โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“แอร์เอเชีย กรุ๊ป” สั่งซื้อแอร์บัส A220 จำนวน 150 ลำ พร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย รองรับขยายเที่ยวบิน

efinanceThai

เผยแพร่ 07 พ.ค. เวลา 10.00 น.

แอร์เอเชีย กรุ๊ป สั่งซื้อแอร์บัส A220 จำนวน 150 ลำ พร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย รองรับขยายเที่ยวบิน

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -7 พ.ค. 69 17:00 น.

แอร์เอเชีย กรุ๊ป ทำข้อตกลงสั่งซื้อแอร์บัส A220-300 จำนวน 150 ลำ มูลค่าตามราคาประกาศประมาณ 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เสริมฝูงบิน พร้อมสิทธิสั่งซื้อเพิ่มอีก 150 ลำ หลังทยอยปลดฝูงบิน A330 สู่โมเดลเครื่องบินลำตัวแคบที่มีประสิทธิภาพใช้งานสูง - ประหยัดพลังงาน รองรับการเพิ่มความถี่ของเที่ยวบินในเส้นทางเดิม รับมือภาวะวิกฤตน้ำมันผัวผวน

แอร์เอเชีย เอ็กซ์ เบอร์ฮาด (แอร์เอเชีย กรุ๊ป) ประกาศลงนามข้อตกลงร่วมกับแอร์บัสสั่งซื้อเครื่องบิน แอร์บัส A220-300 จำนวน 150 ลำ มูลค่าตามราคาประกาศประมาณ 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมสิทธิในการปรับเพิ่มจำนวนการสั่งซื้อในตระกูล A220 ได้สูงสุดถึง 300 ลำ เพื่อรองรับความต้องการในอนาคต

ข้อตกลงครั้งสำคัญนี้ถือเป็นการสั่งซื้อเครื่องบินรุ่น A220 ที่มากที่สุดจากสายการบินเดียวทั่วโลก การสั่งซื้อเครื่องบินครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งสำคัญของแอร์เอเชียในอนาคต โดยเน้นเรื่องการบริหารงานที่เน้นรักษาความคุ้มค่าและผลประกอบการที่มั่นคง ท่ามกลางตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงไป

ด้วยการสั่งซื้อครั้งนี้ แอร์เอเชียพร้อมเป็นลูกค้าเปิดตัว (Launch Customer) ระดับโลกสำหรับเครื่องบินรุ่น 160 ที่นั่ง ซึ่งจะกลายเป็นฝูงบินหลักในยุคถัดไปแทนที่รุ่น A320ceo โดยเครื่องบินรุ่นนี้มาพร้อมเทคโนโลยีเครื่องยนต์ล้ำสมัย ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้มากขึ้นประมาณ 20% และลดการปล่อยมลพิษลง 20% เมื่อเทียบกับรุ่น A320ceo

ภายในฝูงบินที่หลากหลายของกลุ่ม แอร์บัส A220 ถือเป็นการเติบโตทางกลยุทธ์ที่ลงตัว ช่วยให้แอร์เอเชียสามารถเพิ่มความถี่ของเที่ยวบินในเส้นทางเดิมได้อย่างรวดเร็ว มอบความสะดวกสบายให้แก่ผู้โดยสารด้วยจำนวนเที่ยวบินที่มากขึ้นต่อวัน และเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อผ่านบริการ Fly-Thru

ด้วยขนาดของ A220 ทำให้สร้างโอกาสทางธุรกิจได้ แม้มีจำนวนผู้โดยสารน้อยกว่าเครื่องบินลำตัวแคบขนาดใหญ่ ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสให้แอร์เอเชียขยายฐานไปยังตลาดรองที่เติบโตสูงแต่เดิมไม่คุ้มค่าในเชิงพาณิชย์ สอดคล้องกับพันธกิจที่ต้องการให้ "ใครๆ ก็บินได้"

นายโบ ลินกัม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มแอร์เอเชีย กล่าวว่า เราสร้างมาเลเซียให้เป็นศูนย์กลางสายการบินราคาประหยัดระดับโลก และเปิดโอกาสให้คนหลายล้านคนในเอเชียได้บิน เครื่องบินรุ่นนี้จะช่วยให้เราสร้างเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุด มีพิสัยการบินที่ยาวถึง 7 ชั่วโมง ช่วยเปิดความเป็นไปได้ใหม่ๆ และทำให้เราจัดสรรขนาดเครื่องบินให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าได้

