ทั้งจำนวนขบวนรถและตู้โดยสารเพียงพอ การใช้บริการที่สถานี ตลอดจนการเดินทางเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
>> หนุ่มจีน ก้มดู GPS ขณะขี่รถจักรยานยนต์ เสียหลักมุดใต้รถบรรทุก ถูกล้อเหยียบเสียชีวิต จ.ชลบุรี
12.00 น. สภ.หนองปรือ รับแจ้งเหตุรถบรรทุกน้ำ 6 ล้อ ชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดภายในซอยข้างโรงเรียนเมืองพัทยา 7 หรือซอยหนองหิน หมู่ 11 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สกู๊ปปี้ สีขาว ป้ายทะเบียน ชลบุรี สภาพพังเสียหายยับเยิน ใกล้กันพบร่างผู้ชีวิต ทราบต่อมา คือ ผู้ชาย อายุ 48 ปี สัญชาติจีน สภาพศพนอนหงาย มีบาดแผลฉีกขาดอย่างรุนแรงบริเวณหน้าท้องถึงขาท่อนล่าง เสียชีวิตคาที่อย่างน่าสลด
ห่างออกไปประมาณ 10 เมตร พบรถบรรทุกน้ำ 6 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ป้ายทะเบียน ชลบุรี จอดอยู่ โดยบริเวณล้อหลังด้านขวาพบคราบเลือดจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงกันพื้นที่ไว้ตรวจสอบ
จากการตรวจสอบบริเวณรถจักรยานยนต์ พบโทรศัพท์มือถือของผู้ตายถูกติดตั้งอยู่กับที่จับบริเวณหน้ารถ สภาพเครื่องได้รับความเสียหาย ภายในกระเป๋าพบหนังสือเดินทาง เงินสดสกุลหยวน และเงินไทยจำนวนหลายหมื่นบาท เจ้าหน้าที่ได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้ตายอาจก้มดูระบบนำทาง (GPS) บนโทรศัพท์มือถือระหว่างขับขี่ จนทำให้เสียการควบคุมรถและล้มเข้าใต้ท้องรถบรรทุก ก่อนถูกรถเหยียบเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่อย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
ทั้งนี้ ภาพจากกล้องวงจรปิดใกล้จุดเกิดเหตุ บันทึกพฤติกรรมก่อนเกิดเหตุไว้ได้ โดยพบว่าผู้ตายชะลอรถและก้มมองโทรศัพท์ ก่อนเสียหลักล้มในจังหวะที่รถบรรทุกวิ่งผ่านพอดี จนเกิดเหตุสลดดังกล่าว
>> กรมคุมประพฤติ เผยสงกรานต์ 6 วัน คดีเมาเเล้วขับ 4,945 คดี ลุยคัดกรอง–ส่งบำบัด สกัดผิดซ้ำ ทั่วประเทศ
12.15 น. ร้อยตำรวจเอก ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยผลการติดตามสถานการณ์คดีในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 ว่า เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นวันที่ 6 ของการดำเนินมาตรการควบคุมเข้มข้น พบว่ามีคดีเข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติ รวมทั้งสิ้น 1,271 คดี แบ่งออกเป็น คดีขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 1,219 คดี คิดเป็นร้อยละ 95.9 คดีขับเสพ จำนวน 51 คดี คิดเป็นร้อยละ 4.0 และคดีขับซิ่ง จำนวน 1 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.1
ขณะที่ยอดคดีสะสมตลอด 6 วัน (10 – 15 เมษายน 2569) จำนวนทั้งสิ้น 5,232 คดี แบ่งเป็น คดีขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 4,945 คดี คิดเป็นร้อยละ 94.51 คดีขับรถประมาท จำนวน 4 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.08 คดีขับเสพ จำนวน 281 คดี คิดเป็นร้อยละ 5.37 และคดีขับซิ่ง จำนวน 2 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.04
สำหรับจังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุราสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1. จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 680 คดี 2. จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 433 คดี และจังหวัดนนทบุรี จำนวน 335 คดี
>> บขส. สรุปยอดเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 สะสม 7 วัน ผู้โดยสารใช้บริการกว่า 8.5 แสนคน ใช้รถโดยสาร 4.7 หมื่นเที่ยว ไม่มีตกค้าง
12.39 น. นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. (BKS) เปิดเผยข้อมูลการเดินทางประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ระหว่างวันที่ 9 – 15 เมษายน 2569 รวม 7 วัน มีประชาชนเดินทาง (เที่ยวไป – กลับ) จำนวน 859,247 คน ใช้รถโดยสาร (รถบริษัทฯ และรถร่วมฯ) จำนวน 47,596 เที่ยว แบ่งเป็น เที่ยวไป จำนวน 460,762 คน ใช้รถโดยสาร (รถบริษัทฯ และรถร่วมฯ) จำนวน 24,063 เที่ยว เที่ยวกลับ จำนวน 398,485 คน ใช้รถโดยสาร (รถบริษัทฯ และรถร่วมฯ) จำนวน 23,533 เที่ยว โดยประชาชนเดินทางไปยังกลุ่มจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) มากที่สุด รองลงมาเป็นภาคเหนือ และภาคใต้ ตามลำดับ
