โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เจาะลึก “มังกรเก้าตัว” สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงของเวียดนาม

การเงินธนาคาร

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

เจาะลึก "มังกรเก้าตัว" สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงของเวียดนาม ดินแดนที่แม่น้ำโขงไหลบรรจบทะเล เสน่ห์ท้องถิ่นที่ยังไม่ถูกแตะต้อง

วันที่ 12 เมษายน 2569 สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า แม่น้ำโขงไหลกำเนิดจากเทือกเขาในทิเบต ก่อนทอดยาวกว่า 4,000 กิโลเมตร ผ่านจีน เมียนมา ไทย ลาว และกัมพูชา แตกแขนงออกเป็น 9 สายบริเวณที่ชาวเวียดนามเรียกว่า “กู๋ลอง” หรือ “มังกรเก้าตัว” ซึ่งก็คือ “สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง” แหล่งผลิตอาหารสำคัญที่ได้รับฉายาว่า อู่ข้าวอู่น้ำของเวียดนาม

พื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงมีประชากรราว 20 ล้านคน อาศัยอยู่บนพื้นที่ราบอุดมสมบูรณ์กว่า 40,000 ตารางกิโลเมตร แม้จะเป็นภูมิภาคที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ แต่กลับยังไม่ค่อยเป็นจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวมากนัก จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบนอกเส้นทางหลัก

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักมาแบบไปเช้าเย็นกลับจากนครโฮจิมินห์ เช่น การล่องเรือชมสวนผลไม้หรือโรงงานทำขนมในเมืองหมีโถ แต่ทริปลักษณะนี้มักเร่งรีบและแออัด ทำให้พลาดเสน่ห์แท้จริงของพื้นที่ หากใช้เวลามากขึ้น นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิม เช่น ตลาดน้ำ สะพานแขวน วิถีชุมชนริมแม่น้ำ หรือภาพเด็กเลี้ยงควายและนกน้ำตามธรรมชาติ

การสำรวจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงสามารถทำได้ทั้งแบบล่องเรือหรือเดินทางด้วยรถยนต์ โดยการล่องเรือเป็นตัวเลือกยอดนิยม ใช้เวลาราว 2 วัน ลัดเลาะแม่น้ำจากเมืองกายเบ๋ไปยังเกิ่นเทอ พร้อมกิจกรรมอย่างปั่นจักรยานในสวนผลไม้ พายเรือใต้แนวป่าจาก และลิ้มรสอาหารเวียดนามบนเรือ รวมถึงชมวิถีชีวิตริมแม่น้ำ เช่น เรือบรรทุกสินค้าและเรือเฟอร์รี่ขนาดใหญ่

เรือในแม่น้ำโขงมักมีดวงตาวาดอยู่บริเวณหัวเรือ ซึ่งนอกจากจะช่วยให้เรือลำอื่นมองเห็น ยังสะท้อนความเชื่อว่าเรือมีชีวิต และสามารถมองทางได้ รวมถึงช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายตามความเชื่อพื้นบ้าน

สำหรับผู้ที่ต้องการลงลึก การเดินทางด้วยรถยนต์สามารถพาไปยังพื้นที่หลากหลาย ตั้งแต่เมืองเจิวดกใกล้ชายแดนกัมพูชา ไปจนถึงแหลมกามาวทางตอนใต้สุดของเวียดนาม ระหว่างทางสามารถแวะชมตลาดท้องถิ่น ชุมชนชาวจาม มัสยิด Mubarak หรือเขาสามซึ่งเป็นจุดชมวิวสำคัญ

บริเวณใกล้เคียงยังมีแหล่งธรรมชาติอย่างเขตอนุรักษ์นกตราซู ที่เต็มไปด้วยป่าชุ่มน้ำและนกนานาชนิด รวมถึงสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนเหตุการณ์รุนแรงในอดีต เช่น เหตุการณ์สังหารหมู่ที่หมู่บ้านบ่าจุ๊กในช่วงความขัดแย้งกับกัมพูชาในปี 1978

เมืองเกิ่นเทอเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค มีตลาดน้ำก๋ายรังเป็นจุดเด่น แม้บทบาทของตลาดน้ำจะลดลงจากการพัฒนาถนนและสะพาน แต่เมืองยังคงมีเสน่ห์ด้วยร้านอาหารและบรรยากาศริมแม่น้ำ

นอกจากนี้เมืองซ็อกตรังยังมีวัดสไตล์เขมรที่โดดเด่น และเป็นสถานที่จัดเทศกาล Ok Om Bok หรือเทศกาลไหว้พระจันทร์ ซึ่งมีการแข่งขันเรือและกิจกรรมทางวัฒนธรรมหลากหลาย

ทั้งนี้พื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงยังเป็นศูนย์กลางของศาสนากาวได ซึ่งผสมผสานความเชื่อจากหลายศาสนา ทำให้วัดและสถาปัตยกรรมมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ปลายทางของการเดินทางคือแหลมกามาว จุดใต้สุดของเวียดนาม ซึ่งแม้จะเงียบสงบและเต็มไปด้วยป่าชายเลน แต่ก็เป็นสถานที่สะท้อนความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติและวิถีชีวิตในภูมิภาคนี้

อย่างไรก็ตาม อนาคตของสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงกำลังเผชิญความเสี่ยง จากการสร้างเขื่อนต้นน้ำที่ลดการไหลของตะกอน รวมถึงระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงจากภาวะโลกร้อน ส่งผลให้พื้นที่เริ่มเกิดการกัดเซาะแทนการขยายตัว และมีความเสี่ยงที่จะถูกน้ำท่วมในอนาคต ซึ่งอาจกระทบต่อผู้คนจำนวนมหาศาลและระบบอาหารของโลก

แม้ภูมิภาคนี้จะไม่มีชายหาดที่โดดเด่น แต่สามารถเดินทางต่อไปยังเกาะฟู้โกว๊กเพื่อพักผ่อนริมทะเลได้ ทำให้การท่องเที่ยวในสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงเป็นทั้งประสบการณ์ทางธรรมชาติ วัฒนธรรม และการเรียนรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต

อ้างอิง : asia.nikkei.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบรั้วอาเซียน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...