นายโทนี่ เฟอร์นานเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Capital A และที่ปรึกษาแอร์เอเชีย กรุ๊ป กล่าวเสริมว่า ในสภาวะที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงและมีความผันผวน คำตอบไม่ใช่การอยู่เฉยๆ แต่คือการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เครื่องบินรุ่นนี้ช่วยปรับปรุงเรื่องการเผาผลาญเชื้อเพลิงและต้นทุนต่อเที่ยวบินได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้เรายืนหยัดอยู่ได้ไม่ว่าเศรษฐกิจจะอยู่ในช่วงขาขึ้นหรือขาลง

" แอร์เอเชีย ไม่เคยปล่อยให้วิกฤตสูญเปล่า เราตัดสินใจอย่างกล้าหาญในจังหวะที่ถูกต้อง ไม่ใช่จังหวะที่ง่ายที่สุด การสั่งซื้อครั้งนี้สะท้อนถึงวินัยในระยะยาวและขนาดของความทะเยอทะยานของเรา โดย A220 คือเครื่องมือที่สมบูรณ์แบบสำหรับก้าวต่อไป เพื่อสร้างระบบ สายการบินราคาประหยัดแบบเครือข่ายแห่งแรกของโลกที่แท้จริง"

ข้อตกลงนี้ยังช่วยเสริมระบบนิเวศในภาพรวมของ Capital A ให้แข็งแกร่งขึ้น ตั้งแต่ธุรกิจขนส่งสินค้า (Cargo) การซ่อมบำรุง (MRO) ไปจนถึงธุรกิจดิจิทัล และจะสร้างงานรวมถึงโอกาสใหม่ๆ ในทุกตลาดที่เราบินไป ความร่วมมือกับแอร์บัสยาวนานกว่า 2 ทศวรรษและเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จทั้งหมด วันนี้คืออีกหนึ่งหลักไมล์สำคัญในการเดินทางครั้งนี้ และจะยังมีสิ่งดีๆ ตามมาอีกมากมายครับ

นายลาร์ส แวกเนอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเครื่องบินพาณิชย์ของแอร์บัส (Airbus Commercial Aircraft) กล่าวว่า เครื่องบินรุ่น A220 จะเป็นอากาศยานรุ่นที่ตอบโจทย์อย่างดีเยี่ยมสำหรับแอร์เอเชีย โดยผสานต้นทุนการดำเนินงานที่ต่ำเข้ากับเทคโนโลยีล่าสุด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถสูงสุด และเปิดเส้นทางบินใหม่ๆ ทั่วเอเชียที่อาจไม่สามารถทำได้ในอดีต ทุกคนที่แอร์บัสมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับแอร์เอเชียจนบรรลุข้อตกลงใหม่นี้ ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์เครือข่ายเส้นทางบินใหม่ของสายการบินอย่างสมบูรณ์แบบ

แอร์บัส มีแผนส่งมอบเครื่องบินรุ่นดังกล่าวตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป โดยเครื่องบินรุ่นนี้จะให้บริการในเส้นทางจุดหมายปลายทางทั่วอาเซียนและเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งจะช่วยเพิ่มพื้นที่ว่างให้สามารถนำเครื่องบินขนาดใหญ่กว่าอย่าง A320 และ A321 ไปเน้นให้บริการในเส้นทางบินระยะกลางสู่เอเชียแปซิฟิก และสามารถจัดสรรฝูงบิน A330 ไปให้บริการในเส้นทางบินระยะไกลสู่ทวีปยุโรป ออสเตรเลีย และอเมริกาเหนือได้มากยิ่งขึ้น

อนึ่ง การเปลี่ยนชื่อบริษัทจาก แอร์เอเชีย เอ็กซ์ เบอร์ฮัด (AirAsia X Berhad) เป็น แอร์เอเชีย กรุ๊ป เบอร์ฮัด (AirAsia Group Berhad) อยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี ครั้งที่ 19 และการจดทะเบียนกับคณะกรรมการบริษัทแห่งมาเลเซีย (CCM)

เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...