ทั้งนี้จากข้อมูลการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ในเที่ยวไปเดินทางออกจากกรุงเทพฯ พบว่าวันที่ 11 เมษายน 2569 มีประชาชนเดินทางเที่ยวไป – กลับ มากที่สุด จำนวน 151,593 คน ใช้รถโดยสาร (รถบริษัทฯ และรถร่วมฯ) จำนวน 7,745 เที่ยว ส่วนเที่ยวกลับเข้ากรุงเทพฯ คือ วันที่ 15 เมษายน 2569 มีประชาชนเดินทางในเที่ยวไป – กลับ สูงสุด จำนวน 119,957 คน ใช้รถโดยสาร (รถบริษัทฯ และ รถร่วมฯ) จำนวน 7,059 เที่ยว
>> หนุ่มวัย 29 ถูกเพื่อนแทงดับคาห้องน้ำ ผู้ก่อเหตุ รับสารภาพ ปมทะเลาะเดือดกันในวงเหล้า จ.พิษณุโลก
13.00 น. พ.ต.ท.ศิรษิก บุญเกิด พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรวังน้ำคู้ ได้รับแจ้งผ่านศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 ว่ามีเหตุทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธมีด และมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ภายในซอยช้างร้อง หมู่ 8 ตำบลวัดพริก อำเภอเมืองพิษณุโลก
ที่เกิดเหตุ ภายในบ้านพัก พบผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบต่อมา คือ ชายไทย อายุ 29 ปี ลักษณะนอนหงายอยู่ภายในห้องน้ำ สวมกางเกงยีนส์สีดำ ไม่สวมเสื้อ สภาพร่างกายมีบาดแผลถูกแทงหลายแห่ง
จากการสอบสวนเบื้องต้น และข้อมูลจากชาวบ้าน ทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ ชายไทย อายุ 29 ปี หลังก่อเหตุได้หลบหนีไปบริเวณริมถนนเลียบคลองชลประทาน ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้ในพื้นที่ดังกล่าว ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.วังน้ำคู้
ผู้ก่อเหตุ ให้การรับสารภาพต่อหน้าพนักงานสอบสวนว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทงผู้เสียชีวิตจริง โดยระบุว่า ขณะนั่งดื่มสุราด้วยกันได้เกิดมีปากเสียงอย่างรุนแรง ก่อนจะลุกลามเป็นการทะเลาะวิวาท และก่อเหตุขึ้นในที่สุด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนขยายผล เพื่อหาสาเหตุและแรงจูงใจอย่างละเอียด พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> คมนาคมตรึงค่าโดยสารสงกรานต์ อุดหนุนค่าน้ำมันรถขนส่ง-รถสาธารณะ ลดภาระผู้ประกอบการ
14.28 น. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม เผยรัฐบาลเร่งช่วยผู้ประกอบการรถโดยสาร โดยใช้กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ตรึงราคาค่าโดยสารช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อไม่ให้กระทบประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา โดยมาตรการครอบคลุมรถโดยสาร บขส. และรถสาธารณะหลายประเภท พร้อมคงราคาเดิมถึง 19 เม.ย. ก่อนพิจารณาปรับตามสถานการณ์
ขณะเดียวกัน ยังเตรียมอุดหนุนค่าน้ำมันให้ทั้งรถบรรทุกและรถสาธารณะรวมกว่า 480,000 คัน เปิดลงทะเบียนรับสิทธิ 16–19 เม.ย. ผ่านพร้อมเพย์ รวมถึงช่วยผู้ประกอบการขนส่งสินค้ากว่า 278,000 ราย โดยคำนวณจากระยะทางใช้งานจริง มาตรการมีผลถึง 31 พ.ค. นี้ และอาจขยายเวลา หากยังมีความจำเป็น เพื่อลดต้นทุนและป้องกันการขึ้นราคาที่จะกระทบประชาชนโดยตรง
>> ทบ. แจง พร้อมร่วมมือตำรวจ ส่งตัวพลทหารผู้ต้องสงสัยคดีล่วงละเมิดทางเพศช่วงสงกรานต์ ดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด
15.23 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ตามที่ปรากฏข่าวสารในสื่อสังคมออนไลน์ กรณีผู้เสียหายแจ้งข้อมูลผ่านเพจ "สายไหมต้องรอด" ว่าถูกกลุ่มบุคคลอ้างเป็นทหารทำร้ายร่างกายและล่วงละเมิดทางเพศ บริเวณห้องน้ำสาธารณะใกล้ถนนข้าวสาร ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมานั้น
กองทัพบก ได้ตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวแล้ว พบว่ากองทัพภาคที่ 1 ได้รับการประสานจากสถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม เพื่อติดตามตัวผู้ต้องสงสัย ซึ่งคาดว่าเป็นทหารกองประจำการในสังกัด จากกรณีเหตุการณ์ล่วงละเมิดทางเพศ เมื่อคืนวันที่ 14 เมษายน 2569 บริเวณถนนตานี ใกล้กับถนนข้าวสาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
จากการตรวจสอบภายในหน่วยงาน พบตัวผู้ต้องสงสัย เป็น พลทหารนายหนึ่ง สังกัด กองร้อยกองบังคับการ กองทัพภาคที่ 1 ซึ่งจากการสอบสวนขั้นต้น เจ้าตัวยอมรับว่าในระหว่างลาพักได้ไปเล่นน้ำสงกรานต์ในบริเวณดังกล่าวจริง และได้มีเพศสัมพันธ์กับผู้เสียหายตามที่ถูกกล่าวหา ส่วนเพื่อนทหารที่ร่วมเดินทางไปด้วยนั้น เบื้องต้นพบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือทราบเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว
ทั้งนี้ หน่วยต้นสังกัดได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเข้าให้ปากคำและสอบสวนเพิ่มเติม ณ สถานีตำรวจท้องที่เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด
กองทัพบกขอเรียนว่า แม้การกระทำดังกล่าวจะเป็นพฤติการณ์ส่วนบุคคล แต่ถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างร้ายแรง และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของส่วนรวม กองทัพบกพร้อมอำนวยความสะดวกและสนับสนุนเจ้าพนักงานตำรวจในทุกขั้นตอนของการสืบสวนสอบสวน เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหาย และเร่งรัดการลงโทษผู้กระทำความผิดโดยเร็วที่สุด
>> แถลงจับเครือข่ายค้ายา “แบงค์ เพชรบูรณ์” ทลายแหล่งพักยา ยึดยาบ้ากว่า 9.5 ล้านเม็ด
15.37 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ สภ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) พร้อมคณะ แถลงผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา
ภายหลังเจ้าหน้าที่ในสังกัดได้ร่วมกันสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาที่เก็บพักยาเสพติดกลุ่มเครือข่าย “แบงค์ เพชรบูรณ์” ที่ดำเนินการเข้าจับกุมระหว่างวันที่ 13–14 มีนาคมที่ผ่านมา
โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาชาย 3 ราย พร้อมของกลาง ประกอบด้วย ยาบ้า จำนวน 9,582,000 เม็ด , รถยนต์กระบะ 2 คัน และรถยนต์เอนกประสงค์ 1 คัน โดยตรวจยึดได้ภายในบ้านเช่าแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ตำบลเสนา อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งใช้เป็นโกดังพักยาเสพติด
พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าวเป็นผลจากการขยายผลเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาบ้าได้กว่า 5 ล้านเม็ด จากการสืบสวนพบว่า กลุ่มผู้ต้องหาใช้วิธีติดต่อรับงานผ่านเว็บไซต์ โดยทำหน้าที่เป็นผู้ลำเลียงยาเสพติด จากพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ มาพักไว้ในบ้านเช่าภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อรอคำสั่งกระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ
จากการสอบสวน ผู้ต้องหารายหนึ่งให้การรับสารภาพว่า ได้รับค่าจ้างในการลำเลียงยาเสพติดครั้งละประมาณ 30,000 บาท ทั้งนี้ กลุ่มผู้ต้องหามีภูมิลำเนาเดิมอยู่ในจังหวัดเพชรบูรณ์ และได้เข้ามาเช่าบ้านในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยอ้างประกอบอาชีพจำหน่ายมะขามหวาน เพื่ออำพรางพฤติการณ์ในการลักลอบขนย้ายและพักยาเสพติด
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างดำเนินการสืบสวนขยายผลไปยังผู้สั่งการและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม รวมถึงเตรียมดำเนินมาตรการตามกฎหมายในการยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จะได้ขยายผลถึงกลุ่มลูกค้า ผู้สั่งการ และบุคคลในเครือข่ายยาเสพติด รวมถึงทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด โดยจะนำมาตรการสมคบ สนับสนุนช่วยเหลือ ฟอกเงิน และยึดทรัพย์สิน มาใช้ดำเนินการกับบุคคลในเครือข่ายยาเสพติดต่อไป
>> รอง ผบ.ตร. สั่งลุย รวบแล้ว 4 ผู้ต้องหา ล่าตัว "วิโรจน์" จ่อหมายแดงสกัดหนีซุกเขมร เร่งขยายผลสาวลึกถึงผู้จ้างวาน
16.00 น. ที่ศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า จ.ยะลา พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการติดตามจับกุมผู้ต้องหาจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ที่ผ่านมา ว่า ล่าสุดชุดสืบสวนได้ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาไปแล้วรวม 4 ราย โดยกลุ่มแรกประกอบด้วย นายสมพร, นายอลาวี ซึ่งเป็นคนขับรถ และนายสุนทร เจ้าของอู่รถ ต่อมาได้รับการประสานงานจากตำรวจภูธรภาค 9 นำกำลังเข้าจับกุม นายธนพัฒน์ หรือ เคี้ยง ได้ที่จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งการปฏิบัติการเป็นไปด้วยความรัดกุม หลีกเลี่ยงการปะทะ เพื่อนำตัวมาสอบสวนขยายผล
พล.ต.อ.สำราญ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ยังเหลือผู้ต้องหาตามหมายจับที่อยู่ระหว่างหลบหนีอีก 1 ราย คือ นายวิโรจน์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานงานส่งหมายจับไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และตำรวจตระเวนชายแดน เพื่อสกัดกั้นตามด่านตรวจและช่องทางธรรมชาติทั้งหมดแล้ว เนื่องจากมีแนวโน้มและข้อมูลความเชื่อมโยงว่าอาจจะพยายามหลบหนีไปยังประเทศกัมพูชา ทั้งนี้ หากพบว่ามีการหลบหนีออกนอกประเทศจริง ทางตำรวจจะดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อขอออกหมายจับสากล หรือ หมายแดง ต่อไป
“ในส่วนของการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง ทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และมาตรา 151 ฐานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนการสืบสวนขยายผลไปถึง "ผู้จ้างวาน" นั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งสมมติฐานไว้หลายประเด็น และกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียดรอบด้าน โดยเฉพาะหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และเส้นทางการเงิน เข้ามาประกอบกับคำให้การซัดทอดของผู้ต้องหา เพื่อให้สำนวนคดีมีความรัดกุมและสามารถเอาผิดผู้จ้างวานได้ถึงที่สุด”รอง ผบ.ตร. กล่าว
พล.ต.อ.สำราญ ยังกล่าวอีกว่า ตนขอเตือนไปยังบุคคลใดก็ตามที่ให้ความช่วยเหลือ หรือให้ที่พักพิงแก่ผู้ต้องหาในการหลบหนี หากพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึง ตำรวจจะดำเนินการขอศาลอนุมัติหมายจับทันที โดยคดีนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รายงานความคืบหน้าให้นายกรัฐมนตรีรับทราบอย่างต่อเนื่อง และยืนยันจะทำคดีนี้ให้กระจ่างโดยเร็วที่สุด
>> เพลิงไหม้ซากรถยนต์ ในร้านรับซื้อของเก่า ซอยมอเตอร์เวย์ 3 ประชาชนช่วยกันใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
16.15 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยมอเตอร์เวย์ 3 ถนนมอเตอร์เวย์ แขวงทับช้าง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นร้านรับซื้อของเก่า เพลิงลุกไหม้เสียหายเฉพาะซากรถยนต์ เบาะ และถังน้ำมัน ประชาชนใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายความร้อน
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก การใช้แก๊สตัดซากรถเก่า ในที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยหัวหมาก
>> กทม. สรุปยอดสงกรานต์69 คนร่วมงานพุ่งเกือบ 5 ล้านคน โตกว่าปีก่อน 93%
16.20 น. นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงสถิติภาพรวมการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 10 - 15 เม.ย. 69 โดยเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 เพื่อสรุปสถานการณ์และมาตรการความปลอดภัย คือ
จำนวนผู้เข้าร่วมงาน (พุ่งสูงขึ้นเกือบเท่าตัว) ภาพรวมการจัดงานสงกรานต์ปีนี้คึกคักเป็นอย่างมาก โดยมียอดผู้เข้าร่วมงานสะสมรวม 4,958,965 คน จากการจัดงานทั้งหมด 94 แห่ง เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2568 ที่มียอดผู้เข้าร่วมในช่วงเวลาเดียวกัน 2,564,663 คน พบว่าเพิ่มขึ้นถึง 2,394,302 คน หรือคิดเป็น 93.4% โดยจุดที่มีผู้เข้าร่วมงานสะสมสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 สยามสแควร์ 1,535,638 คน อันดับ 2 ไอคอนสยาม 1,471,162 คน และอันดับ 3 ถนนสีลม 652,974 คน
สถิติอุบัติเหตุทางถนน (ยอดเสียชีวิตสะสมเพิ่มขึ้น) ในส่วนของอุบัติเหตุทางถนนที่มีผู้เสียชีวิต (ข้อมูลจากศูนย์เอราวัณและสำนักการจราจรและขนส่ง ระหว่างวันที่ 10 - 15 เม.ย.) พบว่าปี 69 มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นรวม 18 ครั้ง เท่ากับปี 68 โดยมียอดผู้เสียชีวิตสะสมรวม 20 ราย ซึ่งมากกว่าปี 68 จำนวน 1 ราย (ปี 68 รวม 19 ราย) สำหรับยอดผู้บาดเจ็บปี 69 สะสมรวมอยู่ที่ 2,554 ราย
จากสถิติระบุว่า ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิตสูงสุดคือ รถจักรยานยนต์ รวม 17 ราย คิดเป็น 85% โดยไม่สวมหมวกนิรภัยมากถึง 9 ราย ทั้งนี้ เขตที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุดคือ เขตทุ่งครุ (3 ราย) และเขตประเวศ (2 ราย)
>> ‘เสมา1’ เผยตัวเลขปัจจุบันพบเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษากว่า 6 แสนคนตั้งเป้าปี 2569 ต้องเหลือศูนย์
16.45 น. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบเดินหน้าโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน หรือทุนโอดอส (ODOS) ต่อเนื่องในรุ่นที่ 2 และรุ่นที่ 3 เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนที่มีศักยภาพแต่ขาดโอกาสทางการศึกษา ได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง พร้อมตั้งเป้าลดจำนวนเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาให้เหลือศูนย์ภายในปี 2569
โดยนายประเสริฐ กล่าวว่า ปัจจุบันจำนวนเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาลดลงจากเดิมประมาณ 1 ล้านคน เหลือราว 600,000 คน โดยได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดร่วมกันกำหนดแนวทางดึงเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังได้หารือแนวทางการจัดสรรงบประมาณรายหัวให้เกิดความเสมอภาคและเป็นธรรม ครอบคลุมนักเรียนในทุกภูมิภาค ทั้งโรงเรียนขนาดเล็กและขนาดใหญ่ รวมถึงการผลิตและพัฒนาครูให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละพื้นที่
นายประเสริฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า จะเสนอเรื่องดังกล่าวต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการทุนโอดอส และคณะกรรมการแก้ปัญหาเด็กหลุดระบบการศึกษา เพื่อให้การขับเคลื่อนภารกิจเกิดความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยทุกมาตรการที่หารือจะต้องสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงและเกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยและลดความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน
>> รถกระบะ 2 คันชนประสานงา กลางถนนเส้นทางน้ำโสม - บ้านก้อง มีผู้เสียชีวิต 1 และบาดเจ็บหลายราย จ.อุดรธานี
17.02 น. รับแจ้งจาก สมาคมกู้ภัยร่วมใจน้ำโสม อุดรธานี มีอุบัติเหตุรถยนต์ชนประสานงา และมีผู้บาดเจ็บติดค้างภายในตัวรถ บนถนนเส้นทาง น้ำโสม - บ้านก้อง ช่วงก่อนถึง อบต.ศรีสำราญ ในพื้นที่ อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ โตโยต้า สีแดง ป้ายทะเบียน อุดรธานี สภาพหน้ารถพังเสียหาย ใกล้กัน พบรถกระบะ อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีเทา สภาพหน้ารถพังเสียหายเช่นกัน
เจ้าหน้าที่พร้อมรถกู้ภัยตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 5 ราย บาดเจ็บปานกลาง 3 ราย อาการสาหัส 1 ราย และเสียชีวิต 1 ราย
ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัย-กู้ชีพในเขตน้ำโสมเข้าให้การช่วยเหลือ นำผู้บาดเจ็บทั้งหมด 4 รายออกจากซากรถ ก่อนดำเนินการนำส่งโรงพยาบาลน้ำโสม ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านผือ